น้องยังคาใจ! ไม่อยากจะเชื่อพี่ชายเอามีดปักอกตัวเองเพื่อลองของ

ข่าวเวิร์คพอยท์
น้องยังคาใจ! ไม่อยากจะเชื่อพี่ชายเอามีดปักอกตัวเองเพื่อลองของ

น้องชายยังคาใจไม่อยากจะเชื่อพี่ชายเอามีดปักอกตัวเองเพื่อลองของจนเสียชีวิต ส่วนแม่ไม่ติดใจ ขณะที่เพื่อนร่วมวงเหล้ายืนยันความบริสุทธิ์

เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2566 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านเลขที่ 35/2 บ้านขาม หมู่ 3 ต.สวาย อ.ปรางค์กู่ จ.ศรีษะเกษ ซึ่งเป็นบ้านของ นางโจม รอดตรง อายุ 73 ปี แม่ของนายเพลิน รอดตรง อายุ 49 ปี ผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์มีดปักอก ภายในห้องเช่าซึ่งเป็นตึกแถว 2 ชั้น ไม่มีชื่อ ที่สุเหล่าคลอง 1 ซอย 16 เขตคันนายาว กทม. เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 26 พฤศจิกายน 2566 โดยบรรยากาศการจัดงานพิธีศพที่บ้านเกิด เป็นไปด้วยตวามโศกเศร้าเสียใจของบรรดาญาติๆ

นายทินกร จันทร์ชื่น อายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 61 หมู่ 4 ต.กู่ อ.ปรางค์กู่ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งเป็นเพื่อนที่เช่าห้องอยู่ด้วยกันกับผู้ตาย เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุเป็นช่วงหลังเลิกงาน ตนพร้อมผู้ตายได้ชวนกันนั่งดื่มสุรากันภายในห้องตามปกติ แต่ดื่มกันไปสักพัก ตนได้ลุกไปเข้าห้องน้ำ พอออกมาก็พบว่า ผู้ตายมีมีดปักอยู่ที่อก มีเลือดไหลนองพื้น เสียชีวิตคาที่ ในลักษณะนอนหงาย ขาขัดกันในลักษณะนั่งขัดสมาธิ ตนตกใจมากทำอะไรไม่ถูก จึงรีบเอาผ้ามาปิดผู้ตายไว้ ก่อนเร่งแจ้งให้น้องชายของผู้ตาย และเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบ 

ตนกับผู้ตายทำงานก่อสร้างคนละที่ รู้จักคบหากันเป็นเพื่อนมานานกว่า 30 ปี มาพักอยู่ในห้องเดียวกันประมาณ 3 เดือน ซึ่งผู้ตายเป็นคนนิสัยดี มีอะไรก็ช่วยเหลือดี และเป็นคนชอบสักยันต์มาตั้งแต่เด็ก ส่วนตัวไม่รู้ว่าทำไมผู้ตายถึงแทงตัวเองจนเสียชีวิต โดยระหว่างนั่งดื่มเหล้ากัน ก็ไม่มีปากเสียงหรือทะเลาะกันกันเลย จึงคิดไม่ออกเลยว่า ทำไมถึงเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น พร้อมยืนยันว่า ตนบริสุทธิ์ ไม่ได้เป็นผู้ก่อเหตุแทงผู้ตายจริงๆ

น้องยังคาใจ! ไม่อยากจะเชื่อพี่ชายเอามีดปักอกตัวเองเพื่อลองของ

ด้านนายดำเนิน รอดตรง อายุ 47 ปี น้องชายผู้เสียชีวิต กล่าวว่า หลังเกิดเหตุตนได้รับแจ้งว่า พี่ชายตนโดนมีดแทงเข้าที่บริเวณหน้าอกใต้ราวนมซ้าย มีเลือดไหลนองพื้น และเสียชีวิตคาที่ ซึ่งข้อมูลที่ได้รับในวันเกิดเหตุแจ้งว่า เป็นการใช้มีดแทงตัวเอง ตนก็รู้สึกตกใจ เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง เพราะไม่อยากจะเชื่อว่า พี่ชายตนจะใช้มีดแทงตัวเองจนตายเช่นนี้ จึงมีความสงสัยติดใจอยู่บ้างเล็กน้อย และปล่อยให้เป็นหน้าที่ของตำรวจ ในการสืบสวนหาข้อเท็จจริง เพื่อให้เกิดความกระจ่างโดยเร็ว 

ส่วนผู้ตายจะเป็นคนชอบสักยันต์ตามร่างกาย เป็นสายเมตตามหานิยม ซึ่งที่บริเวณหน้าอก ก็มีรอยสักหนุมาน ส่วนทางด้านหลังสักเป็นรูปเสือ ผู้ตายเคยมีครอบครัว มีภรรยาและลูกด้วยกัน 1 คน อายุ 11 ปี อยู่ที่ จ.นครราชสีมา และได้เลิกรากันกับภรรยา มานานกว่า 10 ปี แล้ว 

ขณะที่ นางโจม รอดตรง อายุ 73 ปี กล่าวว่า ลูกชายไม่ได้กลับบ้านมา 2 ปีแล้ว แต่จะโทรมาคุยกับแม่เป็นประจำ แม่ก็ได้ถามความเป็นอยู่ บอกลูกว่าอย่าดื่มสุราเยอะ ให้หยุดกินเหล้า รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ไม่ติดใจการตายของลูกชาย เพราะคิดว่าลูกชายแทงตัวเองตาย และแม่ก็รู้ว่า ลูกชอบสักยันต์หรือสักลาย เพราะเขาเชื่อและเป็นความชอบส่วนตัวของลูกชาย แม่ก็ไม่ได้ว่าอะไร

ข่าวที่เกี่ยวข้อง