พบศพ"หญิงชุดดำ"ลอยติดท่าเรือสวัสดีแม่น้ำเจ้าพระยา เจอกระดาษเขียนเบอร์ลูกชาย

พบศพ"หญิงชุดดำ"ลอยติดท่าเรือสวัสดีแม่น้ำเจ้าพระยา เจอกระดาษเขียนเบอร์ลูกชาย จนท.ติดต่อไปไม่เชื่อว่าแม่เสียชีวิต คิดว่าแก๊งคอลเซ็นเตอร์โทรมาหลอก #ข่าวเวิร์คพอยท์23
(18ก.ย.66) เวลา 12.00 น. ร.ต.อ.จิรายุ สายสุวรรณ รอง สว.สอบสวน สน.ปากคลองสาน รับแจ้งมีผู้พบศพหญิงสาวสวมชุดดำลอยกลางแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณท่าเทียบเรือสวัสดี ถนนประชาธิปก แขวงสมเด็จเจ้าพระยา เขตคลองสาน กทม. จึงรุดไปพร้อมแพทย์นิติเวชโรงพยาบาลศิริราช และอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู
ที่เกิดเหตุบริเวณท่าน้ำใต้สะพานพุทธ อาสาสมัครได้จัดเตรียมเรือกู้ภัยทางน้ำพร้อมเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการกู้ภัยทางน้ำเร่งนำเรือออกจากท่าน้ำใต้สะพานพุทธฯ มุ่งหน้าไปท่าเทียบเรือสวัสดีเพื่อเก็บกู้ร่างผู้เสียชีวิตทันที และเมื่อมาถึงบริเวณท่าเทียบเรือดังกล่าวพบศพหญิงสาว อายุ 53 ปี สวมชุดดำลอยในลักษณะคว่ำหน้าอยู่บริเวณใต้ท่าเทียบเรือดังกล่าว เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษและกู้ภัยทางน้ำจึงได้ช่วยกันเก็บกู้ร่างผู้เสียชีวิตและได้ทำการเคลื่อนย้ายมาขึ้นฝั่งบริเวณท่าน้ำใต้สะพานพุทธ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและแพทย์นิติเวชตรวจสอบสภาพศพเบื่องต้น
เเละเมื่ออาสาสมัครนำร่างผู้เสียชีวิตมาถึงท่าน้ำใต้สะพานพุทธแล้วจึงรับเร่งนำขึ้นสู่ฝั่งด้านบนเพื่อให้แพทย์ทำการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า ผู้เสียชีวิตดังกล่าวสวมใส่เสื้อยืดคอปกสีดำแขนยาว กางเกงผ้ายืดขาสามส่วนสีดำ ไม่สวมรองเท้า มีกระเป๋าคาดเอวสีดำ ภายในกระเป๋าพบเงินสดจำนวน 6,290 บาท และ ตุ้มหูทองคำ 1 คู่ บัตรประชาชน 1 ใบ แล้วยังมีกระดาษเขียนเบอร์โทรศัพท์ของลูกชายเอาไว้ด้วย
เจ้าหน้าที่ตำรวจได้โทรศัพท์ติดต่อตามเบอร์ที่อยู่ในกระเป๋าผู้ตายไปแล้วและปรายสายก็ยอมรับว่าเป็นลูกชายของผู้ตายแต่ยังไม่เชื่อว่าแม่ของตนเองได้เสียชีวิตแล้ว จึงคาดว่าลูกชายผู้ตายน่าจะคิดว่าเป็นเบอร์ของแก๊งคอเซนเตอร์โทรไปหลอกจึงรีบวางสายทันที จึงเข้าใจว่าลูกชายผู้ตายน่าจะโดนแก๊งคอร์เซนเตอร์โทรศัพท์ไปหลอกลวงหลายครั้งจึงคิดว่าครั้งนี้ตนอาจจะโดนแก๊งดังกล่าวโทรมาหลอกลวงอีกก็เป็นได้จึงไม่ยอมเชื่อ
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจและแพทย์นิติเวชโรงพยาบาลศิริราชได้ตรวจสอบจากสภาพร่างผู้เสียชีวิตแล้วไม่พบล่องลอยของบาดแผล และไม่พบล่องลอยจากการถูกทำร้ายร่างกาย และจากสภาพร่างผู้เสียชีวิตคาดว่าน่าจะเสียชีวิตไม่เกิน 24 ชั่วโมง จึงมอบหมายให้อาสาสมัครนำร่างผู้เสียชีวิตส่งไปตรวจสอบหาสาเหตุการเสียชีวิตอย่างละเอียดอีกครั้งที่นิติเวชโรงพยาบาลศิริราชก่อนที่จะพยายามติดต่อให้ญาติมารับร่างผู้เสียชีวิตไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป




