ตรวจสอบแล้ว! หน.สน.ปลัดลายาว ด้านหัวหน้าปลัดอบต.นำเอกสาร ยัน เป็นไปตามระเบียบไม่ผิด

ข่าวเวิร์คพอยท์
ตรวจสอบแล้ว! หน.สน.ปลัดลายาว ด้านหัวหน้าปลัดอบต.นำเอกสาร ยัน เป็นไปตามระเบียบไม่ผิด

ปปช.ลงสอบหน.สน.ปลัดลายาว อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริง ด้านหัวหน้าปลัดอบต.นำเอกสาร ยัน เป็นไปตามระเบียบไม่ผิด

(19 ก.ย.66) เวลา 10:00 น. นายอนุชาพึ่งบุญศรี ผู้อำนวยการสำนักงานป.ป.ช ประจำจังหวัดร้อยเอ็ด มอบหมายให้นางสาวกนกอร เสริมศักดิ์ พนักงานไต่สวนระดับกลาง ของป.ป.ชร้อยเอ็ด พร้อมคณะ ไต่สวน รวมทั้งสิ้น 6 คน เดินทางไปที่ สำนักงาน องค์การบริหารส่วนตำบล อาจสามารถ อำเภออาจสามารถ จังหวัดร้อยเอ็ด ติดตามกรณี ที่มีเพจ กลุ่มปฏิบัติการหมาเฝ้าบ้าน โพสต์ข้อความ ทาง Social กล่าวถึงหัวหน้า สำนักปลัดอบต. ผีน้อย ลายาวเที่ยว 35 วัน

โดยเนื้อหากล่าวถึง สำนักปลัดอบต.อาจสามารถ จังหวัดร้อยเอ็ด ที่เดียวกับผีน้อย ที่ลาไปทำงานเกาหลี ลาเที่ยวยาวๆนับเฉพาะวัน ทำงานราชการ 35 วัน ถ้ารวมกันหยุดเกือบ 2 เดือน ติด# อบต. อาจสามารถ #อาจสามารถ #ร้อยเอ็ด #ลาพักผ่อน# กินเงินหลวง #เปิดการหมาเฝ้าบ้าน โดยอ้างว่าโพสต์เพื่อแจ้งเบาะแสการทุจริต ที่ปรากฏว่ามีการแชร์ว่อน ทางโซเชียล

ซึ่งคณะดังกล่าวได้นำเอกสาร จากปปช.ร้อยเอ็ด ส่งต่อเจ้าหน้าที่สำนักปลัด อบต.อาจสามารถ และพบกับ พ.อ.อ.สรายุทธ สุ่มมาตย์ ปลัด อบต.เพื่อเข้าตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อสงสัย ที่ปรากฏทางโซเชี่ยล ว่าเป็นไปตามระเบียบการลาที่ถูกต้องของทางราชการที่กระทรวงมหาดไทยกำหนดหรือไม่

จนท.พนักงานไต่สวน ปปช.ได้เรียกสอบเอกสารพยานหลักฐานต่างๆที่เกี่ยวข้องกับระเบียบและการลาพักร้อน หลักฐานการลา หลักฐานการเดินทาง การจองเที่ยวบินและอื่นจำนวน 10 ประการ รวมทั้งหลักฐานการซื้อตั๋วเครื่องบิน วันเดินทางกลับมาประกอบการไต่สวน

จากการเรียกสอบ นางสาวผกามาศ ศรีซ้ง หัวหน้าสำนักปลัดอบต.อาจสามารถ ซึ่งถูกพาดพิงถึง ได้ออกมาให้การกับเจ้าที่ไต่สวน ยอมรับว่า ตนเองได้มีการลาไปต่างประเทศ โดยมีการยื่นใบลาติดต่อกันเป็นเวลา 30 วัน ตามสิทธิ์ และตามระเบียบ เพื่อพาลูกชาย เดินทางไปพบแฟน ซึ่งเป็นนักธุรกิจอยู่ประเทศออสเตรเลีย 

และเดินทางไปเพื่อที่จะส่งลูกชาย อายุ 16 ปี ไปเรียนหนังสืออยู่ประเทศออสเตรเลีย เพื่อเน้นการเรียนรู้ด้านภาษา และเตรียมสถานที่เรียนให้กับลูกชาย และอาศัยอยู่กับแฟน เพื่อเป็นการเรียนรู้ด้านภาษา ก่อนเป็นเบื้องต้น และยอมรับว่า ตนเองได้ลางาน เดินทาง ไปต่างประเทศ ตั้งแต่วันที่ 16 มีนาคม 2561 และกลับมาวันที่ 11 พฤษภาคม 2566 ตามที่ถูกพาดพิงถึงจริง 

แต่ยืนยันว่าทุกอย่าง เป็นการลาที่ถูกต้อง ไม่ผิดระเบียบ เนื่องจาก ตนมีการเก็บสะสมวันลาไว้ แล้วลาในคราวเดียวกัน ซึ่งการยื่นใบลาก็ได้รับการพิจารณาเห็นชอบ จากทั้งนายกอบต. และปลัดอบต ว่าสามารถดำเนินการได้ ตนเองจึงได้ยื่นใบลาแล้วเดินทางไปกลับ ตามที่ ได้ยื่นใบลาไว้ ทุกอย่างเป็นไปด้วยความถูกต้อง และตอนนี้ก็มั่นใจว่า ไม่ได้ทำผิดระเบียบ ใดๆ จึงไม่หนักใจ กับเรื่องราว ที่เกิดขึ้น ละถูกไต่สวน แต่อย่างใดทั้งสิ้น

ในขณะที่ พ.อ.อ.สรายุทธ สุ่มมาตย์ ปลัด อบต.อาจสามารถ ซึ่งได้นำเอกสาร หลักฐาน และระเบียบมายืนยันของหัวหน้าสำนักปลัด ที่กลับมาทำงานตามปกติ ไม่น่าจะมีความผิด พร้อมกับชี้แจง และยืนยันว่าตามระเบียบการลา พักผ่อน หรือลาพักร้อน ของหัวหน้าสำนักปลัด พี่กำลังถูกวิพากษ์วิจารณ์ อยู่นั้น ตนยืนยันว่าเป็นไปตามระเบียบ ของการลา ซึ่งสามารถสะสมวันลาได้ ซึ่งในระเบียบ ระบุไว้ชัดเจนว่า หากรับราชการ เกิน 6 เดือน มีสิทธิ์ลาพักผ่อนได้ 10 วัน จะสะสมวันลาได้ไม่เกิน 20 วัน 

.

แต่หากรับราชการ ไม่น้อยกว่า 10 ปี ก็สามารถที่จะ สะสมวันละได้ ไม่เกิน 30 วัน ซึ่งการลา ของหัวหน้าสำนักปลัด คนนี้ ก็ได้ยื่นใบลา 30 วัน ติดต่อกัน โดยแจ้งว่าจะ พาลูกชายเดินทางไปต่างประเทศ ให้ไปอยู่กับสามี ที่ประเทศออสเตรเลีย แต่การลา ดังกล่าว ก็ยอมรับว่ามีความคลาดเคลื่อนไป บ้าง ทั้งนี้เนื่องจาก การเดินทางกลับ เพราะหลังจากคบปัญหา 30 วันแล้ว แต่กลับไม่สามารถเดินทางกลับมาทำงานได้ตามปกติ 

.

ทั้งนี้เนื่องจาก ไม่มีเที่ยวบิน ที่จะกลับมาให้ทัน แต่ก็ได้มีการ ติดต่อกลับมาทาง โทรศัพท์ แจ้งมายัง นายก เพื่อขออนุญาต รวมทั้งแจ้งมายัง ตนเองว่า ขอ อนุญาตแจ้งลาเพิ่ม อีก 3 วัน เพื่อรอ เที่ยวบินเดินทางกลับ มาทำหน้าที่ ตามปกติ ซึ่งเห็นว่าเป็นเรื่องสุดวิสัย ก็อนุญาตให้ เพิ่มเติม เนื่องจากไม่มีทางออกที่ดีกว่านี้ ซึ่งก็มีการบันทึก การขออนุญาตการลาเพิ่มไหม่ โดยถูกต้อง 

.

และรายละเอียดทั้งหมด นำให้เจ้าหน้าที่ปปช.ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอน ของการมีการ ขออนุญาตเพิ่มเติม โดยถูกต้อง ส่วนกรณีที่มีคนสงสัยว่า ตามข้อกำหนดวันลา ของกรณีดังกล่าว ยืนยันว่า กรณีการลา จะนับรวมเฉพาะวันทำการ โดยไม่รวมวันหยุด ซึ่งเมื่อเป็นไปตามระเบียบนี้ ก็ไม่น่าจะมีความผิด ถึงจะยื่นเรื่องราว ทุกอย่าง ให้ปปช ดำเนินการตรวจสอบ ข้อเท็จจริงต่อไป

.

ในขณะที่ นางสาวกนกอร เสริมศักดิ์ พนักงานไต่สวนระดับกลาง ของปปช.ร้อยเอ็ด เปิดเผยว่า หลังลงพื้นที่ตรวจสอบบันทึกข้อเท็จจริงดังกล่าวทั้งหมดแล้ว แต่ว่ายังไม่สามารถที่ให้คำตอบว่า อยู่ในข่ายของความผิดปกติหรือความไม่ถูกต้อง หรือไม่ผิดระเบียบ หรือไม่ แต่อย่างไร ทั้งนี้เนื่องจาก จะต้องนำข้อมูล ไปตรวจสอบข้อเท็จจริงให้เกิดความชัดเจน และตีความข้อกฎหมาย และระเบียบการบริหาร งานบุคคลของอบต.ก่อน 

.

ซึ่งตอนนี้ถือว่ายังไม่สามารถตอบได้ว่า พบสิ่งที่เป็น ความผิดปกติ เพราะจะต้องเสนอผู้บังคับบัญชา ตรวจสอบในรายละเอียด 

และให้ผู้บังคับบัญชาใช้ดุลยพินิจในการพิจารณาในข้อเท็จจริงทั้งหมดก่อน ซึ่งหากมีการสรุปข้อไต่สวนแล้ว จะ เข้าข่ายที่จะเป็นความผิด หรือไม่เข้าข่าย ทุกอยย่างจะต้องรอการนำเสนอไปยังผู้บังคับบัญชา เพื่อตรวจสอบ ข้อเท็จจริง ทั้งหมดก่อน จึงจะสามารถสรุปได้ว่าเป็นการกระทำความผิดหรือไม่อย่างไร ต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง