รูปเฟืองบนร่างกายคือชั้นยศ! จะได้รับหลังออกก่อเหตุร้าย

ข่าวเวิร์คพอยท์
รูปเฟืองบนร่างกายคือชั้นยศ! จะได้รับหลังออกก่อเหตุร้าย

ผู้การสืบนครบาลเผยรอยประทับรูปฟันเฟืองที่พบบนร่างกายของกลุ่มผู้ต้องหาคดียิงเด็กอุเทนและครูเจี๊ยบเสียชีวิตนั้นเป็นสัญลักษณ์แสดงชั้นยศ จะได้รับการประทับลงไปเมื่อออกไปก่อเหตุร้ายสำเร็จ ยืนยันมีหลักฐานกระทำผิดชัด ฝากถึงพ่อแม่ว่าพฤติกรรมของลูกท่านไม่ธรรมดา

(24 พ.ย. 66) พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนนครบาล เผยความคืบหน้าคดียิงน้องหยอด นศ.อาชีวะอุเทนถวาย และครูเจี๊ยบเสียชีวิต ยืนยันว่าจากการสอบสวนกรณีพบสัญลักษณ์ฟันเฟืองประทับบริเวณร่างกายร่างกาย หัวไหล่ และเสื้อช็อป ของกลุ่มเยาวชนที่จับกุมจากคดีนี้ พบว่าสัญลักษณ์ดังกล่าวเป็นเหมือนอวยชั้นยศ โดยจะใช้เหล็กไปเผาไฟก่อนจะนำมาประทับในร่างกายของผู้ร่วมขบวนการก่อเหตุเพื่อแสดงให้เห็นระดับชั้นจากการก่อเหตุแต่ละครั้ง

หากคนใดมีรอยประทับมาก แปลว่าเป็นชั้นยศระดับสูงหรือเป็นผู้นำ เหมือนกับดาวชั้นยศของทหาร-ตำรวจ เรื่องนี้ทางฝ่ายสืบสวนถือว่าเป็นประเด็นย่อย แต่ก็ได้มีการเก็บข้อมูลไว้ทั้งหมด สำหรับผู้ต้องหาทั้ง 9 คนที่ตรวจพบรอยประทับฟันเฟืองยืนยันว่าไม่ใช่ระดับธรรมดาแต่เป็นระดับแกนนำแนวหน้าของขบวนการดังกล่าว

ส่วนกรณีที่ขบวนการดังกล่าวนำรูป นายศตวรรษ นักศึกษาร่วมสถาบันที่เสียชีวิต หลังถูกก่อเหตุยิงเมื่อวันที่ 3 เมษายนที่ผ่านมา บริเวณจรัญสนิทวงศ์ และนำมาติดพร้อมนำพวงมาลัยมาคล้องคล้ายกับการเชิดชูผู้เสียชีวิตและปลูกเร้าให้ขบวนการฮึกเหิมในการแก้แค้นคู่อริ 

พล.ต.ต.ธีรเดช ระบุว่า เรื่องดังกล่าว ต้องแสดงความเสียใจกับครอบครัว โดยทางตำรวจไม่เคยบอกว่าผู้เสียชีวิตเป็นแกนนำของกลุ่มนี้ แต่ถูกใช้มาเป็นเครื่องมือในการมาแก้แค้นคู่อริ และพร้อมให้ความเป็นธรรม

ซึ่งคดีดังกล่าวและคดีอื่นขณะนี้ทางฝ่ายสืบสวน ได้รื้อคดีทั้งหมด เช่น คดีบุกยิงกลางงานแต่งในพื้นที่ สน.สุทธิสาร เมื่อช่วงเดือนสิงหาคม ปี 65 เหตุยิง ซอยกำนันแม้น เดือนกรกฎาคม ปี 65 จะถูกนำกลับมาสืบสวนใหม่ทั้งหมด เบื้องต้นข้อมูลพบว่าทั้ง 3 คดีมีความเชื่อมโยงกันเนื่องจากพฤติการณ์ในการก่อเหตุมีลักษณะคล้ายกัน 

ส่วนเรื่องประเด็นแม่ของ 1ผู้ต้องหา ไม่เชื่อว่าลูกชายของตนเองเป็นผู้ร่วมขบวนการ เพราะแค่แม่ด่าลูกยังร้องไห้แล้ว อยากฝากถึงผู้ปกครองว่า อยากให้ดูพฤติกรรมของลูกอย่างละเอียด ว่าลูกมีพฤติกรรมอย่างไรถึงมานั่งบ่นแคร่หรือเก้าอี้ไม้ การจะถูกยกย่องเป็นถึงผู้นำในขบวนการดังกล่าวไม่ใช่เรื่องง่าย แสดงว่าต้องมีพฤติกรรมที่ทำให้ขบวนการดังกล่าวยกย่องเชื่อถือได้ แต่แม่อาจจะไม่มีข้อมูลซึ่งยืนยันว่าตำรวจไม่ได้ใส่ร้ายใคร 

สำหรับรถจักรยานยนต์ของผู้ก่อเหตุที่ใช้ก่อเหตุยิงครูเจี๊ยบและน้องหยอด  หลังเกิดเหตุได้มีการเปลี่ยนสีเพื่อตบตาตำรวจใช้ในการหลบหนียังไม่พบแต่อยู่ระหว่างการสืบสวน 

ส่วนที่เมื่อวานนี้มีเพื่อนของกลุ่มผู้ต้องหาในขบวนการดังกล่าวไปเยี่ยมที่ สน. ทุ่งมหาเมฆ  อ้างว่าไม่ได้รู้จักกับขบวนการดังกล่าว แต่กลับให้ข้อมูลผ่านสื่อมวลชน  มองว่า บุคคลดังกล่าวน่าจะรู้จักคนภายในและขบวนการนี้เป็นอย่างดี ดังนั้นตำรวจก็จะต้องมีการเชิญ มาให้ข้อมูลกับพนักงานสอบสวนอย่างแน่นอน 

พร้อมขอบคุณชายคนดังกล่าวที่ออกมาระบุว่า ขอให้ “ดูหลักฐานต่อสู่ในชั้นศาล ” เป็นคำพูดในลักษณะที่คล้ายคล้ายกับตำรวจไม่มีหลักฐานที่จะสามารถเอาผิด ขบวนการดังกล่าวได้นั้น จึงอยากบอกชายและขบวนการคนดังกล่าวว่าตำรวจมีพยานหลักฐาน 100 เปอร์เซ็นต์ที่จะแสดงต่อศาลเอาผิดได้อย่างแน่นอน ดังนั้นจึงขอใช้คำพูดน้องคนเมื่อวาน “เดี๋ยวต้องไปดูกันที่ชั้นศาล” 

นอกจากนี้การติดตามจับกุม นายวินและนายเลาะ รวมทั้งขบวนการที่เหลือ ตำรวจมีความมั่นใจว่าจะได้ผู้ต้องหาทั้งหมดมาดำเนินคดีอย่างแน่นอน ส่วนรายละเอียดไม่ขอเปิดเผยเพราะคู่กรณีหรือกลุ่มผู้ต้องหา ก็ดูความเคลื่อนไหวของตำรวจอยู่ ส่วน 84 คนรู้เบาะแสทั้งหมดแล้ว แต่ยังไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด  

โดย พล.ต.ต.ธีรเดช ใช้สัญลักษณ์เพียง “ยิ้ม” ให้กับสื่อมวลชนว่า เป็นไปในทิศทางที่ดีและจะสามารถขยายผลทำลายเครือข่ายผู้ที่ร่วมสถาปนาองค์กรอาชญากรรมทั้งหมดได้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง