สาว 16 ยอดกตัญญู ดูแลพ่อป่วยหลายโรครุมเร้าเพียงลำพัง

สาว 16 ยอดกตัญญู ดูแลพ่อป่วยหลายโรครุมเร้าเพียงลำพัง อาศัยในเพิงพักสภาพพังแหล่มิพังแหล่ หน่วยงานราชการเร่งยื่นมือเข้าช่วย
(2 ก.ย. 66) ผู้สื่อข่าวได้รับการประสานขอความช่วยเหลือจากนางจงจิต จูเล่งเส้ง ประธาน อพม.อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช ว่า พบครอบครัวผู้ยากไร้ ปลูกเพิงพักอาศัยอยู่บนที่ดินของเพื่อนบ้านริมถนนชายทะเลปากพนัง - หัวไทร ท้องที่หมู่ 9 ต.ขนาบนาก อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช
โดยอาศัยอยู่ด้วยกัน 2 คน ประกอบด้วย นายเจริญ อายุ 58 ปี ป่วยหลายโรครุมเร้า โรคหัวใจ เหน็บชาครึ่งตัวด้านขวา ไม่สามารถทำงานใด ๆ แต่สามารถช่วยเหลือตัวเอง ทำงานเล็ก ๆ น้อย ๆ ได้ และไม่มีรายได้ อาศัยอยู่กับ น.ส.จุฑารัตน์ หรือ น้องบีช อายุ 16 ปี บุตรสาว นักเรียนชั้น ปวช. 1 วิทยาลัยอาชีวศึกษาปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นเด็กกตัญญูคอยปรนนิบัติดูแลพ่อ และขยันเล่าเรียนศึกษา โดยที่ผ่านมาทาง พม.และส่วนราชการ ในพื้นที่ ยื่นมือช่วยต่อเนื่อง
ผู้สื่อข่าวาำรวจสภาพเพิงพักของ 2 พ่อลูก พบว่ามีสภาพชำรุดทรุดโทรม ฝาผนังและหลังคามุงจากแทบจะไม่สามารถกันแดดกันฝนได้ จึงต้องใช้แผ่นยางดำเก่าที่ใช้ปูรองนากุ้งมาคลุมปิดทับหลังคาบ้าน ภายในกระท่อมมีดวงไฟเล็ก ๆ 1 ดวง ที่ต่อไฟฟ้าจากเพื่อนบ้าน อย่างไรก็ตามขณะนี้เริ่มเข้าสู่ฤดูมรสุม ทำให้ตลอดแนวชายฝั่งประสบคลื่นลมแรง เชื่อว่ากระท่อมของสองพ่อลูกหากโดนลมพายุพัดถล่มจะทำให้หลังคาและตัวบ้านได้รับความเสียหายทั้งหลังแน่นอน จึงขอความเมตตาจากผู้ใหญ่ใจบุญช่วยปรับปรุงซ่อมแซมเปลี่ยนหลังคาบ้านให้กับสองพ่อลูก
ขณะที่นายกิตติพงษ์ รองเดช นายอำเภอปากพนัง พร้อมด้วยนายศิลา วัดล่อง ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 9 ต.ขนาบนาก และเจ้าของที่ดิน รวมทั้งผู้ที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จ พบว่าบ้านหรือกระท่อมมีสภาพที่ไม่มั่นคง ไม่สามารถอาศัยอยู่ได้ ตัวบ้าน หลังคา ผนังผุพังปลวก มอดกัดกินจนตัวบ้านจะพังแหล่มิพังแหล่ ไม่สามารถที่จะปรับปรุงซ่อมแซมได้ ต้องสร้างบ้านใหม่ทั้งหลังเท่านั้น
ล่าสุดนายอภินันท์ เผือกผ่อง ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช นางพิชานันท์ เผือกผ่อง นายกเหล่ากาชาดจังหวัดนครศรีธรรมราช พร้อมด้วยนายนายกิตติพงษ์ รองเดช นายอำเภอปากพนัง, แม่ทัพภาคที่ 4 สั่งการ พ.อ.สุริน ทองเต็ม ผอ.กองกำลังพล กองทัพภาคที่ 4 นำกำลังลงพื้นที่ตรวจสอบบ้านนายเจริญ และ น.ส.จุฑารัตน์ ดำเนินการก่อสร้างบ้านหลังใหม่ตามโครงการบ้านปันสุข ของ ผู้ว่า ฯและภรรยา หลังที่ 57 โดยมีนายกิตติพงษ์ รองเดช นายอำเภอปากพนัง และนายศิลา วัดล่อง ผุ้ใหญ่บ้านหมู่ 9 ต.ขนาบนาก อ.ปากพนัง เป็นผู้ดูแล โดยจะเริ่มรื้อบ้านหลังเก่าในวันจันทร์ที่ 4 ก.ย.นี้
นายเจริญ กล่าวว่า ตอนกลางคืนตนจะนอนบนแคร่หน้ากระท่อม ส่วนน้องบีช นอนในกระท่อม ซึ่งชีวิตตนไม่รู้จะอยู่ได้อีกนานแค่ไหน ไม่ได้ห่วงชีวิตตนเอง แต่ยอมรับว่าเป็นห่วงน้องบีช บุตรสาวอย่างมาก หากตนไม่อยู่แล้ว อยากให้น้องบีช ได้เรียนสูง ๆ เพื่อจะได้ประกอบอาชีพทีดีเลี้ยงตัวเอง และมีบ้านที่แข็งแรงอยู่อย่างปลอดภัย ตนก็หมดห่วงนอนตายตาหลับ ต้องขอขอบพระคุณผู้ว่า ฯ คุณนายฯ และนายอำเภอปากพนัง รวมทั้งผู้ใจบุญทุกภาคส่วนที่ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือตนและน้องบีช
ขณะที่น้องบีช กล่าวว่า ช่วงตนอายุ 6 ขวบ เรียนชั้นอนุบาล 2 แม่เสียชีวิต จากนั้นพ่อเลี้ยงดูตนเองมาอย่างยากลำบาก แม้ว่าฐานะจะยากจน แต่ตนก็ไม่ได้น้อยใจ เสียใจหรืออับอาย แต่กลับมุ่งมั่นเล่าเรียน ตื่นนอนตี 5 ทำภารกิจส่วนตัว หุงข้าวให้พ่อ ก่อนอาบน้ำแต่งตัวไปโรงเรียน โดยผูกรถประจำไปกลับเดือนละ 700 บาท
บางวันไปโรงเรียนไม่มีเงินติดตัว โชคดีเพื่อนๆ เข้าใจ และสงสารเลี้ยงข้าว และเลี้ยงขนม โดยไม่มีใครดูหมิ่น ดูแคลนในความยากจนของตน ส่วนตัวคิดว่า สภาพที่เป็นอยู่ก็ไม่ลำบากมากนัก พอจะอยู่กันได้ ขณะที่เพื่อนบ้านโดยเฉพาะเจ้าของที่ดินนำเงินมาให้ไปโรงเรียน นำข้าวปลาอาหารมาให้




