เร่งคลี่คลายคดีคนร้ายฆ่าโหด "เสี่ยดำ" เจ้าของค่ายมวยคนดัง
ตร.ชี้ปมสังหารโหด "เสี่ยดำ" เจ้าของค่ายมวยเริ่มแคบลง ยังไม่ตัดทุกประเด็นทิ้ง
วันที่ 23 เม.ย.67 ภรรยาและญาตินายเปลี่ยนวิถี หรือเสี่ยดำ ต้องถือดี อายุ 56 ปี อยู่บ้านเลขที่ 12 ม.13 ต.โชคนาสาม อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ เจ้าของค่ายมวยอยู่ที่ อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ได้นำพระมาเรียกวิญญาณที่เกิดเหตุบริเวณหน้าวัดหนองเต็ง ต.หนองเต็ง อ.กระสัง จ.บุรีรัมย์ กลับบ้านหลังถูกคนร้ายถูกร้ายไม่ทราบจำนวนใช้อาวุธปืนจ่อยิงศีรษะและท้ายทอย เสียชีวิตภายในรถตู้ยี่ห้อฮุนได สีเทา ทะเบียน 2AW- 7518 เป็นรถมาจากประเทศกัมพูชา ลักษณะเอนเบาะนอนฝั่งคนขับ ระหว่างนำนักมวยมาชกที่งานฉลองพัดยศของเจ้าอาวาสวัดหนองเต็ง ต.หนองเต็ง อ.กระสัง จ.บุรีรัมย์ เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 04.00 น.(22 เม.ย.)
การสังหาร "ดำช่องจอม" ดังกล่าวถือว่าสร้างความหนักใจให้กับเจ้าหน้าที่พอสมควร เพราะไม่มีหลักฐานเป็นวงจรปิด ไม่ปรากฏใบหน้าคนร้าย ถึงแม้ตำรวจจากหลายพื้นที่จะระดมกำลังสืบสวนก็ตาม
ต่อมาภรรยาและญาติของเสี่ยดำ ได้เดินทางไปรับศพที่โรงพยาบาลศูนย์บุรีรัมย์ บรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้า เพราะเป็นเหตุการณ์ที่ญาติไม่มีใครคาดคิดมาก่อน เนื่องจากที่ผ่านมาเสียดำเป็นคนมีน้ำใจกับคนทุกคน
นายประเสริฐ อายุ 54 ปี เพื่อนคนสนิทเสี่ยดำเล่าว่าจากกรณีมีคนกล่าวอ้างว่าเสี่ยดำไปหยิบยืมเงินคนอื่นมาลงทุนแล้วไม่ยอมคืน รวมถึงการเก็บเงินค่าแผงร้านค้าแล้วไม่ส่งเจ้าของตลาดนั้น ไม่เป็นความจริง เพราะเสียดำไม่เคยยืมเงินใคร และไม่มีหน้าที่เก็บเงินในตลาดช่องจอม รวมถึงที่เสี่ยดำเคยฆ่านักข่าวท้องถิ่นแล้วถูกกลับมาล้างแค้น ไม่น่าจะเป็นไปได้เพราะเวลาผ่านมากว่า 20 ปีแล้ว ส่วนตัวคิดว่าน่าจะมีอะไรซับซ้อนมากกว่านี้ ส่วนตัวคาดว่าน่าจะมาจากการขัดแย้งกันในตลาดช่องจอม ประเด็นอื่นทั้งวงการมวยและชู้สาวไม่มีอย่างแน่นอน
ขณะที่นางนิตยา อายุ 46 ปี ชาว อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ภรรยาเสี่ยดำ ยอมรับว่ารู้เรื่องที่สามีไปมีภรรยาอีกคนที่ประเทศกัมพูชา และมีลูกด้วยกัน แต่ไม่ใช่ประเด็นที่จะมาสังหาร ส่วนเรื่องอดีตตนเองไม่ทราบว่า สามีมีประวัติอย่างไรบ้าง
ข้อมูลอีกด้านจากนักข่าวในพื้นที่เผยว่า ในวงการนักค้ารถมือสองในจังหวัดบุรีรัมย์และจังหวัดสุรินทร์ จะรู้จักเสี่ยดำดี เพราะรับจำนำรถแต่ค่อนข้างจะดุดัน หากผิดนัดนิดเดียวจะปล่อยรถออกนอกประเทศทันที หรือเรียกเงินค่าไถ่รถในราคาเกินจริงจากต้นทุน บรรดาเต็นท์รถต่างออกมาพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเป็นไปได้ที่จะเกิดประเด็นดังกล่าวกับนักเลงคนใดคนหนึ่งแล้วตกลงกันไม่ได้จึงตามมาล้างแค้น




