ครูสาวแสบ หลอกยืม ไอโฟน-โน๊ตบุ๊กของลูกศิษย์ไปจำนำข้ามปี

ครูสาวแสบ หลอกยืม ไอโฟน-โน๊ตบุ๊กของลูกศิษย์ไปจำนำข้ามปี

ครูสาวแสบ หลอกยืม ไอโฟน-โน๊ตบุ๊กของลูกศิษย์ไปจำนำข้ามปี ไม่ยอมไกล่เกลี่ย

(5 ม.ค. 67) ที่ สภ.เมืองอุดรธานี นางน้อย อายุ 39 ปี แม่ และน.ส.เอ อายุ 19 ปี ลูกสาว ชาว อ.กู่แก้ว จ.อุดรธานี พร้อมด้วยครูวิทยาลัยมีชื่อแห่งหนึ่งในตัวเมืองอุดรธานี เข้าร้องเรียน นายภานุมาศ เจ้าของเพจเฮียเปี๊ยกช่วยด้วย หลังถูก น.ส.แคท (นามสมมุติ) อายุ 26 ปี ครูอัตราจ้างวิทยาลัยของรัฐ มีชื่อแห่งหนึ่งในตัวเมืองอุดรธานี 

ขอยืมโทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อไอโฟน 14 โปรแม็ก ราคา 59,000 บาท และคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ก ยี่ห้อเอเซอร์ ราคา 28,000 บาท พร้อมกับขอรหัสเปิดมือถือและโน็ตบุ๊ก แล้วไม่ยอมส่งคืน โดยยืมไปตั้งแต่คืนวันที่ 23 ธันวาคม 2566 สอบถามก็บ่ายเบี่ยงอ้างเหตุผลต่างๆนาๆ และมาทราบทีหลังว่าครูสาวแสบ นำทรัพย์สินที่ยืมไปจำนำที่ร้านขายมือถือ ในห้างสรรพสินค้ากลางเมืองอุดรธานี เมื่อเวลา 13.45 น. วันที่ 24 ธันวาคม 2566 เมื่อสอบถามครูสาว ก็บอกว่าจะไถ่มาคืนให้ เพราะช่วงนี้ลำบากขัดสน และรอมาตั้งหลายวัน ก็ไม่มีวี่แววได้ของกลับคืนมา 

จึงตัดสินใจเข้าแจ้งความไว้เป็นหลักฐานต่อ ร.ต.อ.หญิง จุฑามาศ เอื้อสกุล รอง สว.สอบสวน สภ.เมืองอุดรธานี เวลา 15.00 น. วันที่ 29 ธันวาคม 2566 หลังแจ้งความ ครูสาวคู่กรณี ได้ติดต่อมาขอไกล่เกลี่ย เพื่อชดใช้ทรัพย์สินที่ยืมไปในวันที่ 3 มกราคม 2567 และได้นั่งรอที่โรงพักตั้งแต่เวลา 12.00 น. จนถึงเวา 17.00 น. แต่ก็ไร้วี่แววครูสาวแสบ แถมไม่สามารถติดต่อได้ โทรไปก็ไม่ยอมรับสาย และมาทราบภายหลังว่าครูแคท ชได้ขนของใช้ส่วนตัวออกจากบ้านพักวิทยาลัยในช่วงวันหยุดปีใหม่แล้ว จึงตัดสินใจเข้ามาร้องสื่อ ให้พาเข้าพบ พ.ต.ท.สิงหราช แก้วเกิดมี รอง ผกก.สอบสวน สภ.เมืองอุดรธานี เพื่อติดตามความคืบหน้าของคดี  

น.ส.เอ นามสมุติ ผู้เสียหาย เปิดเผยว่า ตนเรียนชั้นปีที่ 1 ส่วนครูแคทเพิ่งย้ายมาจาก จ.อุบลราชธานี มาสอนที่ จ.อุดรธานี ได้เพียง 2 เดือน ด้วยความเป็นครูกับลูกศิษย์ จึงทำให้สนิสนมกัน เพราะตนเองยังพักอยู่ในหอพักของวิทยาลัย และเป็นผู้หญิงด้วยกัน จึงทำให้ไว้ใจออกไปข้างนอกวิทยาลัยก็ไปด้วยกัน 

กระทั่งคืนวันที่ 23 ธันวาคม 2566 ครูแคท ได้มาขอยืมโทรศัพท์มือถือ และคอมพิวเตอร์ อ้างว่าโทรศัพท์เสีย จะนำไปเปิดแอปกูเกิ้ลแมพ ส่วนโน๊ตบุ๊ก ครูแคทอ้างว่าแป้นพิมพ์เสีย ไม่สามารถใช้งานได้ จึงมาขอยืม พร้อมกับบอกว่าส่งคืนให้ในช่วงบ่ายวันที่ 24 ธันวาคม 2566 

เมื่อไปสอบถามที่บ้านพักครูแคท ก็บ่ายเบี่ยงใช้เหตุผลต่างๆนาๆ รวม 6 วัน จึงไปปรึกษาครูอีกคนที่พักอยู่ในบ้านพักด้วยกันกับครูแคท เพื่อให้ช่วยทวงถามทรัพย์สินของตนกลับคืน แต่ครูแคทก็ยังบ่ายเบี่ยงเช่นเดิม จนมาพบหลักฐานใบจำนำโทรศัพท์มือถือ และโน๊ตบุ๊กของตน วางอยู่ในห้องพักของครูแคท จึงนำมาขอดูกล้องวงจรปิดที่ร้านรับจำนำ ก็พบครูแคทนำทรัพย์สินของตนมาจำนำ และนำเงินไปทำอะไรนั้นตนไม่รู้ แต่อยากให้ครูแคท ออกมารับผิดชอบไถ่ทรัพย์สินของตนกลับคืนมา 

ส่วนเรื่องคดีความก็ให้เป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย นอกจากนี้ ครูแคทยังยืมเงินของตนไปใช้จ่าย แบบทยอยยืม ตนจดเอาไว้ครบ 7,400 บาท และยังไม่ได้คืนสักบาทเดียว

ด้าน พ.ต.ท.สิงหราช แก้วเกิดมี รอง ผกก.สอบสวน สภ.เมืองอุดรธานี เปิดเผยว่า คดีนี้เป็นคดียักยอกทรัพย์ เมื่อผู้ถูกกล่าวหาไม่ยอมมาไกล่เกลี่ยตามนัด ต่อหน้าพนักงานสอบสวน หลังจากนี้จะให้พนักงานสอบสวนเจ้าของคดีความ ออกหมายเรียก 2 ครั้ง หากยังไม่มาอีก ก็คงต้องขออนุมัติหมายจับ เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป...

ข่าวที่เกี่ยวข้อง