เจ้าของฟาร์มสารภาพตัวที่หลุดไปคือ “ลูกเสือโคร่ง”

เจ้าของฟาร์มรับสารภาพแล้ว ที่โผล่กลางชุมชนคือลูกเสือโคร่งของจริง ส่วนตัวที่เอามาให้เจ้าหน้าที่ตรวจและอ้างว่าเป็นลูกไลเกอร์ที่แท้เป็นลูกสิงโต
(17 พ.ค. 67) ความคืบหน้ากรณีมีผู้พบเห็นลูกสัตว์ ลักษณะเหมือนลูกเสือโคร่ง โผล่ที่กลางชุมชนแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา เมื่อเวลาประมาณ 03.30 น. ของวันที่ 16 พ.ค. ที่ผ่านมา จนต้องเรียกเจ้าหน้าที่ตำรวจและกู้ภัยมาจับ ก่อนที่จะมีคนไปแสดงตัวเป็นเจ้าของลูกสัตว์ตัวดังกล่าว โดยอ้างว่าไม่ใช่ลูกเสือโคร่ง แต่เป็นลูกไลเกอร์ สัตว์ลูกผสมระหว่างสิงโตกับเสือโคร่ง ซึ่งไม่จัดอยู่ในบัญชีสัตว์ป่าคุ้มครองของไทย ที่นำมาเพนต์สีเพื่อเตรียมเข้าฉากถ่ายทำเท่านั้น

จนกระทั่งช่วงเย็นวานนี้(16 พ.ค.) นายพิทักษ์ อินทศร ผอ.ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สํานักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 2 (ศรีราชา) ร่วมกับเจ้าหน้าที่ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช พร้อมด้วยผู้สื่อข่าว ได้เข้าตรวจสอบฟาร์มสิงโต พื้นที่ ม.5 ต.ปากน้ำ อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา ที่อ้างว่าเป็นเจ้าของลูกสัตว์ตัวดังกล่าว ทางฟาร์มได้นำลูกสัตว์ที่อ้างว่าเป็นตัวไลเกอร์ออกมาให้ตรวจ แต่ทางเจ้าหน้าที่ยังมีความคลางแคลงใจ เพราะขนาดและรูปร่างของลูกสัตว์ที่ได้ตรวจสอบนั้น ดูเป็นคนละตัวกับที่ปรากฏอยู่ในคลิป
ล่าสุดวันนี้ เวลา 13.00 น. นายพิทักษ์ อินทศร ผอ.ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สํานักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 2 (ศรีราชา) พร้อมเจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เดินทางเข้าตรวจสอบฟาร์มดังกล่าวอีกครั้ง โดยเจ้าหน้าที่ตรวจสอบแล้วปรากฏว่าลูกสัตว์ที่ทางฟาร์มนำมาให้ดูเป็นลูกสิงโต ไม่ใช่ไลเกอร์ ตามที่กล่าวอ้าง โดยเบื้องต้นทางกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช จะเข้าไปดูสิงโตตัวที่เป็นประเด็น ซึ่งตอนนี้ยังไม่สามารถตรวจสอบได้เพราะไม่รู้ว่าไมโครชิฟได้มีการยึดกับที่ไหนไว้หรือไม่ และจะมีการตรวจสอบว่าการยื่นข้อมูลครอบครองไว้อย่างไร

ขณะที่เจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุพืช เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนกลางและตำรวจพื้นที่ขอเข้าตรวจสอบ โดยได้เจรจาขอเข้าไปตรวจในฟาร์มอีกรอบ เจ้าหน้าที่ต้องรอเกือบชั่วโมง ก่อนที่ผู้ดูแลฟาร์มจะเปิดให้เข้า แต่มีข้อแม้ว่า ไม่ให้นักข่าวเข้าไปในพื้นที่ฟาร์ม จะอนุญาตให้เฉพาะเจ้าหน้าที่เข้าไปเท่านั้น และไม่อนุญาตให้บันทึกภาพด้านใน
ต่อมานายโยธิน เจ้าของฟาร์ม ได้ติดต่อกับเจ้าหน้าที่ โดยไม่ขอเข้าไปเจอที่ฟาร์ม แต่ขอนัดเจอด้านนอก โดยเจ้าหน้าที่ได้ทยอยกันออกจากพื้นที่มาที่หอประชุมอำเภอ เพื่อเป็นการหลบนักข่าว ระหว่างที่นักข่าวได้เฝ้ารออยู่หน้าห้องประชุมอำเภอ ได้มีเจ้าหน้าที่เดินออกมา ทางนักข่าวจึงได้สอบถามได้ความว่า ขณะนี้เจ้าของฟาร์มได้นำเอกสารที่เกี่ยวข้องมาแสดงพร้อม ยอมรับว่าสัตว์ที่พบนั้นเป็นเสือโคร่งจริง และได้นำเจ้าเสือโคร่งตัวที่เป็นข่าวมาแสดงกับเจ้าหน้าที่
ล่าสุดขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้ทำการบันทึกจับกุม ส่วนรายละเอียดจะต้องรอทางเจ้าหน้าที่ออกมาสรุปอีกครั้ง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง:




