นร.มือมีดคับแค้นใจถูกผู้ตายบังคับขอเงินครั้งละ 20 บาท ด้านแม่เด็กยกมือไหว้ขอโทษครอบครัวผู้เสียชีวิต

ผกก. เผยปมนร.มือมีดคับแค้นใจถูกผู้ตายบังคับขอเงินครั้งละ 20 บาท หากไม่ให้ขู่ทำร้ายร่างกาย ด้านแม่เด็กยกมือไหว้ขอโทษครอบครัวผู้เสียชีวิต
(29 ม.ค.67) พ.ต.อ.วชิรากรณ์ วงศ์บุญ ผกก.สน.คลองตัน เปิดเผยภายหลังสอบปากคำเยาวชน 14 ปี ก่อเหตุแห่งเพื่อนดับที่โรงเรียนย่านพัฒนาการว่า วันนี้ได้สอบปากคำเด็กและพยานทั้งคุณครูที่เห็นเหตุการณ์ และแม่ผู้เสียชีวิต สำหรับสาเหตุการก่อเหตุ เกิดจากความคับแค้นใจ ที่ถูกผู้ตาย มักจะมาบังคับขอเงินผู้ก่อเหตุในช่วงเที่ยง ครั้งละ 20 บาท โดยมักจะก่อเหตุบนอาคารเรียน อ้างว่าจะนำไปซื้อบุหรี่ และมีการชกที่ศีรษะและใบหน้า ซึ่งโดนแบบนี้ประมาณ 3-4 ครั้งในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ด้วยความคับแค้นใจจึงไปซื้อมีดพกติดตัวมาโรงเรียนในเช้าวันนี้ หลังจากนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะไปสอบปากคำพยานในโรงเรียนว่าพบเห็นพฤติกรรมแบบนี้จริงหรือไม่
ทั้งนี้ ผกก.สน.คลองตัน ยืนยันว่าจากการสอบปากคำพบว่าพฤติกรรมของเยาวชน 14 ปี มีสติสัมปชัญญะเต็ม 100% สามารถตอบคำถามได้ชัดเจน นักจิตวิทยาและบุคคลที่ร่วมสอบปากคำลงความเห็นว่าเด็กมีสภาพจิตที่ปกติ แต่ในทางคดีเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ส่งผู้ก่อเหตุไปตรวจสุขภาพจิตอีกครั้ง ทั้งนี้จากการตรวจปัสสาวะไม่พบสารเสพติดในร่างกายแต่เจ้าตัวยอมรับว่าเคยดูดกัญชา 1 ครั้งเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา ทั้งนี้ยืนยันว่าผู้ก่อเหตุไม่ได้มีประวัติเข้าออกสถานีตำรวจเป็นประจำตามที่เป็นกระแสข่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง :
- เด็กพิเศษแทงเพื่อน ม.2 เสียชีวิต หลังเข้าแถวเช้าที่โรงเรียน
- กู้ภัยฯ เล่านาที เด็กนักเรียนถูกเพื่อนร่วมชั้น ม.2 แทงจนเสียชีวิตใน รร.
- เพื่อนนักเรียนผู้ตาย เล่านาที เพื่อนร่วมชั้นไล่แทง ก่อนผู้ตายลั่น "พอแล้วกูขอโทษ"
- เตรียมส่งเด็ก 14 แทงเพื่อนร่วมชั้นให้เเพทย์วินิจฉัยยืนยันเรื่องเด็กพิเศษ
เมื่อเวลา 15:51 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการนำตัวเด็กผู้ก่อเหตุและแม่ ส่งตัวไปตรวจสอบอาการทางจิตกับแพทย์ โดยตัวของเด็กผู้ก่อเหตุเองนั้นไม่ได้มีการตอบคำถามใด ๆ กับสื่อ ส่วนแม่ของเด็กนั้น เมื่อสื่อมวลชนถามว่า อย่าขอโทษฝั่งของครอบครัวผู้เสียชีวิตหรือไม่ แม่เด็กพยักหน้าพร้อมยกมือไหว้ขอโทษ และ มีการพูดว่า "ขอให้กระบวนการเสร็จสิ้นก่อนแล้วจะให้สัมภาษณ์อีกที"
ในขณะเดียวกัน นายณัฐภูมินทร์ กิ่งทอง พี่ชายของผู้เสียชีวิตได้เดินทางมาที่โรงพักพร้อมเปิดใจกับสื่อมวลชนว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสภาพจิตใจครอบครัวย่ำแย่ทุกคน เหตุใดผู้ก่อเหตุต้องมาแทนน้องชายตน ซึ่งน้องชายตนเป็นเด็กที่ร่าเริง เป็นคนสร้างเสียงหัวเราะให้กับเพื่อนในห้อง
ในส่วนประเด็นที่ผู้ก่อเหตุให้การว่า ก่อนเกิดเหตุน้องชายตนและผู้ก่อเหตุมีการขัดแย้งทะเลาะกันภายในห้องนั้น ตนอยากจะถามกลับว่า ขัดแย้งในเรื่องอะไร และตนมองว่ามันไม่ใช่เรื่องที่ทางโรงเรียนต้องการปิดข่าว ไม่ให้เด็กออกมาให้ข้อมูลกับสื่อมวลชน หากตนมีโอกาสเจอคนก่อเหตุ ตนอยากจะถามว่า แทงน้องชายตนเรื่องอะไร ตนอยากรู้ต้นสายปลายเหตุว่ามันเกิดจากอะไร
จากการสอบถามเพื่อนของน้องชายเล่าให้ตนฟังว่าทั้งคู่ไม่เคยมีเรื่องทะเลาะอะไรกันมาก่อน ทั้งคู่ก็ยัง แหย่เล่นกันตามปกติ ในส่วนที่ผู้ก่อเหตุให้การว่าน้องชายตนได้มีการไถเงินเขานั้น ส่วนตัวตนไม่เชื่อเพราะน้องตนก็ได้เงินไปโรงเรียนวันละ 150 บาท เขาจะไปไถเงินเพื่อนทำไม
ในส่วนประเด็นที่มีการเผยแพร่แชทว่าผู้ก่อเหตุ มีการเตรียมแผนตั้งแต่วันศุกร์ที่ผ่านมานั้น ส่วนตัวตนไม่ทราบ แต่ดูจากแชทก็น่าจะเป็นความจริง จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตนรู้สึกแขนผู้ก่อเหตุเป็นอย่างมากเพราะมาทำร้ายน้องชายตนจนเสียชีวิต
ขณะเดียวกัน “เพจ Facebook รับน้องสร้างสรรค์ระดับโคตรมหากาพย์” ได้มีการเผยแพร่แชทสนทนาพูดคุยกับนักเรียนภายในโรงเรียนที่เกิดเหตุ โดยเป็นการสนนาประมาณว่า “ มันจะฆ่าตั้งแต่วันศุกร์แล้ว แต่ว่าไม่มีมีด มันไปขอคนในห้องมาแล้ว แต่คนในห้องไม่ให้” พร้อมระบุข้อความว่า “โรงเรียนมัธยมนาคนาวาอุปถัมภ์ ข้อมูลจากนักเรียนในโรงเรียน ผู้แทงวางแผนจะทำเรื่องนี้ตั้งแต่วันศุกร์ที่แล้ว แต่เราสงสัยว่าทำไมโรงเรียนที่รู้ว่ามีเด็กพิเศษที่พกมีด และติดยา โรงเรียนจากการประเด็นนี้ยังไง ผักชีโรยหน้าจริงๆใช่ไหม ?
นอกจากนี้ ยังมีบุคลากรคุณครูภายในโรงเรียนได้มีการส่งข้อมูลมาทาง ทางเพจ Facebook ดังกล่าว ประมาณว่า “ตอนนี้ทางโรงเรียนได้มีการสั่งห้ามครูทุกคนให้ข่าว ไม่ใช่แค่นักเรียนประเด็นนึง ที่โรงเรียนต้องรับผิดชอบ คือ โรงเรียนรู้อยู่แก่ใจว่าเด็กพิเศษคนนี้มีพฤติกรรมติดยาเสพติด และโรงเรียนก็รู้อยู่ตลอดชอบพกอาวุธ คือ มีดปอกผลไม้ไว้ติดตัวประจำ แต่โรงเรียนไม่เคยคิดที่จะทำให้เด็กคนนี้ไม่เอามีดปอกผลไม้เข้ามาในโรงเรียนได้เลยค่ะ ครูไม่กล้าเข้าใกล้เด็กคนนี้ค่ะ
ที่โรงเรียนต้องการปิดข่าว เพราะอย่างแรกเลยกลัวจะโดนมองว่า ปล่อยปะละเลยให้เด็กพิเศษ พกอาวุธเข้าโรงเรียนเป็นประจำ ซึ่งก็ทราบเรื่องนี้แต่ไม่ยอมทำอะไรเลยค่ะ รู้แค่เด็กติดยา ก็ทำแค่ผักชีโรยหน้าค่ะ "
เมื่อเวลา 16:15 น. ครอบครัวเด็กที่เสียชีวิตได้เดินทางมาที่โรงเรียนจุดเกิดเหตุ เพื่อพูดคุยรายละเอียดกับทางโรงเรียน หลังจากเด็กชายวัย 14 ปีถูกเพื่อนแทงเสียชีวิต




