คนร้ายขว้างไปป์บอมบ์ที่เจาะไอร้อง - ยิงตำรวจจะแนะเจ็บ

คนร้ายเหิม ขว้างไปป์บอมบ์ 2 จุด ที่เจาะไอร้อง - ยิงตำรวจจะแนะเจ็บ
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 22 ก.ค.68 พ.ต.อ.ดิเรก โฉมยงค์ รอง ผบก.ภ.จว.นราธิวาส , พ.ต.อ.นรินทร์ ช่วยสุข ผกก.สภ.เจาะไอร้อง , เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด , นปพ.กองกำกับการตำรวจภูธร จ.นราธิวาส , เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส รวมทั้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมเดินทางไปตรวจสอบเหตุคนร้ายขว้างระเบิดแสวงเครื่องแบบไปป์บอมบ์ ใส่ฐานปฎิบัติการคุ้มครองตำบลมะรือโบออก ม.1 ต.มะรือโบออก เหตุเกิดเมื่อ เวลา 20.20 น. ของคืนวันที่ 21 ก.ค.68 ที่ผ่านมา
พบระเบิดแสวงเครื่องแบบไปป์บอมบ์ คนร้ายขว้างไปตกที่บริเวณระหว่างห้องน้ำกับห้องนอน ของกำลังพลที่อยู่ด้านซ้ายและด้านขวาของห้องน้ำ ซึ่งสะเก็ดระเบิดได้กระเด็นไปถูกฝ้าเพดาน ของห้องนอนกำลังพลด้านขวามือแตกเสียหาย โดยที่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต
เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจสอบ วิถีของคนร้ายขว้างระเบิดไปป์บอมบ์ใส่เข้าฐาน พบว่า คนร้ายจำนวน 2 คน ขี่รถ จยย.เป็นพาหนะมาตามถนน ที่ปลูกสร้างด้านซ้ายมือข้างฐาน และในช่วงที่มีบ้านของชาวบ้าน 2 หลัง ปลูกสร้างอยู่ริมถนนฝั่งตรงข้ามห้องน้ำกับห้องนอน ของกำลังพล 2 หลัง คนร้ายที่นั่งซ้อนท้ายได้ใช้ระเบิดแสวงเครื่องแบบไปป์บอมบ์ที่เตรียมมา ขว้างใส่แล้วคนร้ายได้ขี่รถ จยย.หลบหนีไป และจากการสอบถามชาวบ้านทั้ง 2 หลัง ทราบว่า ในเวลาดังกล่าวได้ปิดบ้านนอนแล้ว

ต่อมา เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งมีเหตุพบระเบิดแสวงเครื่องแบบไปป์บอมบ์ จำนวน 1 ลูก ตกอยู่ที่บริเวณข้างป้อมปราการของกองร้อยทหารพรานที่ 4814 ซึ่งเป็นฐานแยกประจำจุดสถานีรถไฟไอสะเตียร์ ม.8 ต.บูกิต อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน เจ้าหน้าที่ชุด EOD เมื่อแล้วเสร็จจากการตรวจสอบที่ ชคต.มะรือโบออก จึงได้เดินทางไปตรวจสอบ พบระเบิดแสวงเครื่องแบบไปป์บอมบ์ ตกอยู่ที่บริเวณเสารั้วปูนซิเมนต์ที่นำมาเรียงไว้ข้างป้องปราการ ที่ประกอบใส่ไว้ในท่อแป๊ปเหล็กทรงกลม เส้นผ่าศูนย์กลาง 3 นิ้ว ยาว 4 นิ้ว และมีจุกปิดด้านบนเป็นสีเขียวโยมีสายไฟโผล่ออกมา
ส่วนด้านท้ายมีการเชื่อมเหล็กปิดทับไว้ เจ้าหน้าที่จึงได้ใช้ความระมัดระวังในการเก็บกู้ ด้วยการใช้เครื่องแรงดันน้ำพลังสูงในการยิงทำลาย และคาดว่า คนร้ายน่าจะขว้างระเบิดไปป์บอมบ์ใส่ป้อมปราการฐานย่อย ประจำจุดของสถานีรถไฟไอสะเตียร์ในช่วงคืนที่ผ่านมา ซึ่งมีเวลาไล่เลี่ยกับขว้างไปป์บอมบ์ใส่ ชคต.มะรือโบออก แต่มาพบในช่วงเช้าจึงได้มีการแจ้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง มาตรวจสอบดังกล่าว ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเจ้าหน้าที่ เชื่อว่า เป็นฝีมือการกระทำของสมาชิกแนวร่วมผู้ก่อเหตุรุนแรง โดยมีเป้าหมายสังหารเจ้าหน้าที่
นอกจากนี้ เมื่อเวลา 07.30 น. วันนี้ ร.ต.ท.อาฮะมัด ดาโอะ รองสารวัตรสอบสวน สภ.จะแนะ จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนร้ายดักซุ่มยิง ด.ต.อัสรี อำเซาะ อายุ 39 ปี ผบ.หมู่งานจราจร สภ.จะแนะ ได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดบนถนนเนินเขายารอช่วงบริเวณเขตรอยต่อบ้านริแง ม.3 ต.ผดุงมาตร กับ บ้านยายารอ ม.10 ต.จะแนะ จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.วีระศักดิ์ เพอแสละ ผกก..สภ.จะแนะ และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารจำนวนหนึ่ง รุดเดินทางไปตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุ พบมีคราบเลือดจำนวนหนึ่งตกอยู่ ส่วนที่บริเวณป่ารกทึบริมถนนเจ้าหน้าที่พบต้นหญ้าและกิ่งไม้จำนวนหนึ่ง มีร่องรอยถูกเท้าเหยียบย้ำเป็นวงกว้าง และพบปลอกกระสุนปืน M16 ตกอยู่จำนวนหนึ่ง เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาo ต่อมา เจ้าหน้าที่จึงได้เดินทางไปดูอาการ ด.ต.อัสรี ที่โรงพยาบาลจะแนะ ซึ่งแพทย์กำลังปฐมพยาบาลในเบื้องต้น โดยมีบาดแผลถูกกระสุนปืน ที่บริเวณแขนขวาทะลุและเฉี่ยวที่บริเวณเท้าซ้าย จำนวน 2 นัด และได้ส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ในเวลาต่อมา

จากการสอบสวน ทราบว่า ขณะที่ ด.ต.อัสรี ขี่รถจักรยานยนต์ยี่ห้อแลมเบรตต้า สีดำ ทะเบียนสงขลา จากบ้านพักในพื้นที่ ม.4 ต.ผดุมาตร อ.จะแนะ จ.นราธิวาส เพื่อเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ โดยใช้เส้นทางเขายารอ เมื่อถึงที่เกิดเหตุซึ่งเป็นเนินป่ารกทึบ ได้สังเกตเห็นคนร้ายใส่ชุดสีดำแขนยาวสวมกางเกงลายพราง ใช้อาวุธปืนสงครามยิงใส่ตนถูกที่บริเวณแขนขวาและเฉี่ยวเท้าซ้าย ได้รับบาดเจ็บจากนั้นตนตั้งสติได้ จึงได้จอดรถทิ้งไว้กลางถนน พร้อมใช้อาวุธปืนพก ขนาด 9 มม.ยิงสวนไป 1 นัด ก่อนที่จะวิ่งหลบหนีเข้าไปในป่าฝั่งตรงกันข้าม
ซึ่งต่อมาคนร้าย 1 คน ได้ใช้อาวุธปืนยิงเบิกทางอีกจำนวนหลายนัด โดยมุ่งหน้าวิ่งไปเอารถ จยย.ของตนที่ล้มคว่ำอยู่บนถนน โดยที่ตนไม่สามารถขัดขวางเอาไว้ได้ เนื่องจาก แม็กกาซีนของกระสุนปืนได้หลุดของจากอาวุธปืน จนไม่สามารถยิงต่อสู้กับคนร้ายได้ ปล่อยให้คนร้ายขี่รถ จยย.ของตนหลบหนีไปต่อหน้าต่อตา จึงได้ขอความช่วยเหลือเข้าไปในไลน์ สภ.จะแนะ จนเพื่อนตำรวจได้เดินทางพาตนส่งรักษาที่โรงพยาบาลดังกล่าว

ล่าสุด พ.ต.อ.วีระศักดิ์ เพอแสละ ผกก.สภ.จะแนะ ได้ประสานไปยัง สภ.ต่างๆในพื้นที่ทั้ง 13 อำเภอ ของ จ.นราธิวาส เพื่อตรวจสอบและระมัดระวังรถ จยย.คันดังกล่าว เกรงคนร้ายจะนำรถ จยย.คันดังกล่าวไปประกอบระเบิด เพื่อนำไปก่อเหตุในพื้นที่ต่อไป - ข่าวเวิร์คพอยท์รายงาน




