ชายปริศนาคลุ้มคลั่งบุกบ้าน ผช.ผู้ใหญ่บ้านยิงดับคาร่องสวนมะพร้าวราชบุรี
ชายปริศนาคลุ้มคลั่งบุกบ้าน ผช.ผู้ใหญ่บ้านยิงดับคาร่องสวนมะพร้าวราชบุรี เผยโทรแจ้งตำรวจแล้ว แต่ตำรวจมาไม่ทันต้องยิงป้องกันคนในบ้าน
(6เม.ย.67) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ค่ำวานนี้(5เม.ย.67) เวลา 19.00 น. ร.ต.อ.ธนเดช โคลงพิมาย รอง สว.(สอบสวน) สภ.หลักห้า ได้รับแจ้งเหตุมีคนถูกยิงเสียชีวิตภายในร่องสวนมะพร้าว ต.บัวงาม อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี จึงรุดไปพร้อมเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน แพทย์ และกู้ภัยสว่างราชบุรี
ที่เกิดเหตุภายในร่องสวนมะพร้าวติดบริเวณบ้าน พบร่างชายไม่ทราบชื่อคาดเป็นชาวเมียนมา สภาพใส่เสื้อยืดแขนสั้นสีน้ำเงิน นุ่งกางเกงยีนส์ขายาวสีน้ำเงิน สวมรองเท้าผ้าใบสีดำ นอนคว่ำหน้าเสียชีวิตอยู่ริมร่องสวนมะพร้าว ถูกอาวุธปืนยิงเข้าที่บริเวณหน้าท้อง 1 นัด สะโพกซ้าย 1 นัด และขาขวา 1 นัด พร้อมยังพบปลอกกระสุนอาวุธปืนขนาด .38 ซูเปอร์ จำนวน 6 ปลอกตกอยู่ใกล้จุดเกิดเหตุ
สอบสวน นายธนายุทธ อายุ 42 ปี ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 2 ต.บัวงาม ผู้ก่อเหตุยิงชายคนดังกล่าว ให้การว่า เมื่อเวลาช่วงประมาณ 18.30 น. ชายคนดังกล่าวได้บุกรุกเข้ามาภายในพื้นที่บริเวณสวนมะพร้าว ซึ่งขณะนั้นมีเพียงพี่สาว น้องสาว หลานสาว และลุงที่ป่วยอยู่ภายในบ้านสวนที่เกิดเหตุ โดยแม่จะให้พี่สาวโทรมาแจ้งให้ตนทราบ เพื่อเข้ามาช่วยเหลือเพราะชายคนดังกล่าวมีพฤติกรรมคล้ายคนเมา และมีลักษณะตาแดงตาขวาง แถมยังพูดจาไม่รู้เรื่อง ทั้งยังพยายามบุกเข้าไปภายในบ้าน
นายธนายุทธ ให้การต่อไปว่า หลังตนทราบเรื่องจึงรีบมาที่บ้านสวนที่เกิดเหตุ พร้อมโทรแจ้งจนท.ตำรวจสายตรวจ ให้มาตรวจสอบที่เกิดเหตุ เมื่อตอนมาถึงจุดเกิดเหตุ ก็พบชายคนดังกล่าวเดินวนเวียนอยู่บริเวณหน้าบ้าน ตนจึงไล่ให้ออกไปจากสวน แต่ชายคนดังกล่าวเมื่อเห็นตนกลับเดินเข้าใส่จะทำร้าย ตนจึงต้องถอยหนี พร้อมสังเกตเห็นชายคนดังกล่าวตาแดงและตาขวาง แถมพูดจาไม่รู้เรื่อง บางครั้งมีการพูดเหมือนท่องมนต์คาถา ก่อนจะปรี่เข้าใส่ตนอีกครั้ง ซึ่งขณะนั้นจนท.ตำรวจที่ตนโทรแจ้งยังไม่มาถึง ทำให้ตนต้องชักปืนออกมาขู่
"แต่แทนที่ชายคนดังกล่าวจะกลัว กลับเดินเข้าปรี่ใส่ตนอีก พร้อมจะใช้ของที่อยู่ในมือขว้างใส่ตน ตนจึงยิงปืนขู่ขึ้นฟ้า 1 นัด แล้วบอกให้ชายคนดังกล่าวถอยออกไป แต่แทนที่ชายคนดังกล่าวจะเดินถอยออกไป กลับเดินปรี่เข้าใส่หาตนด้วยความเร็วอีกครั้ง ทำให้ตนต้องยิงปืนลงพื้นเพื่อเป็นการขู่อีก 2 นัด" นายธนายุทธ ระบุ
นายธนายุทธ บอกอีกว่า ชายคนดังก็เหมือนมีอาการคลุ้มคลั่งจะเข้ามาทำร้ายตนอีก ทำให้ตนต้องยิงใส่ชายคนดังกล่าวอีกหลายนัด ซึ่งตนพยายามยิงเน้นช่วงบริเวณขา ก่อนที่ชายคนดังกล่าวจะวิ่งหนีเข้าไปภายในร่องสวนมะพร้าวตนจึงวิ่งตามไปดู
นายธนายุทธ บอกต่อไปว่า ตนเห็นชายคนดังกล่าวพยายามหาสิ่งของภายในสวน ตนจึงตะโกนบอกให้ชายคนดังกล่าวนั่งลง แต่ชายคนดังกล่าวกลับไม่นั่ง แถมพูดคล้ายท่องมนต์คาถา และพูดจาเป็นภาษาอะไรก็ไม่รู้ ตนจึงเฝ้าดูสถานการณ์อยู่ห่าง ๆ เพื่อรอให้ทางจนท.ตำรวจสายตรวจมาถึง แต่สักพักตนก็ได้ยินเสียงชายคนดังกล่าวตกลงไปในคลอง
"ตนจึงรีบเข้าไปดูก่อนจะช่วยเหลือชายคนขึ้นมาจากน้ำมาอยู่ริมตลิ่ง และช่วยปั๊มหัวใจให้ชายคนดังกล่าว แต่สุดท้ายชายคนดังกล่าวก็แน่นิ่งไป จนจนท.ตำรวจที่โทรแจ้งไปมาถึงที่เกิดเหตุ ตนจึงเล่าเหตุการณ์ให้จนท.ตำรวจฟัง และมอบอาวุธปืนขนาด .38 ซูเปอร์ ให้กับทางจนท.ตรวจสอบ" นายธนายุทธ ระบุ
ด้าน น.ส.คัทรียา อายุ 57 ปี เจ้าของบ้านและพี่สาวของผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน เล่าว่า ตอนช่วงเวลา 18.30 น. เห็นว่าผู้ตายหลบซ่อนตัวอยู่ในดงกล้วยหน้าบ้าน และเดินวนไปวนมาในพื้นที่บริเวณบ้าน โดยมีอาการคล้ายคนเมา ก่อนจะวิ่งเข้ามาภายในบ้าน แต่เคราะห์ดีเธอปิดประตูทัน ทำให้ผู้ตายวิ่งเข้าไปที่โรงรถ เธอเห็นท่าไม่ดีจึงรีบโทรบอกน้องชาย ซึ่งเป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ 2 เพราะตอนนั้นมีเพียงเธอ, น้องสาว, หลานสาว และลุงที่ป่วยอยู่ภายในบ้าน
"ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่บริเวณบ้านของเธอ และมีบ้านของเธอเพียงหลังเดียว ซึ่งตอนนั้นทุกคนตกใจกลัวมากๆ โดยเฉพาะหลานสาวของเธอ เพราะไม่เคยเจอกับเหตุการณ์แบบนี้" น.ส.คัทรียา ระบุ
ด้าน ชาวบ้านในพื้นที่ให้ข้อมูลว่า ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน เป็นคนดีช่วยเหลือลูกบ้านมาด้วยดีตลอด ทั้งเป็นคนอัธยาศัยดี ไม่เคยมีเรื่องทะเลาะกับใคร จึงเชื่อว่าเป็นเหตุสุดวิสัยป้องกันตัว ถ้าเป็นพวกตนก็คงทำแบบเดียวกันกับผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน เพราะไม่งั้นคนที่ตายอาจเป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านก็เป็นได้ เพราะที่ผ่านมาในพื้นที่ต.บัวงาม หมู่ 2 - 4 มีแรงงานต่างด้าวเข้ามาทำงานในพื้นที่เยอะ บางคนก็ดีบางคนก็เสพยาสร้างปัญหาให้กับชุมชน
"ส่วนคนตายไม่มีใครทราบว่าเป็นใคร เพราะไม่เคยมีใครพบคนตายมาก่อน ซึ่งทางชาวบ้านได้ขอให้ทาง นายกเทศบาลตำบลบัวงาม ได้ติดต่อขอประกันตัวผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านแล้ว" ชาวบ้าน ระบุ
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำบันทึกที่เกิดเหตุ ก่อนเชิญตัวผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ 2 พร้อมทุกคนในบ้าน ไปสอบปากคำที่สภ.หลักห้า อย่างละเอียดอีกครั้ง ก่อนดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป




