จับถ่านไม้เถื่อน 6 ตัน เจ้าของอ้างไม่รู้ผิดกฎหมาย

จับร้านค้าลักลอบขายถ่านไม้โดยไม่มีใบอนุญาตครอบครองของป่าหวงห้าม พบสต๊อกล้นโกดัง 6,000 กิโลกรัม เจ้าของร้านอ้างไม่รู้กฎหมาย ที่ซื้อมาเพื่อเอาไว้ใช้เองและแบ่งขายบ้าง ตำรวจแจงไม่มีใบอนุญาตเก็บไว้ได้แค่ 130 กิโลกรัมเท่านั้น
(15 ธ.ค. 6) พ.ต.อ.ณัทกฤช น้อยคำปัน ผู้กำกับการ 4 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม หรือ ปทส. ได้สั่งการให้ ชุดปฏิบัติการสืบสวนฯ ลงพื้นที่ตรวจสอบในพื้นที่จังหวัดพิจิตร หลังจากได้ตรวจสอบพบว่ามีร้านขายถ่านไม้ บริเวณริมถนนทางหลวงหมายเลข 1276 ต.ไผ่รอบ อ.เมือง จ.พิจิตร ตั้งถ่านไม้ใส่กระสอบวางขายอยู่เป็นจำนวนมาก
เมื่อเข้าตรวจสอบพบ นางลมัยพร แสดงตัวเป็นเจ้าของร้าน พบว่าไม่เคยได้ขออนุญาตครอบครองของป่าหวงห้ามมาก่อน จึงได้ตรวจสอบรอบบริเวณร้านเจ้าหน้าที่ถึงกับอึ้ง โดยพบว่ามีถ่านสต๊อกอยู่ในโกดังมากกว่า 6 ตัน (500 กระสอบ) โดยที่นางลมัยพรฯ อ้างว่ารับซื้อถ่านไม้มาเก็บไว้ใช้ในครัวเรือน และแบ่งขายตามโอกาส จึงไม่ได้ไปขออนุญาต
เจ้าหน้าที่ตำรวจ ปทส.จึงได้แจ้งให้ นางลมัยพรฯ ทราบว่า ถ่านไม้ทุกชนิด ถือเป็นของป่าหวงห้าม ตามพระราชกฤษฎีกา กำหนดของป่าหวงห้าม พ.ศ. 2530 ซึ่งการที่จะมีไว้ในครอบครองเพื่อใช้ในครัวเรือนจะต้องมีไม่เกิน 130 กิโลกรัมเท่านั้น ตามประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ฯ ลงวันที่ 22 มกราคม 2531 หากครอบครองเกินกว่านั้น ผู้ครอบครองจะต้องได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่เสียก่อน จึงจะสามารถครอบครองไว้ เพื่อประกอบการค้าได้
จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ปทส.จึงได้ทำการตรวจยึดถ่านไม้ดังกล่าวไว้ทั้งหมด พร้อมควบคุมตัวนางลมัยพรฯ นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.โพธิ์ประทับช้าง ดำเนินคดี ในข้อหาตาม พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 ในข้อหามีไว้ในครอบครองซึ่งของป่าหวงห้าม (ถ่านไม้ทุกชนิด) เกินปริมาณที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที ซึ่งจะมีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ




