สุดช้ำ หนุ่มใหญ่รปภ.ถูกสาวอุดรฯหลอกว่ารักอ้อนพาไปดาวน์รถกระบะ ก่อนเชิดรถหนีออกจากศูนย์ฯหน้าตาเฉย

สุดช้ำ หนุ่มใหญ่รปภ. ถูกสาวอุดรฯหลอกว่ารักอ้อนพาไปดาวน์รถกระบะ ก่อนเชิดรถหนีออกจากศูนย์ฯหน้าตาเฉย เจ้าตัวพยายามขับตามแต่ไม่ทัน วอนเอารถมาคืน ไม่อย่างนั้นต้องเป็นหนี้อีก 7 แสน
(23พ.ย.66) ที่ จ.ชัยภูมิ นายบัญชา อายุ 47 ปี ชาวหนองบัวแดง จ.ชัยภูมิ อาชีพเป็น รปภ. ได้เตรียมเอกสารใบแจ้งความและหลักฐานอื่น ๆ เดินทางเข้ายื่นเรื่องขอความช่วยเหลือจากศูนย์ดำรงธรรม จ.ชัยภูมิ หลังถูก น.ส.เอ (นามสมมติ) อายุ 33 ปี ชาวอุดรธานี หลอกให้ซื้อรถยนต์คันใหม่ป้ายแดงให้หลังรู้จักกันผ่านเฟซบุ๊กได้เพียง 2 สัปดาห์
นายบัญชา เปิดเผยว่า ได้รู้จักหญิงรายนี้ผ่านทางเฟซบุ๊ก เมื่อ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยมีการพูดคุยกันผ่านทางโทรศัพท์ , ทางไลน์ และเฟซบุ๊ก ต่อมาหญิงรายนี้บอกว่ารักตน จากนั้นหญิงรายนี้ได้เดินทางมาพบกับแม่ของตนเองที่บ้านที่ จ.ชัยภูมิ และมีการพูดคุยตกลงว่าจะแต่งงานกัน แต่ก่อนที่จะแต่งงานหญิงรายนี้ได้อ้อนให้ตนไปช่วยไปออกรถใหม่ โดยอ้างจะนำไปใช้ช่วยกันประกอบอาชีพหารายได้
นายบัญชา เล่าต่อไปว่า ตนเองหลงเชื่อจึงได้ชวนไปหาเลือกซื้อดูรถยนต์ใหม่ที่ศูนย์รถยนต์แห่งหนึ่งในเมืองชัยภูมิ เป็นรถยนต์กระบะสี่ประตู ในราคา 800,000 กว่าบาท โดยมีตนเองเป็นผู้ลงนามเป็นผู้เช่าซื้อรถยนต์คันนี้ ได้วางเงินดาวรถจ่ายไปแล้ว 100,000 บาท เมื่อทางศูนย์รถยนต์ส่งมอบรถยนต์ให้หญิงรายนี้ก็ได้หยิบกุญแจขึ้นไปขับรถยนต์และขับหนีหายออกไปจากศูนย์รถอย่างรวดเร็ว
"ตนเองได้ขับรถยนต์อีกคันที่ขับมาตามไป แต่ตามไม่ทันพบตัว GPS ที่ติดมากับรถถูกถอดออกไว้อยู่ในพื้นที่ ต.บ้านเป็ด อ.เมืองขอนแก่น ติดตามไปไม่พบรถยนต์แล้ว" นายบัญชา กล่าว
นายบัญชา บอกว่า มั่นใจว่าถูกหลอกให้รักแล้วพาไปออกรถยนต์คันใหม่ ก่อนเชิดรถยนต์คันใหม่ขับหนีหายไป สิ่งที่ตนเองอยากได้มากที่สุดคืออยากให้นำรถมาคืน ไม่ควรจะมาหลอกกันแบบนี้ หากไม่รักไม่ชอบกันแล้วก็ควรนำรถมาคืนก็พร้อมให้อภัย ซึ่งจะมาปล่อยทิ้งให้ตนเองเป็นหนี้ที่ทั้งเสียเงินดาวไปแล้วกว่า 100,000 บาท และยังต้องมีหนี้ผูกพันจ่ายค่างวดรถอีกเดือนละ 10,000 บาท เป็นหนี้สินตามมาอีกจำนวนมากในครั้งนี้ด้วย
"เงินเดือนตนเองก็เดือนละเพียง 13,000 บาท มาจ่ายหนี้รถที่ถูกสาวหลอกไปแต่ละเดือนก็แทบหมดกำลังใจแล้ว ที่ต้องมาถูกหลอกแบบนี้ขอให้สาวที่มาหลอกตนเองนำรถมาคืนก็พร้อมให้อภัย จะไปไหนหากไม่รักไม่ชอบกันก็ไม่ว่า" นายบัญชา กล่าว
ขณะที่ทางศูนย์ดำรงธรรม จ.ชัยภูมิ ได้ประสานศูนย์ดำรงธรรมจ.อุดรธานีพื้นที่ที่อยู่ของหญิงดังกล่าวเพื่อติดตามไปที่บ้านตามทะเบียนบ้านเพื่อเร่งติดตามตัว เนื่องจากเกรงจะนำรถข้ามไปฝั่งเพื่อนบ้าน
นอกจากนี้ยังเชื่อว่าทำกันเป็นขบวนการเนื่องจากในวันรับรถหลังจากที่ได้กุญแจรถและถ่ายรูปเสร็จแล้วฝ่ายหญิงได้ขับรถหนีออกจากศูนย์ทันที และพบว่ายังมีการแวะจอดรับผู้ชายอีกคนที่ยืนรอหน้าศูนย์รถพาขับหลบหนีไปด้วยกันด้วย




