อุ้มสาวใหญ่ 13 ชั่วโมง รีดเงิน 3 แสน ถ้าไม่จ่ายจะยัดยาบ้าพาเข้าคุก

สาวใหญ่ร้องถูกชายฉกรรจ์อ้างตัวเป็นตำรวจอุ้มตัวเรียกค่าไถ่ 3 แสนบาท นาน 13 ชั่วโมง ขู่ถ้าไม่เอาเงินให้จะยัดยาบ้าพันเม็ดแล้วพาไปขังคุกที่นครปฐม
(23 ก.ย. 66) จากกรณีที่นางพัชรี อายุ 48 ปี ชาว ต.เกาะหลัก อ. เมืองประจวบคีรีขันธ์ จ. ประจวบคีรีขันธ์ ถูกกลุ่มคน 4คน ปิดบังใบหน้า อุ้มขึ้นรถเก๋งฮอนด้าซีวิค สีขาว ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน มีสติกเกอร์ตราโล่ห์ที่กระจกหลัง เมื่อนางพัชรีขึ้นรถไปแล้วถูกใช้หมวกไอ้โม่งคลุมศีรษะ 2 ชั้น ใช้สายเคเบิลรัดข้อมือ มีชาย 2 คนนั่งประกบใช้ปืนจ่อศีรษะทั้งสองข้าง เหตุเกิดช่วงเช้าวันที่ 20 ก.ย. ที่ผ่านมา
ชายกลุ่มดังกล่าวบอกว่าตนเองเป็นตำรวจสืบสวนภูธรภาค 7 และอ้างว่าคนใกล้ชิดนางพัชรีมีส่วนพัวพันยาเสพติด และนายให้มาเอาเงินจำนวน 300,000 บาท ให้นำเงินมาเป็นค่าไถ่ตัว หากไม่หามาจะยัดยาบ้าจำนวน 1 พันเม็ด และให้เซ็นเอกสารแล้วส่งไปเรือนจำนครปฐม
นางพัชรีเล่าอีกว่าขณะที่โดนจับนั่งอยู่ในรถ คนร้ายขับรถวนไปวนมาโดยใช้เส้นทางถนนสายรอง หลบเลี่ยงเส้นทางหลักที่มีการติดตั้งกล้องบันทึกภาพวงจรปิด เป็นเวลากว่า 13 ชั่วโมง โดยไม่ให้ดื่มน้ำ หรือกินอาหาเลย แม้กระทั่งปวดปัสสาวะก็ไม่ให้เข้าห้องน้ำ ระหว่างทางคนร้ายได้สับเปลี่ยนรถเก๋งมาเป็นรถกระบะ และหัวหน้ากลุ่มทีชื่อ “แงะ” หายไป
ขณะที่นั่งรถไปนางพัชรีก็กังวลว่าจะหาเงินจากไหน หากต้องโดนยัดยาหลักพันเม็ด โดยไปหยิบยืมจากหลานที่เพิ่งแต่งงานที่อำเภอบางสะพาน โดยเป็นสินสอดเงินแต่งงาน จำนวน 180,000 บาท และเงินตนเองอีก 20,000 บาท และเอาแหวนทองสองสลึงออกตนเองไปอีกหนึ่งวง
จากนั้นคนร้ายโทรศัพท์ไปหาลูกสาวว่า แม่โดนจับ ให้นำเงินมาเป็นค่าไถ่ ซึ่งปรากฏหมายเลขโทรศัพท์ และเสียงได้ว่าเป็นคนชื่อแงะ ซึ่งเป็นเพื่อนของอดีตแฟนเก่า โดยที่ลูกสาวยังไม่รู้ว่าแม่โดนจับเรียกค่าไถ่ โดยทีแรกนัดไว้ที่ข้างปั๊มร้างฝั่งตรงข้ามสถานีบริการน้ำมันพีที ให้วางไว้ใกล้จุดกระป๋องสีแดง แต่คนร้ายเปลี่ยนจุดให้ไปวางไว้บริเวณป้ายบอกทางหาดหว้าขาว โดยลูกสาวตนเองวางแอบไว้ที่โคนเสา
นางพัชรีเล่าว่าตลอดเวลาที่ขับรถวนไปมา มีแต่เสียงเงียบ ตอนแรกตนคิดว่าจะพาตัวไปกรุงเทพเพราะใช้เวลานาน คาดว่าใช้ถนนเส้นรองในหมู่บ้านขับช้าๆ ประกอบกับรถติดฟิล์มกระจกสีดำจึงไม่เป็นที่สังเกต ระหว่างที่นั่งรถอยู่ตนได้ถามคนนั่งด้านหน้าว่า “เดี๋ยวนี้ตำรวจหากินกันแบบนี้เลยรึ” ทางนั้นตอบกลับมาว่า “ครับ ครับ พี่”
และพอตอนใกล้เที่ยงได้ถามคนนั่งด้านหน้าซ้ายว่า “ผู้กองกินข้าวบ้างยัง” และได้รับคำตอบว่า “ยังไม่ได้กิน” จึงถามคนขับรถด้านขวาว่า “พี่ๆ กินข้าวยัง” ได้รับคำตอบว่า “ยังไม่ได้กินเหมือนกัน” ขณะที่ตนเองรู้สึกหิวและโหย และไม่มีแม้กระทั่งข้าวหรือน้ำดื่ม
ภายหลังเกิดเหตุในช่วงสายของวันดังกล่าว บุตรสาวได้ไปแจ้งความไว้ที่ สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ไล่ติดตามถนนเส้นหลักที่มีกล้องวงจรปิด และภายในหมู่บ้านของผู้เสียหาย ปรากฏชัดเป็นรถเก๋งฮอนด้าซีวิคสีขาว ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน วิ่งเข้ามาในถนนหมู่บ้าน โดยคาดว่าคนร้ายมาดูลาดเลาก่อนหน้านี้
ล่าสุดช่วงบ่ายวันนี้ พิสูจน์หลักฐานจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เก็บหลักฐานเป็นเสื้อชุดนอนสีแดงของนางพัชรี และหมวกไอ้โม่ง 2 ชิ้น ที่คนร้ายจับคลุมศีรษะไว้ เพื่อนำไปตรวจสารพันธุกรรม (DNA) ที่อาจจะหลงเหลืออยู่
นอกจากนี้นางพัชรียังบอกว่ามีคนรู้จักกับหลานที่ตนเองไปยืมเงินจำนวน 180,000 บาท ไลน์มาบอก่าคนชื่อแงะอยู่ที่หน่วยในขณะเกิดเหตุ ไม่ใช่คนทำ มีภาพจากกล้องวงจรปิดยืนยัน พร้อมขู่ว่าถ้าไปแจ้งความเท็จจะโดนหนัก
ขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวได้ติดต่อ พล.ต.ต.วันชัย ธารณธรรม ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ แต่ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์




