คนหนองพะวาพ้อเหมือนถูกทอดทิ้ง หลังไฟไหม้โกดังสารเคมีซ้ำซาก

ข่าวเวิร์คพอยท์
คนหนองพะวาพ้อเหมือนถูกทอดทิ้ง หลังไฟไหม้โกดังสารเคมีซ้ำซาก

คนหนองพะวาพ้อเหมือนถูกทิ้ง ไฟไหม้ซ้ำไร้การแจ้งเตือนจากหน่วยงานรัฐ “อาช้าง” ปิยะ ปิตุเตชะ ฉะเดือดผ่านมา 22 วันยังไร้ความชัดเจน ถ้าปล่อยไว้แบบนี้กระทบ EEC-นักลงทุนแน่

(13 พ.ค. 67) ความคืบหน้ากรณีไฟไหม้โรงงานสารเคมีวินโพรเสส ม.4 ต.บางบุตร อ.บ้านค่าย จ.ระยอง ผ่านมา 22 วันแล้วยังคงมีไฟปะทุอยู่เรื่อยๆ โดยเมื่อช่วงบ่ายวานนี้(12 พ.ค.) ไฟได้ปะทุอีกรอบที่โกดัง 3 เป็นกากสารเคมีอะลูมิเนียมดรอส มีควันไฟออกนอกโรงงาน กระทบชาวบ้านในวงกว้าง สูดดมกลิ่นควันไฟ มีอาการแสบจมูก แสบตา ช่วงกลางคืนก็ยังมีกลิ่นเหม็นอยู่ ทางด้านอุตสาหกรรมจังหวัดระยอง ได้ออกมาเปิดเผยว่า เป็นการลุกไหม้กองขยะไม่ใช่เกิดจากการปะทุของกองอะลูมิเนียมดรอสแต่อย่างใด 

นายอนันต์ ประกอบสุข ชาวบ้านหนองพะวา บอกว่า ตลอด 22 วันที่ผ่านมาไฟยังไม่ดับเพราะมีการปะทุต่อเนื่องทุกวันมีกลิ่นออกมาตลอดเวลา เนื่องจากสารเคมียังคงอยู่ในบริเวณโรงงานทั้งที่กองอยู่และที่ค้างอยู่ในถัง 200 ลิตรที่มีอยู่เป็นจำนวนมาก ไฟก็ปะทุจากกองสารเคมีขึ้นบ่อยครั้ง ทำให้มีควันและกลิ่นจากสารเคมีอยู่ตลอด

คนหนองพะวาพ้อเหมือนถูกทอดทิ้ง หลังไฟไหม้โกดังสารเคมีซ้ำซาก

ชาวบ้านไม่เคยได้รับการช่วยเหลือเยียวยา หรือแม้แต่ความมั่นใจในการเตรียมขนสารเคมีออกจากพื้นที่ก็ยังไม่มี เมื่อเกิดเหตุไฟไหม้ใหญ่อีกครั้งก็ไม่มีหน่วยงานไหนเข้ามาแจ้งว่าจะต้องปฏิบัติตัวกันอย่างไร ต้องสังเกตและป้องกันกันเอาเอง วัดกันเองว่าจะต้องอพยพ หรือไม่อพยพ

ด้านนายปิยะ ปิตุเตชะ นายก อบจ.ระยอง เปิดเผยว่า ปัญหาวินโพรเสสขณะนี้ ไม่มีหน่วยงานใดตอบชาวบ้านได้ว่าสารเคมีที่กระจัดกระจายอยู่ในโรงงาน จะบริหารจัดการอย่างไร ทั้งที่นายกรัฐมนตรี ก็เดินทางลงพื้นที่มาดูปัญหาผ่านมา 22 วันแล้ว ปัญหาก็ยังไม่จบสิ้น

คนหนองพะวาพ้อเหมือนถูกทอดทิ้ง หลังไฟไหม้โกดังสารเคมีซ้ำซาก

สำหรับการแก้ไขปัญหาในส่วนของ อบจ.ระยอง ที่เข้าไปช่วยก็เป็นการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าในการขุดดักสารเคมีเข้มข้นที่เกิดจากการชะล้างในโรงงานไว้ ซึ่งมีอยู่ประมาณ 250,000 คิว ซึ่งเป็นการทำงานแข่งกับเวลาในทันช่วงหน้าฝน โดยเฉพาะพื้นที่โรงงานขุดไปบริเวณใดก็พบแต่สารเคมีปนเปื้อนในดิน ฝังไว้ทั่วโรงงาน ซึ่งถ้าปล่อยไว้ปัญหาจะยิ่งกระทบวงกว้าง

ซึ่งขณะนี้ทาง อบจ.ระยอง ได้ใช้รถแบคโฮ และเครื่องจักรหนัก เข้ามาช่วยขุดคันดินรอบโรงงานไว้ด้วย เพื่อป้องกันน้ำปนเปื้อนไหลออกสู่ภายนอก ซึ่งการแก้ไขปัญหาอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง คือ กรมโรงงานอุตสาหกรรมมาเป็นเจ้าภาพในการบริหารจัดการโดยเร็วที่สุด เพราะความเชื่อมั่นของ ปชช. เป็นเรื่องสำคัญ

คนหนองพะวาพ้อเหมือนถูกทอดทิ้ง หลังไฟไหม้โกดังสารเคมีซ้ำซาก

ปัจจุบันนี้ชาวบ้านไม่เชื่อมั่นภาครัฐ ยิ่งเมื่อวานเกิดเหตุไฟปะทุขึ้นมาอีกบริเวณโกดัง 3 ยิ่งทำให้ ปชช.ไม่รู้จะพึ่งใคร เชื่อใครได้ โดยเฉพาะ จ.ระยอง เป็นเมือง EEC ความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างประเทศสำคัญ เรื่องแค่นี้แก้ไขไม่ได้ จะทำนักลงทุนหนีหมด และในอนาคตจะไปพูดคุยกับชาวบ้านได้อย่างไรในการพัฒนาภาคอุตสาหกรรม หากเกิดเหตุกรณีโรงงานไฟไหม้ ระเบิด จะให้ชาวบ้านเชื่อมั่นได้อย่างไร จะมีความปลอดภัยในชีวิต จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ทบทวนในการแก้ไขปัญหาให้รวดเร็ว เพื่อเรียกความเชื่อมั่นของชาวบ้านในพื้นที่ต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง