เภสัชกรงง! ตัวอยู่ กทม. แต่ประวัติรักษาขึ้นที่ร้อยเอ็ด

ข่าวเวิร์คพอยท์
เภสัชกรงง! ตัวอยู่ กทม. แต่ประวัติรักษาขึ้นที่ร้อยเอ็ด

เภสัชกรยังเจอ! เช็กประวัติการรักษาในแอปหมอพร้อม เจอมีประวัติหาหมอ-ขอยาแก้เจ็บขอที่ รพ.สต.ในร้อยเอ็ด ทั้งๆ ที่ตอนนั้นทำงานอยู่ร้านขายยาที่กรุงเทพ อยากรู้เป็นปัญหาที่ระบบหรือมีคนสวมสิทธิ์ จี้หน่วยงานที่รับผิดชอบเร่งตรวจสอบ

(27 ก.ค. 69) เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์ หลังเจ้าของร้านขายยาทีเค.ฟาร์มาซี สาขาบางกรวย จังหวัดนนทบุรี หรือ "เภตั้มสไตล์" โพสต์ข้อความเตือนภัยหลังตรวจสอบแอปพลิเคชัน "หมอพร้อม" และพบว่าตนเองถูกสวมสิทธิ์เข้ารับการรักษาที่อนามัยในจังหวัดบ้านเกิด ทั้งที่ในความเป็นจริงตนอาศัยและทำงานอยู่ที่กรุงเทพมหานครมาโดยตลอด โดยในระบบมีการระบุประวัติการวินิจฉัยโรคว่ามีอาการเจ็บคอ พร้อมทั้งมีการจ่ายยามะขามป้อมและฟ้าทะลายโจร ซึ่งเจ้าตัวยืนยันว่าไม่เคยเดินทางไปใช้บริการและไม่เคยป่วยตามประวัติที่มีการบันทึกไว้แต่อย่างใด

.

จากการตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่าไม่ได้มีเพียงตนเองเท่านั้นที่โดนกระทำในลักษณะดังกล่าว แต่ยังมีคนรู้จักและคนในชุมชนบ้านเกิดอีกหลายรายที่ตกเป็นเหยื่อถูกสวมสิทธิ์ในลักษณะเดียวกัน เช่น กรณีของเพื่อนสนิทซึ่งเป็นข้าราชการครูก็ถูกบันทึกประวัติการรักษาในเวลาราชการเช่นกัน จนต้องเดินทางไปลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความกังวลใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากเกรงว่าข้อมูลสุขภาพที่ไม่เป็นจริงเหล่านี้อาจส่งผลกระทบและสร้างปัญหาตามมาในอนาคต โดยเฉพาะเรื่องสิทธิประโยชน์ การทำประกันสุขภาพ หรือความเสี่ยงในการถูกนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้แสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ

.

เจ้าของเรื่องราวดังกล่าวได้ตั้งข้อสังเกตว่า ปัญหาดังกล่าวน่าจะเกิดจากการดึงฐานข้อมูลเดิมของหน่วยงานรัฐมาใช้โดยที่ข้อมูลมีความผิดเพี้ยนหรือไม่ได้รับการตรวจสอบความถูกต้อง พร้อมทั้งตั้งคำถามถึงงบประมาณและการเบิกจ่ายยาที่เกิดขึ้นจริงว่ายาดังกล่าวตกไปอยู่กับใคร และใครเป็นผู้ได้ประโยชน์จากความผิดปกตินี้ แม้จะมองว่าแอปพลิเคชัน "หมอพร้อม" เป็นเครื่องมือที่ดีและมีประโยชน์ในการเชื่อมโยงเวชระเบียนออนไลน์ แต่ภาครัฐควรเร่งตรวจสอบความโปร่งใสและหาต้นตอของปัญหาอย่างจริงจัง

.

พร้อมกันนี้ ได้ออกมาเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งเปิดช่องทางร้องเรียนที่ชัดเจนและสะดวกรวดเร็ว เพื่อให้ประชาชนที่ถูกสวมสิทธิ์สามารถแจ้งข้อมูลตรวจสอบและแก้ไขประวัติสุขภาพให้ถูกต้องได้ พร้อมทั้งฝากเตือนให้ประชาชนทุกคนลองโหลดแอปพลิเคชันดังกล่าวมาตรวจสอบข้อมูลของตนเอง เพื่อป้องกันและรับมือกับปัญหาการสวมสิทธิ์ที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง