เครียดจนเกือบคิดสั้น ชาวบ้าน 11 ราย โดนโกงค่าอ้อย 1.5 ล้าน

เกษตรกรบ้านผือ 11 รายร้อง โดนหนุ่มอ้างเป็นหัวหน้าฝ่ายไร่ของโรงงานน้ำตาล หลอกซื้ออ้อยแต่จ่ายเงินไม่ครบ เสียหายรวม 1.5 ล้านบาท บางคนเครียดจัดแทบจบชีวิต
(6 ต.ค. 68) ชาวบ้านใน ต.จำปาโมง อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี จำนวน 11 ราย ร้องเรียนกับผู้สื่อข่าวว่า ถูกชาย 1 ราย อ้างว่าเป็นหัวหน้าฝ่ายไร่ที่โรงงานน้ำตาลแห่งใน อ.บ้านผือ รับซื้ออ้อยโรงงานจากชาวบ้าน แต่ไม่มีการจ่ายเงินตามที่ตกลงกันไว้ ความเสียหาย 150 ไร่ มูลค่า 1.5 ล้านบาท เหตุเกิดตั้งแต่ช่วงปลายเดือนมกราคม 2568 หรือฤดูหีบอ้อย 67 – 68 ชาวบ้านไปแจ้งความร้องทุกข์ที่ สภ.บ้านผือ แต่ถูกปฏิเสธ โดยอ้างว่าเป็นคดีแพ่ง ต้องหาทนายฟ้องกันเอง ร้องเรียนหน่วยงานในพื้นที่หลายแห่ง แต่ก็ยังไม่มีความคืบหน้า บางรายถึงกับเคยคิดสั้นหนีปัญหา
ผู้สื่อข่าวได้พูดคุยกับนายทศพร แสนศรี ผญบ.บ้านวังส่วย ต.จำปาโมง และนางพรพณา อายุ 55 ปี ชาวบ้าน บ.จำปาดง ม.3 ต.จำปาโมง พร้อมด้วยผู้เสียหายอีก 9 ราย หลังจากมีการร้องเรียนว่า นายธนากร หรือนายอี๋ ชาว ต.เวียงคำ อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี อ้างตัวว่าเป็นหัวหน้าฝ่ายไร่ ของโรงงานน้ำตาลแห่งหนึ่งใน ต.คำบง อ.บ้านผือ เข้ามาตีสนิทกับชาวบ้าน และตกลงซื้อขายอ้อยโรงงาน แต่ไม่มีการจ่ายเงินตามที่ตกลงกันไว้ ต้องเป็นหนี้สินขาดทุนมานานกว่า 9 เดือน

นายทศพร แสนศรี ผญบ.บ้านวังส่วย ให้ข้อมูลว่า นายอี๋เคยทำงานที่โรงงานน้ำตาล ตนเคยเจอเขามา 2 ฤดูกาลหีบอ้อยแล้ว ปีก่อนตนไม่ได้ขายให้เขา มีแต่ญาติและคนรู้จักขายให้ จนมาฤดูกาลหีบต้นปีที่ผ่านมา ตนจึงตัดสินใจขายให้เขา ตกลงขายให้เขา 497 ตัน เป็นเงิน 497,000 บาท เฉพาะของตน 88 ไร่ ของญาติก็ประมาณ 30 กว่าไร่ เขามาเอาอ้อยตนช่วงเดือนกุมภาพันธ์ เพราะตนบอกว่าใครมาตัดก่อนก็ได้ก่อน เมื่อเขามาก่อนตนก็ให้ไป แต่เมื่อผ่านเวลาไป ตนทวงถามเงินค่าอ้อย เขาก็ไม่จ่ายให้ เขาก็จ่ายมาครั้งละ 1 หมื่นบาท ตอนนี้ได้มาเพียง 4 หมื่นบาท
ตนก็ถือใจซื่อว่าเขาเป็นคนของโรงงาน คิดว่าคงจะจ่ายให้ จนล่วงเลยมานานจนเดือนกันยายน พอไปสอบถามที่โรงงานเขาก็บอกลาออกไปแล้ว จนเมื่อวันที่ 23 กันยายน 2568 จึงไปแจ้งความที่โรงพักบ้านผือ ตำรวจก็บอกว่าเรื่องนี้เป็นคดีแพ่ง เขาก็แนะนำให้ไปปรึกษาทนายอาสา และเขาก็บอกปัดไปหมด ต้องไปจ้างทนายฟ้องร้องเอาเอง เขาก็บอกอีกว่าทำไมไม่ตัดขายเอง ก็อ้อยพวกตนมันเยอะ ทำไม่ไหว ต้องพึ่งเครื่องจักรหรือระบบที่ใหญ่กว่า จากนั้นพวกตนก็ไปร้องเรียนที่ศูนย์ดำรงธรรม อ.บ้านผือ แต่ก็ไม่มีความคืบหน้า
ผญบ.บ้านวังส่วย ให้ข้อมูลว่า พวกตนหมดหนทาง จึงต้องมาร้องเรียนนักข่าวแบบนี้ เพราะพวกตนต้องหาเงินมาลงทุนต่อ กว่าจะทำไร่ได้เงินมาในแต่ละปี หมดตรงนี้ไปก็ไม่รู้จะไปหาที่ไหนมาทำอ้อยต่อ ไม่น่าจะมาโกหกมาต้มตุ๋นกันแบบนี้ ทุกอย่างมันสะดุดไปหมด ผลผลิตปีนี้ก็จะไม่ได้ เพราะไม่มีเงินซื้อปุ๋ย อยากบอกเขาว่า การต้มตุ๋นแบบนี้มันไม่ดี บาปกรรมมีจริง ไม่อยากให้ทำกันแบบนี้ ให้โอกาสมานานแล้ว จนล่วงเลยมาขนาดนี้ จนอ้อยใหม่จะได้ตัดอีกแล้ว

นางพรพณา ชาวบ้าน บ.จำปาดง เล่าทั้งน้ำตาว่า ตนทำไร่อ้อย 40 – 50 ไร่ เสียหายไปทั้งหมด 145.65 ตัน รวมเป็น 145,650 บาท ตกลงตอนแรกเขาก็ว่าจะมาจ่าย ตนเองก็ไม่มีบิลค่าอ้อย พอโทรไปหาเขาก็ไม่รับ แล้วก็ไม่เคยโทรกลับ นานไปตนก็กินไม่ได้ นอนไม่หลับ เพราะกว่าจะได้เงินเท่านี้ ก็เป็นปีถึงจะได้ ที่เชื่อเขาก็เพราะเห็นเขาเป็นคนของโรงงาน ใส่ชุด ขับรถก็ของโรงงาน เขาทำงานในพื้นที่ เห็นขาตลอด เขาก็เข้ามาตีสนิท ก่อนปิดหีบต้นปี ตนไปหาเขาที่โรงงาน ขอเขาแค่ 2 หมื่น เอามาลงทุนต่อ เขาก็ไม่ให้ เขาบอกเงินยังไม่ออก ทั้งๆที่รู้จากคนอื่นว่าเงินออกวันนี้
ตนทวงถามไปก็ไม่มีการตอบรับ ไปถามโรงงานและที่สมาคมชาวไร่อ้อย เขาก็บอกว่านายอี๋ลาออกไปแล้ว โทรหานายอี๋ โทรหาเมียเขา ก็ไม่มีใครรับสาย ตนก็ยิ่งกังวลร้อนใจ ปรึกษาเพื่อนๆและผู้ใหญ่บ้านก็รู้ว่าเกิดปัญหาเดียวกัน จนมารู้ว่าช่วงเดือนที่แล้ว ผู้ใหญ่บ้านพยามทวงถาม ตนก็ขอไปติดตามทวงถามด้วย แต่ก็ไม่มีอะไรคืบหน้า ที่สุดแล้วถึงขนาดคิดสั้นจะผูกคอตายหนีปัญหา คิดว่าทำไม่ถึงมาหลอกเราแบบนี้ คิดท้อไปทุกสิ่งทุกอย่าง แต่ก็ฉุกคิดได้ว่าต้องสู้ต่อไป เพราะมีลูกหลานต้องดูแล ถ้าไม่ได้เงินก้อนนี้ก็ไม่มีเงินลงทุนต่อ ทำไร่อ้อยมากว่า 20 ปี ก็ไม่เคยเจอเรื่องแบบนี้ ฝากบอกเขาว่าขอสักครึ่งหนึ่งก่อนก็ได้ ผ่อนชำระต่อก็ได้ จะได้มีเงินมาลงทุนต่อ และต่อไปจะรอบครอบ ไม่เชื่อคนแบบนี้อีกแล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า แหล่งข่าวในพื้นที่ระบุว่า นายอี๋มาทำงานในพื้นที่ อ.บ้านผือ ได้ประมาณ 2 – 3 ปี เคยทำงานอยู่ในแวดวงไร่อ้อยที่ อ.กุมภวาปี และลาออกจากโรงงานที่ อ.บ้านผือ ในช่วงปลายฤดูหีบอ้อยต้นปี 2568 ซึ่งชาวบ้านทั้งหมดได้ไปแจ้งความที่โรงพัก หลังจากร้องเรียนกับนักข่าว และ พ.ต.อ.ฉกาจน์ เทียมวงศ์ รอง ผบก.ภ.จว.อุดรธานี ได้รับทราบข้อมูลแล้ว และสั่งการให้ พ.ต.ท.อดุลย์ วรอนุ รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.บ้านผือ นัดหมายสอบสวนผู้เสียหายทั้งหมดในเวลา 10.00 น. วันที่ 6 ตุลาคม 2568 สภ.บ้านผือ อีกครั้ง เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป




