ตำรวจคุมตัว “บิ๊ก-บอย” ทำแผนประกอบคำรับสารภาพ

ตำรวจคุมตัว “บิ๊ก-บอย” ทำแผนประกอบคำรับสารภาพ อ้างหลบหนีไปบนเขาเขตรอยต่อพัทลุง-ตรัง ก่อนเสี่ยแป้งแยกตัวขึ้นรถเก๋งหลบหนีต่อ
(29 ต.ค.66) หลังจากสอบปากคำเสร็จสิ้นทางตำรวจได้นำตัว 2 ผู้ต้องหา ทั้งนายบิ๊ก และนายปอย ไปชี้จุดประกอบคำรับสารภาพ 3 จุด โดยจุดแรก ใช้สถานที่ด้านหน้า สภ.เมืองนครศรีธรรมราช เนื่องจากรถของกลางในคดี 2 คันที่ตำรวจยึดมานำมาเก็บไว้แล้ว ทั้งรถกระบะมิตซูบิชิ ไทรทัน สีขาว และกระบะอีซูซุดีแมคซ์ สีขาว
โดยตำรวจได้พานายบอยไปชี้จุดตำแหน่งนั่ง เสี่ยแป้งในรถกระบะสีขาวมิตซูบิชิไททัน ซึ่งนายบอยให้การว่าตัวเองเป็นคนขับรถ ส่วนเสี่ยแป้งนั่งอยู่เบาะด้านหลังซ้าย ขณะที่ภรรยาของนายบอย นั่งแยกไปอีกคันคือรถกระบะสีขาวอีซูซุ ดีแมคซ์ ทางตำรวจจึงนำตัวนายบิ๊กมาชี้รถกระบะคันนี้ต่อ
นายบิ๊กให้การว่าตนเองเป็นคนขับรถกระบะสีขาวอีซูซุดีแมคซ์ ซึ่งตนนั่งเบาะคนขับ ส่วนภรรยาของนายบิ๊กนั่งเบาะข้างคนขับ และเบาะนั่งหลังรถคือภรรยาและลูกของนายปอย ยังยอมรับอีกว่าตนเองมีการพบปืนไว้ติดตัวตลอด
ต่อมาตำรวจได้ซักถามว่าป้ายทะเบียนรถเก็บไว้ไหน ซึ่งนายบิ๊กก็ได้ให้การว่าตอนที่ขับรถกระบะมาก็ยังมีป้ายทะเบียนรถติดอยู่ซึ่งขณะที่ไปจอดรถทิ้งไว้ก็ยังมีป้ายทะเบียนรถติดอยู่เช่นกัน ตนเองไม่ทราบว่าป้ายทะเบียนรถหล่นไปตอนไหน
หลังจากที่ชี้รถกระบะเสร็จตำรวจก็ได้คุมตัวนายบิ๊กและนายบอยไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพชี้จุดที่สอง ภายในโรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช ตำรวจพาไปชี้จุดแรกที่บริเวณหน้าตึกรังสี เป็นจุดที่นายบอยจอดรถกระบะสีขาวมิตซูบิชิไทรทันทิ้งไว้
โดยมีนายบิ๊กเป็นคนขับรถกระบะสีขาวอีซูซุ ดีแมคซ์ คอยรับส่งนายบอยในการปฎิบัติภารกิจเตรียมพาเสี่ยแป้งหลบหนีออกจากโรงพยาบาล โดยรับส่งนายบอยระหว่างโรงแรมย่าน อ.พระพรหม และโรงพยาบาล เป็นระยะทางกว่า 14 กม. เนื่องจากรถกระบะสีขาวมิตซูบิชิไทรทันต้องทิ้งไว้ที่รพ.จำนวน 2 วัน เพื่อรอเสี่ยแป้งหลบหนีหากทำแผนนี้สำเร็จ ส่วนความสัมพันธ์ระหว่างนายบิ๊กและนายบอยมีความเชื่อมโยงคือภรรยาของทั้งสองคนเป็นพี่น้องกัน
ต่อมาตำรวจพานายบิ๊กและนายบอยเข้าไปชี้จุดเพิ่มภายในโรงพยาบาล เริ่มจากจุดแรก ภายในตึกศัลยกรรม ซึ่งมีจุดที่ต้องผ่านเครื่องสแกนใบหน้า แต่ทั้งคู่ให้การว่าไม่ได้เดินผ่านเครื่องสแกนใบหน้า เพราะนางสาวไหมได้ประสานกับเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลแบบลับๆก่อนหน้านี้แล้ว จึงสามารถทำให้ทั้งคู่ขึ้นลิฟท์ไปยังชั้น 6 เพื่อไปยังตึกอายุรกรรมที่เสี่ยแป้งนอนอยู่
ระหว่างชี้จุด นายบิ๊ก เปิดเผยกับทีมข่าวว่า ตัวเองเป็นเพื่อนกับเสี่ยแป้ง และเสี่ยแป้งได้โทรศัพท์มาหาตนให้มาหามาเยี่ยมที่โรงพยาบาลแห่งนี้ ซึ่งตนก็ได้มาหาจริงและมาเยี่ยมจริงแต่ไม่ได้มีการวางแผนหลบหนี ซึ่งตนไม่ได้เครียดอะไรหลังถูกจับ
หลังจากชี้จุดเสร็จ ตำรวจก็พาทั้งคู่ขึ้นไปบริเวณชั้น 6 โดยให้นายบิ๊กไปชี้จุดที่เตียงของเสี่ยแป้ง เป็นเตียงหมายเลข 19 ซึ่งนายบิ๊ก บอกว่า เมื่อมาหาเสี่ยแป้งก็ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไร โดยตนไปเข้าห้องน้ำเสร็จแล้วก็มานั่งที่ระเบียงข้างห้องน้ำ นั่งได้สักพักก็กลับทันที
ส่วนนายบอยให้การว่า เมื่อมาถึงก็มานอนรออยู่ที่ระเบียงที่จัดไว้สำหรับญาติมานอนเฝ้าคนป่วย ซึ่งเปิดเผยว่า “ตนไม่ได้ตั้งใจมาช่วยเสี่ยแป้งหลบหนี เพียงแต่มาเฝ้าไข้เท่านั้น“ และได้เล่านาทีที่เสี่ยแป้งมาสะกิดตนเองช่วงกลางดึก โดยตอนนั้นสังเกตเห็นว่าเสี่ยแป้งเครื่องพันธนาการแล้ว รวมถึงมีการเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้ว ซึ่งได้ลุกมาสะกิดตนและบอกว่า “ไป” จึงใช้เส้นทางหลบหนีเดินไปบริเวณระเบียงที่นายปอยนอนอยู่ แล้วเดินอ้อมไปด้านหลังเพื่อหลบสายตาเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลที่เข้าเวร
นายบอย ยืนยันว่า ตัวเองไม่ได้เกี่ยวข้องและตกกระไดพลอยโจนไปกับเขา เพราะถ้าตนเกี่ยวข้องจริงก็คงไม่พาลูกและพาภรรยามาเฝ้าไข้เสี่ยแป้งที่โรงพยาบาล ส่วนสาเหตุที่ตนต้องมาเฝ้าเพราะตนได้รับความช่วยเหลือจากเสี่ยแป้งตลอดและมีความสนิทสนมกัน ซึ่งก่อนหน้านี้เสี่ยแป้งเคยให้ตอนไปอยู่บ้านพักด้วย
เมื่อทีมข่าวถามว่าขับรถพาเสี่ยแป้งหลบหนีแล้วแยกกันที่บริเวณจุดไหน นายบอยก็ตอบว่าแยกกันบริเวณบนเขาเขตรอยต่อระหว่างจังหวัดพัทลุง-ตรัง จากนั้นเสี่ยแป้งก็ขึ้นรถเก๋งต่อและขับออกไป โดยตอนนั้นตนไม่ได้สังเกตว่าเสี่ยแป้งได้นำอาวุธปืนไปด้วยหรือไม่ตอนหลบหนี ส่วนสาเหตุที่มามอบตัววันนี้เพราะตนบริสุทธิ์ใจ
ต่อมาตำรวจก็พามาชิ้นอีกหนึ่งจุดบริเวณหน้าลิฟท์ชั้น G ซึ่งบริเวณจุดนี้ได้ปรากฏในภาพวงจรปิดที่ปรากฏตามช่องต่างๆ โดยทางเจ้าหน้าตำรวจได้จำลองเหตุการณ์ขณะเสี่ยแป้งลงลิฟต์เพื่อหลบหนี จากนั้นก็พาไปอีกสถานที่หนึ่งคือโรงแรมในย่าน อ.พระพรหม ที่นายบิ๊กและนายปอยเปิดห้องพัก
เมื่อไปถึงโรงแรมดังกล่าวพบว่า ทั้งคู่เปิดห้องพักจำนวน 3 ห้อง หมายเลขห้อง 4,26 ,27 โดยเปิดสองคืนวันที่ 20-21 ตุลาคม ราคาห้องพักคืนละ 450 บาท ซึ่งทางเจ้าของโรงแรมที่เปิดห้องพักให้ข้อมูลกับตำรวจว่า ทั้งนายบิ๊กและนายปอยมาเปิดห้องพักที่นี่จริง โดยเปิดห้องพัก 3 ห้อง เป็นเวลา 2 คืน ไม่ทราบว่าทั้งคู่มาเปิดห้องพักเพื่อวางแผนเตรียมเสี่ยแป้งหลบหนี ส่วนตัวตนก็รู้สึกตกใจที่ตำรวจพาทั้งคู่มาชี้จุดที่โรงแรมของตน หลังชี้จุดเสร็จ ทางตำรวจคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 คนกลับมาที่โรงพัก
ขณะที่ในวันพรุ่งนี้ช่วงเวลา 10.00 น. พล.ต.ท.ธนา ชูวงศ์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จะเดินทางมาติดตามคดีที่ สภ.เมืองนครศรีธรรมราช และสอบปากคำผู้ต้องหาด้วยตัวเอง




