แม่โวย ผัวสจ.อุดรฯ ตบหน้าลูกชายวัย 7 ขวบ อ้างเด็กชูนิ้วกลาง-พูดคำหยาบใส่ ต้องสั่งสอน
แม่โวย ผัวสจ.อุดรฯ ตบหน้าลูกชายวัย 7 ขวบ อ้างเด็กชูนิ้วกลาง-พูดคำหยาบใส่ ต้องสั่งสอน เด็กงงแค่บอกว่า "Thank you"
จากากรณีเพจเฮียเปี๊ยกช่วยด้วยโพสต์ข้อความว่า วันนี้ผมได้รับเรื่องร้องเรียนมาว่า สามีของ สจ.อุดร ท่านหนึ่งตบเด็กชายวัย 7 ขวบ ณ ศาลากลางบ้าน ในขณะที่เด็กกำลังเล่นฟุตบอลกันอยู่ อ้างว่าตบสั่งสอนว่าเด็กพูดจาไม่สุภาพข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร พรุ่งนี้ผมและทีมข่าวจะลงพื้นที่สอบถามข้อเท็จจริง แต่อยากจะบอกสามีท่าน สจ .ผู้ทรงเกียรติว่าคุณไม่มีอำนาจในการที่จะไปตบตี
แม้จะเป็นการสั่งสอนตามที่คุณอ้างนี่ มันเด็กอายุแค่ 7 ขวบนะเว้ย ถ้าเด็กทำอะไรไม่ดีตามที่คุณว่าจริง คุณควรติดต่อบอกพ่อแม่เค้าให้รับทราบ เพราะอยู่หมู่บ้านเดียวกัน แต่คุณจะถือวิสาสะไปตบไปตีลูกเค้าไม่ได้ พรุ่งนี้เจอกันงามไส้ละสามี สจ.อุดร #เฮียเปี๊ยกช่วยด้วย#สามีสจตบเด็ก 7 ขวบ
(10 เม.ย.67) นายภาณุมาศ จิตรวศินกุล หรือเฮียปี๊ยก เจ้าของเพจเฮียเปี๊ยกช่วยด้วย พร้อมผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่ศาลากลางบ้านผักตบ หมู่ 13 ต.ผักตบ อ.หนองหาน จ.อุดรธานี พบ น.ส.อุบลรัตน์ อายุ 41 ปี นายธงเจิม อายุ 46 ปี แม่และพ่อ และน้องคูตี้ อายุ 7 ขวบ ที่ถูกสามี สจ.ตบหน้า พร้อมกับพาไปดูจุดที่ลูกเตะฟุตบอลเล่นกับเพื่อน แล้วลูกฟุตบอลไหลตกลงไปถนน ขณะที่นายชู นามสมมติ อายุ 50 ปี สามี สจ.ขับรถผ่านมาพอดี จึงได้จอดรถเดินลงมาตบหน้าน้องคูตี้ เพื่อสั่งสอน
น.ส.อุบลรัตน์ แม่น้องคูตี้ เล่าว่า วันเกิดเหตุ น้องคูตี้ได้เตะฟุตบอลอยู่ที่ศาลากลางบ้านกับเพื่อน เป็นจังหวะที่ลูกบอลไหลลงไปถนน ลูกชายของตนก็เลยวิ่งลงไปเก็บลูกฟุตบอล เป็นจังหวะที่มีรถมาพอดีลูกชายตนก็ตะโกนบอกว่า “ Stop Stop” ให้รถหยุด เพื่อที่จะได้เก็บลูกฟุตบอล พอรถหยุดลูกชายตนก็ได้บอกว่า “Thank you” หรือขอบคุณ แล้วพี่อีกคนก็วิ่งไปเอาฟุตบอล และก็มาเล่นกันต่อ
จากนั้นนายชู คนขับรถกระบะก็ได้เดินลงมาพูดว่าน้องเสื้อขาวตัวเล็กมาหาสิ และเดินเข้ามาหาลูกของตนแล้วก็ตบหน้า โดยไม่ได้ถามอะไรเลย ทั้งที่ลูกของตนบอกเพียงแค่ว่า Stop และ Thank you ซึ่งลูกตนก็งงว่าโดนตบเพราะอะไร คนที่ตบก็ไม่ได้พูดอะไร บอกเพียงแต่บอกลูกตนว่าอย่าพูดคำหยาบไม่สุภาพ และยังถามเด็กอีกว่าเป็นลูกใคร พ่อแม่เป็นใคร ตนมารู้ที่หลังว่าที่ลูกถูกตบหน้าก็เพราะพูดคำว่า FUCK YOU แต่จริงๆแล้วลูกของตนพูดว่า Thank you และ Stop
“ซึ่งคนที่ตบหน้าลูกตนนั้น บอกเพียงแค่ว่าตบสั่งสอนทั้งที่ลูกของตนอายุเพียงแค่ 7 ขวบ ในฐานะตนเป็นแม่ สามารถสั่งสอนลูกได้ แต่ไม่ใช่การตบตีเด็กแบบนี้ ตนอยากจะถามว่า มาตบเด็กสั่งสอนลูกตนในฐานะอะไร ซึ่งหลังจากเกิดเหตุการณ์ลูกตนมีอาการหวาดกลัว ไม่กล้าไปเล่นกับเพื่อนที่ศาลากลางบ้านแล้ว โดยลูกขอไปทำงานกับแม่”
น.ส.อุบลรัตน์ เล่าอีกว่า หลังจากเกิดเหตุการณ์ นายชูและภรรยา ได้มาหาตน สอบถามในลักษณะถามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มากกว่าสอบถามอาการของเด็ก นายชูก็ยังยืนยันว่าลูกของตนพูดคำว่าฟักยู แต่ภรรยานายชูไม่รู้เรื่องว่าสามีไปทำอะไรกับเด็ก เลยมาถามเหตุการณ์ หลังจากตนได้พูดคุยกันแล้ว นายชูก็ยังยืนยันว่าลูกของตนนั้นพูดคำว่า fuck you และยืนยันว่าการที่ทำลงไปเป็นการสั่งสอนลูกของตนไม่ได้ทำเกินกว่าเหตุ
ส่วน น้องคูตี้ เล่าว่า ตอนเกิดเหตุตนกำลังเตะบอลอยู่กับเพื่อน และเพื่อนรุ่นพี่ที่ศาลากลางบ้าน ลูกฟุตบอลได้ไหลลงไปที่ถนนเป็นจังหวะที่มีรถปิกอัพขับมาตนเลยบอกให้รถ Stop เมื่อรถจอดก็พูดว่า Thank you รุ่นพี่ก็ไปเก็บลูกฟุตบอลขึ้นมาเล่นกันต่อ ซึ่งคนขับรถกระบะก็ได้ไปจอดรถแล้วเดินลงมาหาพวกตน แล้วถามว่า “ชูนิ้วกลางใส่ผู้ใหญ่ทำไม มันเป็นสิ่งไม่ดี” ตนไม่ได้ทำท่าทางโชว์นิ้วกลาง แต่ทำมือให้รถหยุดแล้วก็ยกมือไหว้ขอบคุณ หลังจากนั้นคนขับรถกระบะก็ได้จับไหล่ แล้วก็ตบหน้าตนอย่างแรง แล้วยังถามพวกตนว่าลูกเต้าใคร บ้านอยู่แถวไหน พ่อแม่คือใคร และก่อนที่จะเดินขึ้นรถยังพูดว่า “เล่นกับใครไม่เล่น แต่อย่ามาเล่นกับกู” แล้วก็เดินขึ้นรถขับรถหนีไปเลย
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่าได้โทรศัพท์ไปสอบถามไปยังหมายเลขโทรศัพท์ของท่าน สจ. ซึ่งเป็นภรรยาของผู้ชายคู่กรณี เพื่อขอให้ช่วยประสานถามข้อเท็จจริงกับเรื่องที่เกิดขึ้น โดยรับสายและตอบมาว่า เรื่องดังกล่าวตนรู้อยู่เรื่องแล้ว แต่ตอนนี้สามีออกไปทำธุระ กลับมาแล้วจะโทรให้รีบไปหาที่ศาลากลางบ้านไม่เกิน 20 นาที ซึ่งผู้สื่อข่าวได้รออยู่สักพักทางคู่กรณีไม่ได้เดินทางมาหา แต่เมื่อผู้สื่อข่าวเดินทางไปหาที่บ้านกลับพบว่าบ้านปิด ร้องเรียกหาก็ไม่มีใครตอบรับกลับมา จึงพากันเดินทางกลับ




