ลูกทาสยาคลั่งถือมีดเข้าทำร้ายพ่อ พ่อสวนกลับใช้เสียมฟาดดับคาหน้าบ้าน

ลูกทาสยาคลั่งถือมีดเข้าทำร้ายพ่อ พ่อสวนกลับใช้เสียมฟาดดับคาหน้าบ้าน
(8 ม.ค. 67) ร.ต.ท.หญิงจิราวรรณ ไกวาสัง รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองบึงกาฬ ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุสองนาง ว่ามีเหตุพ่อกับลูกทะเลาะวิวาทกันทำให้มีผู้เสียชีวิต บ.โคกก่อง ต.โคกก่อง อ.เมืองบึงกาฬ จึงเดินทางไปที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พ.ต.อ.ปกรณ์ ภาวิไล ผกก.สภ.เมืองบึงกาฬ แพทย์เวร รพ.บึงกาฬ และหน่วยกู้ภัยร่วมใจบึงกาฬ
ที่เกิดเหตุซึ่งเป็นร้านสะดวกซื้อกลางหมู่บ้าน พบผู้เสียชีวิตทราบชื่อนายเอกพล อายุ 32 ปี ลูกชายเจ้าของร้านค้าชำ ส่วนผู้ก่อเหตุคือนายตุ้ม อายุ 54 ปี เป็นพ่อของผู้ตายเอง และไม่ได้หลบหนีไปไหนยืนรอมอบตัวกับเจ้าหน้าที่อยู่หน้าบ้าน
จากการสอบถามเบื้องต้น ผู้ตายมีอาการคลุ้มคลั่งจะใช้อาวุธมีดทำร้ายพ่อ โดยมีปากเสียงกันตั้งแต่ในบ้านและออกมาทำร้ายกันที่หน้าบ้าน โดยผู้ตายไปเปิดเอามีดจากใต้เบาะรถจักรยานยนต์จะเข้าทำร้ายพ่อ พ่อจึงใช้เสียมที่วางอยู่หน้าบ้านป้องกันตัวเองตีกลับไปที่ศีรษะ 3 ที จนล้มลงแน่นิ่งและเสียชีวิต ต่อมาแพทย์เวรและตำรวจร่วมกันชันสูตรพบว่าผู้ตายถูกตีด้วยของแข็งจำนวน 4 แห่งรอบศีรษะ มีแผลฉกรรจ์เห็นกระโหลกและเสียเลือดมากเป็นเหตุให้เสียชีวิต จึงมอบศพให้ญาตินำไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป
ส่วนนายตุ้ม ผู้เป็นพ่อหลังนำศพลูกชายไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดป่าโคกก่องแล้ว ก็ได้เดินทางเข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวนที่ สภ.เมืองบึงกาฬ พร้อมรับสารภาพว่า ตั้งแต่ลูกชายเล่นยามามีอาการหนักมา 4-5 เดือนแล้ว มาขอเงินกับพ่อแม่วันละ 1,000 วันละ 500 แม่ต้องจ่ายรายงันให้ พอถึงวันศุกร์ก็จะขอแม่ 2,000 บาท
เมื่อเช้าก่อนเกิดเหตุก็ออกไปเก็บขยะด้วยกัน ลูกชายหาเงินจำนวน 500 บาทไม่เห็น แต่ผู้เป็นแม่เอาให้แล้ว กลับมาบ้านก็โวยวายขึ้น บักไหนเอาเงินกูไป กูไม่ได้กลัวใคร จะไปแจ้งใครมาก็ไปแจ้งมาเลย กูไม่ได้ขอใครกิน ตนก็เลยบอกลูก ทำไมไม่ไปหาดูก่อนว่าลืมไว้ที่ไหนหรือเปล่า
ตนเองก็พูดดีๆ ลูกชายก็ตะโกนบอกมึงไม่ต้องมาพูดกับกูเลย บักไหนอีไหนเอาไปก็เอามาให้กูเลย แล้วก็ถือมีดพร้าด้ามไม้ยาวประมาณ 80 ซม. เดินเข้ามาหา ตนจึงหยิบเสียบที่วางอยู่หน้าบ้านตีไปที่หัว 3 ที จนล้มลง ใจก็แค่อยากจะสั่งสอนลูกไว้ ไม่คิดว่าจะเอาให้ตาย ไม่รู้ไปถูกจุดสำคัญตรงไหน
ก่อนหน้านี้ก็อาละวาดตลอดโดยเฉพาะวันไหนที่พ่อไม่อยู่ แม่จะรับเคราะห์ตลอด ขอ 500 ขอ 1,000 พอไม่ให้ก็ไม่พอใจทำลายข้าวของที่อยู่ในร้าน แม่ก็จำเป็นต้องให้ เหล้ายาก็ไม่เท่าไร แต่ยาบ้านี่หนักสุด ซึ่งก็เคยได้ยินคร่าวๆว่าซื้อมาในราคา 4 เม็ด/100 บาท หากติดค้างไว้ก่อนก็จะคิด 3 เม็ด/100 บาท วันหนึ่งก็คงจะเล่นเยอะ
ล่าสุดวานนี้ตนก็พูดคุยกับหลานสาวที่ทำงานในโรงพยาบาล ว่าจะเอาไปบำบัด แต่ผู้ตายไม่ยอมไป ปกติตนก็เป็นคนไม่วู่วาม เหล้าก็ไม่กินยาก็ไม่สูบ ทำงานหาเงินอย่างเดียวมานาน โดยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเช้านี้มันเหลือบ่ากว่าแรง ไม่ไหวๆ ตนเองผู้เป็นพ่อก็ไม่คิดว่าจะตีลูกให้ตาย หวังเพียงว่าแค่ป้อมปรามสั่งสอนเท่านั้น และเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
จากนี้ก็จะขอประกันตัวออกไปจัดงานศพให้ลูกก่อน เรื่องของกฎหมายก็ค่อยว่ากันไปทีหลัง อย่างไรอยากฝากไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เอาจริงเอาจัง กับยาเสพติด ยิ่งมามีกฎใหม่ครอบครองได้ 5 เม็ด ยิ่งไปกันใหญ่พวกเสพพวกค้าก็ไม่กลัว ควรปราบปรามให้เด็ดขาด
เบื้องต้นพนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาฆ่าคนตายโดยเจตนา ส่วนพ่อรับว่า ทำร้ายลูกจริง แต่ปฏิเสธข้อหาฆ่าคนตายโดยเจตนา หลังสอบปากคำได้นำตัวส่งศาลฝากขัง และให้ผู้ต้องหาขอประกันตัวในชั้นศาลต่อไป




