สรุปเหตุไฟไหม้"ตลาดจ๊อดแฟร์" เยียวยาร้านละ 1.1 หมื่นบาท พบมีคนแอบขโมยของ

สรุปเหตุไฟไหม้"ตลาดจ๊อดแฟร์" เยียวยาร้านละ 1.1 หมื่นบาท พบมีคนแอบขโมยของ คาดใช้เวลาฟื้นฟูไม่ต่ำ 7 วัน
(13ธ.ค.66) กรณีไฟไหม้ร้านขายของ ภายในตลาดจ๊อดแฟร์ ถนนพระราม 9 แขวงและเขตห้วยขวาง กทม. เมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา โดยภายหลังควบคุมเพลิงได้แล้วพบว่ามีร้านค้าได้รับความเสียหายทั้งหมด 120 แผงค้า และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย เป็นผู้หญิง เจ้าหน้าที่ช่วยปฐมพยาบาลอาการปลอดภัยแล้ว
ล่าสุด นายไพฑูรย์ งามมุข ผู้อำนวยการเขตห้วยขวาง เปิดเผยว่า ความเสียหายทั้งหมด 4 ล็อก รวม 120 ร้านค้า ส่วนใหญ่เป็นเสื้อผ้าแฟชั่น ซึ่งถือได้ว่าเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี เบื้องต้นทางสำนักงานเขตจะตั้งกองอำนวยการร่วมในการช่วยเหลือเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น 11,000 บาท ต่อ 1 บล็อกร้านค้า เนื่องจากบางร้านมีจำนวนไม่เท่ากัน โดยประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ห้วยขวาง เข้ามาร่วมรับแจ้งความ ซึ่งผู้เสียหายจะต้องเตรียมเอกสารประกอบ เช่น บัตรประชาชนและสัญญาเช่า
นายไพฑูรย์ กล่าวต่อไปว่า ส่วนสาเหตุเพลิงไหม้ในครั้งนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบ ส่วนกรณีเจ้าหน้าที่พบผู้ฉวยโอกาสเข้าไปขโมยของในที่เกิดเหตุนั้นอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง ทั้งนี้ได้ประกาศเป็นพื้นที่เขตอันตรายแล้ว โดยจะสั่งปิดพื้นที่ทั้งหมด จนกว่าจะสามารถปรับปรุงฟื้นฟูกลับมาเปิดได้ตามปกติ ส่วนระยะเวลาอาจจะ 7 วัน 15 วัน หรือมากกว่านั้น ขึ้นอยู่กับความพร้อมว่าปลอดภัยมากพอที่จะเปิดให้บริการตามปกติหรือไม่ ซึ่งขึ้นอยู่ที่ผู้ประกอบการ
นายไพฑูรย์ กล่าวอีกว่า หลังจากนี้จะต้องมีมาตรการเรื่องของความปลอดภัยที่เพิ่มขึ้น เช่น ป้ายบอกทางเข้าออก รวมถึงสัญลักษณ์ต่าง ๆ เพื่อป้องกันเหตุที่อาจเกิดขึ้นซ้ำ ส่วนตัวเท่าที่เห็นคือเรื่องของร้านอาหาร เช่น ผักบุ้งไฟแดง ที่มีความร้อนและมีไฟลุกสูงอาจจะไปติดกับผ้าใบหรือหลังคาได้ ซึ่งหลังจากนี้จะต้องมีความระมัดระวังมากขึ้น สำหรับมูลค่าความเสียหายที่จะต้องดำเนินการเยียวยาอยู่ที่ประมาณ 1,320,000 บาท
ขณะที่ นายนภา บุระเนตร อายุ 27 ปี เจ้าของร้านขายหมวกแฟชั่น เปิดเผยทั้งน้ำตาว่า ช่วงเวลาเกิดเหตุเป็นช่วงที่ร้านตนเองใกล้จะเปิดพอดี ซึ่งตอนนั้นอยู่ระหว่างเดินทางมาที่ตลาด และได้เห็นจากข่าวว่ามีเหตุเพลิงไหม้ที่ตลาดจ๊อดแฟร์ และทราบทันทีว่าเป็นโซนร้านของตนเอง ซึ่งสินค้าภายในร้านคือหมวกผ้าทั้งหมดเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี
นายนภา กล่าวอีกว่า จากการสังเกตจากด้านนอกพบว่าประตูร้านไม่ถูกไฟไหม้ แต่ด้านข้างร้านได้รับความเสียหาย ซึ่งคาดว่าหมวกบางส่วนก็อาจจะถูกไฟไหม้ไปด้วย ซึ่งนายนภายอมรับว่า เสียใจกับเหตุการณ์ครั้งนี้ และหลังจากนี้ก็ไม่รู้ว่าจะทำยังไงต่อเพราะได้นำเงินมาลงทุนไปแล้วมากกว่า 1 - 2 แสนบาท
ข่าวที่เกี่ยวข้อง




