สารวัตรกำนัน-เจ้าของค่ายไก่ชน ดวลปืนสนั่นดับ 2 เจ็บ 3

สารวัตรกำนัน-เจ้าของค่ายไก่ชนดวลปืนสนั่นทำเสียชีวิต 2 ราย บาดเจ็บ 3 ปมลูกชายผู้ตายไม่พอใจไก่ชนขาหัก
เมื่อเวลา 23.00 น. คืนที่ผ่านมา (29 พ.ย.66) พ.ต.ท.มุตินันท์ จิตรแข็ง สว.สอบสวน สภ.อ่าวลึก จ.กระบี่ รับแจ้งจาก รพ.อ่าวลึก ว่ามีคนโดนยิงได้รับบาดเจ็บ 5 ราย ถูกส่งมารักษาตัวที่ รพ.อ่าวลึก หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.พิษณุ อัชนะพรกุล รอง ผบก.ภ.จ.กระบี่ , พ.ต.อ.วีรยุทธ สิทธิรัตนกุล ผกก.สภ.อ่าวลึก , พ.ต.ท.วิทยา ทองคง รอง ผกก.สส.ภ.จ.กระบี่ , จนท.พิสูจน์หลักฐาน ภ.จ.กระบี่ , จนท.ชุดสืบสวน ภ.จ.กระบี่ , ชุดสืบสวน สภ.อ่าวลึก เดินทางไปตรวจสอบ พบที่หน้าห้องฉุกเฉิน รพ.มีญาติคนเจ็บจำนวนมากมายืนรอกันจำนวนมาก
ส่วนคนเจ็บ 5 ราย ประกอบด้วย นายพาณิชย์ ธรรมนพรัตน์ อายุ 55 ปี เจ้าของค่ายไก่ชนโชคน้องภูมิ อยู่บ้านเลขที่ 217/96 หมู่ 7 ต.อ่าวลึกใต้ โดนยิงเข้าบริเวณช่องท้อง 4 นัด แขนซ้าย 1 นัด เสียชีวิตในเวลาต่อมา
นายสมโชค ชนะสัตย์ อายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 171/2 หมู่ 2 ต.อ่าวลึกเหนือ ถูกยิงเข้าที่ศีรษะ 1 นัด อาการสาหัส ก่อนจะเสียชีวิตที่โรงพยาบาล
นายพฤฒอนนท์ คำพุทธ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 23 หมู่ 7 ต.อ่าวลึกใต้ มีตำแหน่งเป็นสารวัตรกำนัน ต.อ่าวลึกใต้ โดนยิงเข้ากลางอก 1 นัด สีข้างขวา 1 นัด อาการสาหัส ถูกส่งต่อไปรักษาตัวที่ รพ.กระบี่
น.ส.กชกร แซ่หลิว อายุ 31 ปี ภรรยานายพฤฒอนนท์ กระสุนเฉี่ยวที่ต้นขาซ้าย
และนายศตวรรษ วิชัย อายุ 32 ปี คนงานของนายพฤฒอนนท์ กระสุนเฉี่ยวน่องซ้าย โดย จนท.ปฐมพยาบาล และอนุญาตให้กลับบ้านได้

น.ส.กชกร ภรรยานายพฤฒอนนท์ (สาวัตรกำนัน)กล่าวว่า ที่เกิดเหตุเป็นถนนหน้าบ้านของตน ซึ่งบ้านอยู่ติดกับบ้านของนายพาณิชย์ (เจ้าของค่ายไก่ชนฯ ผู้ตาย) จนท.ไปตรวจสอบพบเปิดเป็นโรงงานผลิตน้ำดื่มบรรจุถังขาย ส่วนบ้านของนายพาณิชย์ เปิดเป็นค่ายเลี้ยงไก่ชน บนถนนมีรอยเลือดกระจายอยู่หลายจุด ใกล้กันพบรถ จยย.ยี่ห้อฮอนด้าคลิก สีแดง-ดำ ไม่มีป้ายทะเบียน เป็นรถของนายพาณิชย์ จอดอยู่ บนพื้นถนนพบปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มม. ตกอยู่ 5 ปลอก , ปลอกกระสุนขนาด .38 ตกอยู่ 1 ปลอก ข้างทางพบปืนสั้นขนาด 9 มม. ตกอยู่ 1 กระบอก ทราบว่า เป็นปืนของนายพฤฒอนนท์
ข้างทางอีกฝั่งของถนน พบปืนสั้นลูกโม่ขนาด .38 ของนายพาณิชย์ ตกอยู่ 1 กระบอก ในรังเพลิงมีปลอกกระสุน 4 นัด กระสุนยังไม่ได้ยิงอีก 1 นัด รองเท้าแตะตกอยู่ 1 ข้าง ซองปืนสั้น 1 ซอง จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
น.ส.กชกร ให้การกับตำรวจว่า ก่อนเกิดเหตุ สามีขี่รถ จยย.แบบพ่วงบรรทุกลำโพงเครื่องเสียง กลับมาจากงานเลี้ยงในตัวอำเภอ พอมาถึงบ้านนายทินภัทร ธรรมนพรัตน์ อายุ 25 ปี ลูกชายนายพาณิชย์(ผู้ตาย) ก็เดินมาถามสามีตนเรื่องไก่ชนของนายทินภัทร ที่ขาหัก โดยกล่าวหาว่า สามีตนเป็นคนทำให้ไก่ตัวดังกล่าวบาดเจ็บ ก่อนจะมีปากเสียงกัน นายทินภัทร จึงโทรศัพท์ไปหานายพาณิชย์ ที่อยู่บ้านอีกหลังให้เข้ามา นายพาณิชย์ จึงขี่จยย.มาที่เกิดเหตุ พร้อมกับนายสมโชค ก่อนจะลงมาพูดคุยกัน โดยมีตนและนายศตวรรษ คนงานของสามีอยู่ด้วย
จากนั้น ทั้ง 2 ฝ่ายเกิดมีปากเสียงกันขึ้นอีก นายสมโชค และนายพาณิชย์ จึงเข้ามารุมชกทำร้ายสามีตนก่อน ระหว่างเหตุการณ์ชุลมุน ก็มีเสียงปืนดังขึ้น ซึ่งตนไม่แน่ใจว่าใครเป็นคนยิงก่อน แต่เห็นสามีชักปืนยิงสวนไป ตนจึงรีบวิ่งไปลากตัวสามีกลับเข้าบ้าน และเห็นว่าสามีโดนยิง จึงโทรศัพท์แจ้งให้กู้ภัยมารับตัวส่งโรงพยาบาล ส่วนอีกฝ่ายก็ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเช่นกัน

ตำรวจชุดสืบสวน ได้ข้อมูลว่า ปัญหาเรื่องไก่ชน อาจไม่ใช่ชนวนเหตุแท้จริง เพราะทราบว่าทั้ง 2 ฝ่าย เคยขัดแย้งกันเรื่องการเมืองท้องถิ่น โดยนายพฤฒอนนท์ เคยลงสมัครเลือกตั้งผญบ.เมื่อปีที่ผ่านมา ส่วนนายพาณิชย์ ก็เคยให้การสนับสนุนผู้สมัครฝ่ายตรงข้าม จนนายพฤฒอนนท์ แพ้การเลือกตั้ง ทำให้ทั้ง 2 ฝ่าย เริ่มไม่ลงรอยกันมาก่อนแล้ว จนมาเกิดความเข้าใจผิดเรื่องไก่ชนของลูกชายนายพาณิชย์ ขาหัก และเข้าใจว่าฝ่ายนายพฤฒอนนท์ เป็นคนทำ จนเกิดมีปัญหาดังกล่าวขึ้น อย่างไรก็ตาม ตำรวจจะเชิญตัวทั้ง 2 ฝ่ายไปสอบปากคำ รวมทั้งรอดูอาการของคนเจ็บที่เหลืออีกครั้ง ก่อนจะดำเนินคดีกับทั้ง 2 ฝ่าย โดยในวันนี้(30 พ.ย.66) ตำรวจเตรียมเชิญญาติ และผู้เห็นเหตุการณ์ทั้ง 2 ฝ่าย ทยอยมาสอบปากคำเพื่อหาสาเหตุ

โดยช่วงดึกที่ผ่านมา ร.ต.อ.ปรเมศวร์ กำไรรักษา รอง สว.สส.ภ.จ.กระบี่ นำทีมชุดสืบสวน ภ.จ.กระบี่ เข้าค้นหาอาวุธปืนลูกซองยาวที่บ้านของนายพฤฒอนนท์ เนื่องจาก ชุดสืบได้ภาพกล้องวงจรปิด เป็นจังหวะหลังเกิดเหตุยิง แล้วนายศตวรรษ วิชัย อายุ 32 ปี ลูกน้องของนายพฤฒอนนท์ วิ่งเข้าไปเอาปืนลูกซองในบ้านออกไปยิง เพื่อดูว่า เป็นปืนที่ใช้ก่อเหตุด้วยหรือไม่
โดยค้นในห้องนอนยังพบอาวุธปืนยาวอีก 2 กระบอก กระสุนปืนลูกซอง และกระสุนปืน 9 มม.อีกจำนวนหนึ่ง และพบปืนลูกซองยาว 5 นัด ยังมีคราบเลือดติดอยู่ที่ปืน และปลอกกระสุนปืนลูกซองอีก 1 ปลอก จึงยึดไปตรวจสอบอีกครั้ง
เบื้องต้นคาดว่า ภาพจากกฃ้องวงจรปิดที่เห็นนี้ น่าจะเป็นช่วงที่นายพฤฒอนนท์ โดนยิงได้รับบาดเจ็บ แล้ววิ่งหนีเข้ามาในบริเวณบ้าน นายศตวรรษ จึงเอาปืนลูกซองออกไปยิงขู่ไม่ให้อีกฝ่ายตามมายิงซ้ำ




