“ระเบิดรังมังกร” ลุยค้น 14 จุด ขยายผลคดี “หมิงเฉิน”

ตำรวจไซเบอร์เปิดปฏิบัติการ “ระเบิดรังมังกร” ขยายผลจากคดีคลังแสงของ “หมิงเฉิน” ยึดทรัพย์ทุนจีนสีเทาเครือข่าย “Prince Group” กว่า 583 ล้านบาท พบโยงคดีโกงกว่า 4,000 คดี
(12 มิ.ย. 69) เมื่อเวลา 13.30 น. ที่กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.สอท. พร้อมด้วยคณะพนักงานสอบสวน ร่วมกันแถลงผลปฏิบัติการ “ระเบิดรังมังกร” ขยายผลจับกุมเครือข่ายทุนจีนสีเทาของ นายหมิงเฉิน ซัน (MR.MINGCHEN SUN) อายุ 30 ปี สัญชาติจีน ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับแก๊งสแกมเมอร์รายใหญ่ “Prince Group” โดยคดีนี้สืบเนื่องมาจากกรณีที่นายหมิงเฉิน ซัน ประสบอุบัติเหตุรถคว่ำที่ สภ.นาจอมเทียน จ.ชลบุรี เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา แล้วเจ้าหน้าที่ตรวจพบคลังอาวุธและระเบิดทำลายล้างสูงซุกซ่อนอยู่ในที่พัก
.
พล.ต.ท.สุรพล กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ได้แกะรอยเส้นทางการเงินร่วมกับคดีหลอกลงทุนแพลตฟอร์มปลอม (Hybrid Scam) จำนวน 5 คดี จนพบหลักฐานชัดเจนว่า บัญชีธนาคารของนายหมิงเฉิน ซัน เป็นบัญชีปลายทางที่รับโอนเงินต่อจากกลุ่มบัญชีม้าเป็นทอด ๆ รวมกว่า 100 ล้านบาท นอกจากนี้เมื่อตรวจสอบในระบบรับแจ้งความออนไลน์ ยังพบความเชื่อมโยงกับคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสูงกว่า 4,000 คดี รวมมูลค่าความเสียหายรวมกันพุ่งสูงกว่า 815 ล้านบาท
.
ต่อมาเมื่อวันที่ 9 มิถุนายนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่จึงได้เปิดปฏิบัติการปูพรมตรวจค้นเป้าหมาย 14 จุด ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ และเชียงใหม่ ซึ่งเป็นพิกัดที่เกี่ยวข้องกับการถือครองทรัพย์สินแทนและการเคลื่อนย้ายเงินของเครือข่ายนี้ โดยสามารถตรวจยึดและอายัดทรัพย์สินระดับลักชัวรีได้หลายรายการ อาทิ บ้านพักหรู, วิลล่า, คอนโดมิเนียม, รถยนต์หรู, โฉนดที่ดิน รวมถึงพยานหลักฐานดิจิทัลอีกจำนวนมาก รวมมูลค่าทรัพย์สินทั้งหมดกว่า 583 ล้านบาท
.
จากการสอบสวนพบพฤติการณ์ของนายหมิงเฉิน ซัน ถือเป็นตัวการสำคัญในระดับรองหัวหน้า หรือผู้รับผลประโยชน์ระดับบนขององค์กรอาชญากรรมข้ามชาตินี้ หลังจากนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติและตำรวจไซเบอร์ได้ตั้งคณะทำงานร่วมกันเพื่อเตรียมสางคดีทั้งหมด และเร่งวิเคราะห์พยานหลักฐานดิจิทัลเพื่อขยายผลเส้นทางการเงินทั้งระบบ ซึ่งเชื่อว่าจะสามารถติดตามอายัดทรัพย์สินที่เหลือและออกหมายจับผู้ร่วมขบวนการระดับสูงเพิ่มเติมได้อีกเป็นจำนวนมาก




