รอง ผบ.ตร. เรียกประชุมด่วนทีมล่า “เสี่ยแป้ง” ลั่น หากสู้ จนท. ก็ต้องป้องกันตัว เพราะมีอาวุธสงครามร้าย พย รง

กรมราชทัณฑ์ เผย 'เสี่ยแป้ง' เคยเป็นอดีตทหารพราน มีความชำนาญในพื้นที่
9 พ.ย. 66 เวลา 11.00 น. ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตรัง อ.เมือง จ.ตรัง พล.ต.ท.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร. เรียกประชุมด่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตรัง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครศรีธรรมราช และผู้กำกับการตำรวจพัทลุง รวมถึงผู้บังคับการกองพิสูจน์หลักฐานภูธร 9 โดยมีนายณรงค์ จุ้ยเส่ย รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ร่วมประชุมด้วย ใช้เวลา กว่า 40 นาที
ภายหลังประชุม พล.ต.ท.ธนา เปิดเผยว่า ถ้าเกิด 'เสี่ยแป้ง' ต่อสู้หรือเขาป้องกันตัวก็เป็นไปตามหลัก เราก็ต้องปฏิบัติตามหลัก ทางเรือนจำก็อยากให้เสี่ยแป้ง เข้ามอบตัว จะได้ไม่เกิดการสูญเสีย แต่ถ้าเขาต่อสู้หรือขัดขืนเนื่องจากเขามีอาวุธสงคราม เราก็ต้องมีมาตรการในการป้องกันตัว จะได้ตัวผู้ต้องหาตอนไหนนั้นเราไม่กดดัน ซึ่งขอฝากช่วยกระจายข่าวออกไป หรือใครติดต่อสื่อสารก็ได้ ก็อยากให้เข้ามามอบตัว คาดว่าจะได้ตัวผู้ต้องหาในเร็วๆนี้แน่นอน แต่อยากจะใช้สันติวิธีด้วยการให้เขาเข้ามอบตัวมากกว่า
ด้านนายณรงค์ จุ้ยเส่ย รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวว่า เป็นหน้าที่ของกรมราชทัณฑ์ ในการติดตามผู้ต้องขังตามคำสั่งศาล ซึ่งวันแรกที่มีการหลบหนี ก็ได้สั่งระดมกำลังทางเจ้าหน้าที่ในเขต 8 และเขต 9 เพื่อสกัดจับกุมในพื้นที่ไปตามที่บ้าน หมู่บ้าน ญาติเพื่อนต่างๆ แต่ว่ากรมราชทัณฑ์มีอำนาจในการใช้อาวุธเพียง 48 ชั่วโมง เกิน 48 ชั่วโมงเราจะต้องขอความร่วมมือกับตำรวจในการติดตามจับกุมตัวมา เรายังได้ตั้งศูนย์เฉพาะกิจที่ จ.นครศรีธรรมราช แล้วรายงานผู้บริหารระดับสูงทราบ แต่ทางผู้ต้องขังมีอาวุธที่ร้ายแรง แต่เราไม่มีอาวุธที่ร้ายแรง ต้องให้ตำรวจออกหน่วยอยู่ในแนวหน้า แล้วเราสนับสนุน พอเราทราบว่าผู้ต้องขังอยู่ในพื้นที่ เราก็มาช่วยสนับสนุนเจ้าหน้าที่ในเรื่องอาหาร-น้ำ เป็นหลัก
ตอนนี้มีเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์มา 60 กว่าคน กระจายอยู่ทั้ง 2 ฝั่ง ของพื้นที่ และได้สั่งการให้เรือนจำ จ.นครศรีธรรมราช สตูล ตรัง และพัทลุง หาข่าวรวมกัน เจ้าหน้าที่ได้ข้อมูลมาก็เป็นประโยชน์ของการเข้าพื้นที่ในช่วงแรกๆ และทำการสอบสวนผู้ต้องขังที่ถูกจับมาว่า ในคดีนี้มีขบวนการอะไรบ้าง ตอนนี้ทาง พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และอธิบดีกรมราชทัณฑ์สนับสนุนเต็มที่ เพราะเหตุเกิดจากกรมราชทัณฑ์ ในการทำให้ผู้ต้องขังหลบหนี เราก็ไม่อยากให้เกิดขึ้นถ้าประชาชนรู้เบาะแสตรงไหน แจ้งที่ผมมาได้ หรือที่ทางกรมราชทัณฑ์ และทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม จะลงพื้นที่มาด้วย
“และเท่าที่ทราบ 'เสี่ยแป้ง' อดีตเคยเป็นทหารพรานมาก่อน มีความเชี่ยวชาญในพื้นที่ แล้วมาเจอคดีเดิม มีโทษ 20-21 ปี แล้วเคยอยู่มาหลายเรือนจำแล้ว ก็จะมีความรู้ช่องทาง ในส่วนของเจ้าหน้าที่ต่างๆ ก็แจ้งออกหมายและมอบตัวไว้แล้ว ถ้ามีรู้เห็นเป็นใจ ก็จะดำเนินคดีทั้งทางแพ่งและอาญา ซึ่งขณะนี้อยู่ในการสืบสวนสอบสวนของตำรวจและทางกรมราชทัณฑ์ และจากข้อมูลของเราคาดว่าเสี่ยแป้งยังอยู่ในพื้นที่ แต่ยังต้องสืบถึงขบวนการการพาหนีด้วย"




