รองผอ.รร. หายตัวลึกลับ 10 วัน ญาติเป็นห่วงออกตามหา
รองผอ.รร. หายตัวลึกลับ 10 วัน ญาติเป็นห่วงออกตามหา ภรรยาเปิดไทม์ไลน์จุดสุดท้ายสัญญาณโทรศัพท์
(25มิ.ย.67) เวลา 08.30 น.วันที่ 25 มิ.ย.2567 นายเฉลิม อายุ 72 ปี ชาวลำพูน เปิดเผยว่า นายแบงก์ อายุ 43 ปี รองผู้อำนวยการโรงเรียนเทศบาลแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นลูกชายของตน ได้หายตัวไปพร้อมกับรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อโตโยต้า สีบรอนซ์เงิน ใส่ชุดกางเกงสแล็ค สีดำ เสื้อสีแดง ไปตั้งแต่วันที่ 16 มิ.ย. ที่ผ่านมา ทางญาติเป็นห่วงมากได้แจ้งความคนหายไว้ที่ สภ.เมืองลำพูน จ.ลำพูน ไว้แล้ว
นายเฉลิม เล่าว่า ลูกชายเป็นคนดี เหล้าไม่ดื่ม บุหรี่ไม่สูบ ไม่เล่นการพนัน มีภรรยาเป็นข้าราชการครูและเพิ่งจะมีลูกชายด้วยกัน อายุเพียง 4 เดือน ส่วนสาเหตุที่ลูกชายหายตัวไปอาจมาจากกรณีที่ทางโรงเรียนเทศบาลแห่งหนึ่งในตัวเมืองลำพูน ขาดตำแหน่งผอ. ทางลูกชายได้ไปรับตำแหน่งรักษาการ ผอ.โรงเรียนเทศบาลแห่งนั้น และต่อมาลูกชายมีการเซ็นลงนามเบิกจ่ายเป็นจำนวนเงิน ประมาณ 1 แสนกว่าบาท ให้ทางหญิงสาวเจ้าหน้าที่การเงินของทางโรงเรียน
"แต่ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่การเงินได้เชิดเงินหนีไป ทางเทศบาลฯได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่การเงินคนดังกล่าวแล้วจึงอาจเป็นสาเหตุให้ลูกชายกลุ้มใจหนักหายตัวออกจากบ้านไปอย่างไร้วี่แวว หากผู้ใดพบเห็นขอความกรุณาแจ้งมาที่ 088-2534935 หรือ 094-6354452" นายเฉลิม กล่าว
ด้าน ภรรยาของรองผอ.รายนี้ ได้โพสต์ไทม์ไลน์การหายตัวไป ดังนี้
- 16 มิ.ย. 67 ออกจากบ้านสันทรายไปโรงเรียน
- 16 มิ.ย. 67 เวลา 08.49 น. cctv จับภาพรถได้ ถนนซูเปอร์ไฮเวย์มุ่งหน้าลำพูน
- 16 มิ.ย. 67 เวลา 10.02 น. cctv จับภาพรถได้ ที่ไชยสถาน สารภี
- เวลาเย็นไม่กลับบ้าน ญาติจึงโทรตามหา
- 17 มิ.ย. 67 แจ้งความคนหาย
- ยังโทรติดแต่ไม่รับสาย
- 17 มิ.ย. 67 เวลา 12.06 น. พิกัดสุดท้ายก่อนสัญญาณโทรศัพท์จะดับลง ถนนลำพูน-เชียงใหม่ สายใน อุโมงค์ ม.2 อาณาเขตครอบคลุมระหว่าง ก๋วยเตี๋ยวแดนเมืองจนถึงเทศบาลตำบลอุโมงค์หลังจากนั้นก็ไม่สามารถติดต่อได้อีกเลย cctv ไม่สามารถจับภาพได้จุดไหนอีกเลย
ขณะที่ นางอนงค์ อายุ 71 ปี อดีตข้าราชการครูเกษียณและเป็นแม่ของรองผอ. กล่าวว่า หลังจากเกิดเหตุ ทางครอบครัว รวมทั้งภรรยาของลูกรู้สึกไม่สบายใจ ได้ไปแจ้งความและออกตามหาทุกวันพร้อมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและเพื่อน ๆ ส่วนปัญหาเรื่องเงินที่ถูกครูอัตราจ้างเชิดเงินหนีไปทราบว่าลูกชายไม่สบายใจ ซึ่งทางครอบครัวได้ปลอบและตนเองก็ได้โอนเงินมาช่วยให้ลูกเพราะเงินไม่ค่อยเยอะ ไม่น่าจะเป็นปัญหาที่ทำให้คิดมาก แต่ลูกชายก็เป็นคนที่จริงจังกับชีวิต
"อยากบอกผ่านสื่อว่าพ่อแม่และทุกคนรวมทั้งลูกเมีย คิดถึง และเป็นห่วงมากขอให้กลับบ้านแล้วช่วยติดต่อมาด่วน" แม่รายนี้ กล่าว
นางอนงค์ กล่าวอีกว่า ตั้งแต่เกิดเหตุไม่มีใครติดต่อลูกชายได้เลย ส่งข้อความไปก็ไม่อ่าน ติดต่อโทรศัพท์ ก็ไม่รับ ซึ่งเรื่องที่โดนโกงเงินไปจากครูอัตราจ้างบอกแม่ว่ากลัวเสียประวัติเท่านั้น ซึ่งทุกคนคอยปลอบ ประโลมไม่ให้คิดมาก




