ชาวบ้านฉะแหลก ไฟไหม้กลางชุมชน แต่โทร 199 ไม่มีคนรับสาย

ชาวบ้านฉะแหลก เกิดไฟไหม้บ้านกลางชุมชน หวิดลุกลามติดหลังอื่น พยายามโทรเรียกดับเพลงที่สายด่วน 199 แต่ไม่มีใครรับสาย สุดท้ายต้องโทร 191 ให้ตำรวจช่วยประสาน
(20 ส.ค. 69) ช่วงสายวันนี้ ร.ต.ท.ภัทร์ โตสำราญ รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองลพบุรี ได้รับแจ้งเหตุจากทางศูนย์วิทยุ 191 ว่ามีเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชนในชุมชนเทพเทวี 1 ข้างการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เขต 3 (ภาคเหนือ) จ.ลพบุรี ต.เขาสามยอด อ.เมืองลพบุรี จึงลงพื้นที่พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สภ.เมืองลพบุรี สารวัตรทหาร จากมณฑลทหารบกที่ 13 เจ้าหน้าที่ อส.เมืองลพบุรี อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต๊กตึ้ง รวมทั้งได้ขอการสนับสนุนรถดับเพลิงจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใกล้เคียง
.
โดยได้มีรถบรรทุกน้ำและรถดับเพลิงจากหน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่นมาช่วยฉีดน้ำควบคุมเพลิงไม่ให้ขยายเป็นวงกว้างรวม 10 คัน ซึ่งใช้เวลาในการควบคุมเพลิงนานประมาณ 20 นาทีและยังพบว่าบ้านต้นเพลิงเป็นบ้านไม้ 2 ชั้น อยู่ในซอยแคบกลางชุมชนที่มีบ้านเรือนประชาชนปลูกติดกันอยู่หลายหลัง ขณะที่ทางเจ้าหน้าที่เดินทางไปถึงพบว่าเพลิงกำลังโหมไหม้อย่างรุนแรงชาวบ้านที่อยู่ใกล้กับบริเวณดังกล่าวช่วยกันพยายามนำน้ำมาดับเพลิง แต่ก็ไม่สามารถสกัดเพลิงที่กำลังลุกไหม้อย่างรุนแรงได้ต่างตื่นตกใจวิ่งกันชุลมุน รถดับเพลิงได้เข้าระงับเหตุลำบากทางเข้าเป็นซอยแคบ ทางเจ้าหน้าที่ดับเพลิงและกู้ภัยอาสาสมัครมูลนิธิฯ ต้องช่วยกันลำเลียงอุปกรณ์ดับเพลิงเข้าไปในพื้นที่ ก่อนระดมใช้น้ำฉีดเร่งสกัดเพลิงไม่ให้ลุกลามไปยังบ้านข้างเคียงจนเพลิงสงบลง
.
จากการตรวจสอบบ้านหลังดังกล่าวได้ถูกเพลิงไหม้เสียหายวอดไปทั้งหลัง ไม่มีผู้ที่บาดเจ็บหรือเสียชีวิต จากการสอบถาม นายกิตติชัย อายุ 66 ปี เจ้าของบ้าน กับ น.ส.อรอุมา ลูกสาวได้ให้การในเบื้องต้นว่าบ้านหลังดังกล่าวพักอาศัยอยู่ด้วยกันเพียง 2 คน ขณะเกิดเหตุ นายกิตติชัย บิดาตนเองไม่อยู่บ้านมีแต่เพียงลูกสาวซักผ้าอยู่ด้านล่าง จากนั้นก็ได้ยินเสียงเหมือนไฟฟ้าลัดวงจรที่ห้องนอนชั้นสองของบ้าน
.
ไม่นานก็มีกลุ่มควันพวยพุ่งขึ้นมาทำให้ตกใจทำอะไรไม่ถูก โดยที่บนบ้านภายในห้องก็มีที่นอนเป็นฟูกทำให้เป็นเชื้อเพลิงอย่างดีและเพลิงได้เกิดลุกโหมขึ้นอย่างรวดเร็ว จึงได้ตะโกนให้เพื่อนบ้านมาช่วยดับเพลิงเพื่อนบ้านที่เห็นกลุ่มควันไฟได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจประสานงานรถดับเพลิงมาดับไฟดังกล่าว สำหรับสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้เจ้าหน้าที่จะได้สอบสวนสาเหตุอย่างละเอียดอีกครั้งและค่าเสียหายยังประเมินไม่ได้
.
ทั้งนี้ถือว่ายังโชคดีที่ก่อนเกิดเหตุเพลิงไหม้ในครั้งนี้ได้มีฝนได้ตกลงมาตลอดทั้งคืน ทำให้วัสดุที่อาจจะเป็นเชื้อไฟเปียกชื้น รวมทั้งไม่มีลมพัดแรง ทำให้ไฟไม่ลุกลามขยายวงกว้าง เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมเพลิงได้อย่างรวดเร็ว
.
ขณะที่ชาวบ้านต่างบ่นถึงการแจ้งเหตุสายด่วน 199 รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้ว่าเมื่อแจ้งไปที่เบอร์ดังกล่าวหลายครั้ง กลับติดต่อไม่ได้และมีข้อความเสียงว่าไม่มีหมายเลขดังกล่าว จึงทำให้ต้องติดต่อไปที่หมายเลข 191 แทนและมีเจ้าหน้าที่เข้ามาดับเพลิงดังกล่าว




