บุกทลายโรงงานผลิตน้ำกระท่อมรายใหญ่ ที่โชคชัย

Tum1
บุกทลายโรงงานผลิตน้ำกระท่อมรายใหญ่ ที่โชคชัย

บุกทลายโรงงานผลิตน้ำกระท่อมรายใหญ่ ที่โชคชัย พบมียาแก้ไอปลอมเป็นส่วนผสม

(23 ก.ค.68) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนเที่ยงวันนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.โชคชัย จ.นครราชสีมา นำกำลังบุกทลายโรงงานผลิตแปรรูปน้ำกระท่อม ในพื้นที่ อ.โชคชัย โดยการบูรณาการกับฝ่ายปกครองและสาธารณสุขโชคชัย ดำเนินการปิดล้อมตรวจค้นบริเวณบ้านเลขที่ XXX บ้านหนองสำโรง ม.11 ต.โชคชัย อ.โชคชัย จับกุมผู้ต้องหาจำนวน 13 คนพร้อม-องกลาง น้ำกระท่อมกว่า 1,000 ขวด พร้อมอุปกรณ์การผลิตน้ำกระท่อม ก่อนนำตัวผู้ต้องหาและของกลางส่งดำเนินพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

โดย พ.ต.อ.คเชนทร์ เสตะปุตะ รอง ผบก.ภ.จ.นครราชสีมา , พ.ต.อ.ชวาลย์ วงษ์รอด ผกก.สภ.โชคชัย , พ.ต.ท.สุชาติ ซ่อนพุทรา รอง ผกก.สภ.โชคชัย พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขโชคชัย รวมแถลงผลการจับกุม ผู้ต้องหาทั้งหมดจำนวน 13 คนพร้อมของกลาง น้ำกระท่อมบรรจุขวดพลาสติกขนาด 1 ลิตรจำนวน 840 ขวด พร้อมส่วนผสม ยาแก้ไอยี่ห้อ XXX จำนวน 17 ลัง ลังละ 50 ขวด , น้ำอัดลม , น้ำตาลสด , ใบกระท่อมสด และอุปกรณ์การต้ม รวมทั้งบรรจุภัณฑ์เป็นจำนวนมาก

บุกทลายโรงงานผลิตน้ำกระท่อมรายใหญ่ ที่โชคชัย

เจ้าหน้าที่ ได้สนธิกำลังเข้าดำเนินการ ปิดล้อมตรวจหลังได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า มีการลักลอบเปิดโรงงานต้มน้ำกระท่อมในพื้นที่ อ.โชคชัย จากการเข้าตรวจค้น พบว่า มีกำลังมีการผลิตน้ำกระท่อมกันอยู่ โดยแบ่งหน้าที่ช่วยงานช่วยกันผลิตต้มน้ำกระท่อม และกรอกน้ำบรรจุลงขวดเพื่อเตรียมจำหน่าย ตรวจสอบพบว่า มีนายตระการ (สงวนนามสกุล) อายุ 39 ปี กระเช้าเปิดเป็นผู้เช่า 

จากการสอบถาม นายตระการ รับสารภาพว่า เป็นผู้ครอบครองดูแล โดยมาเช่าเปิดทำการต้มน้ำกระท่อมประมาณ 2 สัปดาห์ โดยว่าจ้างลูกจ้างทั้งหมดจ่ายค่าแรงวันละ 400 บาท แบ่งหน้าที่กันทำจะมีการสั่งยาแก้ไอ มาในราคาลังละ 2,000 บาท 

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหา "ลักลอบผลิตน้ำกระท่อม และมียาส่วนผสมที่ผิดกฎหมายไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย" จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่เภสัชกร เบื้องต้นพบว่า ยาทั้งหมดเป็นยาปลอมไม่ได้ขึ้นทะเบียนถูกต้อง จากนี้จะได้มีการตรวจสอบขยายผลต่อไป

บุกทลายโรงงานผลิตน้ำกระท่อมรายใหญ่ ที่โชคชัย

ด้าน เภสัชกรหญิง ขวัญชนก ครุธกูล เภสัชกรชำนาญการ อ.โชคชัย เปิดเผยว่า จากการที่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเบื้องต้น พบว่า เลขทะเบียนของยาแก้ไอ ซึ่งเป็นส่วนผสมทั้งหมดไม่ตรงกับเลขทะเบียนยา ไม่พบข้อมูลการจดแจ้ง ซึ่งอาจจะเป็นยาจริงหรือยาปลอมก็ได้ ต้องรอการตรวจสอบอีกครั้ง แต่การนำยาประเภทนี้มาใช้ผิดวัตถุประสงค์ อาจจะทำให้เกิดอันตรายได้ โดยเฉพาะ นำมาผสมกับน้ำกระท่อมจะทำให้ผู้เสพรู้สึกเคลิบเคลิ้ม 

นอกจากนี้ อาจมีสารตกค้างที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกาย เมื่อเยาวชนนำไปใช้ไปเสพอาจมีโทษรุนแรงต่อร่างกาย อาจเกิดภาวะไตวายฉับพลันได้ มีผลต่อการทำงานกับระบบภายในของร่างกายโดยเฉพาะตับและไต จึงขอฝากเตือนเกี่ยวกับอันตรายที่เกิดขึ้น - ข่าวเวิร์คพอยท์รายงาน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง