ร้อง “สายไหมต้องรอด” ทุ่มเกือบแสนดูดไขมันคลินิกดัง ผลออกมาท้องลายเบี้ยว-เป็นไต

สาวร้อง “สายไหมต้องรอด” ทุ่มเกือบแสนดูดไขมันคลินิกดังย่านลาดพร้าว ผลออกมาท้องลายเบี้ยว-เป็นไต ยื่น สคบ.-แพทยสภาสอบ
(4 ส.ค. 69) จากกรณี นางสาวหญิง (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 44 ปี ร้องขอความเป็นธรรมกับนายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด ภายหลังทุ่มเกือบแสนดูดไขมันหน้าท้องทำร่อง 11 กับคลินิกดังย่านลาดพร้าว แต่ผลลัพธ์กลับไม่เป็นอย่างที่หวัง อ้างหน้าท้องไม่ตรงปก ไม่เหมือนภาพโฆษณาที่เห็นตามสื่อต่างๆ จนเสียความมั่นใจ ไม่กล้าโชว์หน้าท้อง และไม่กล้าเข้ายิมออกกำลังกายอีก ขณะที่เมื่อกลับไปปรึกษาแพทย์ กลับได้รับคำตอบเพียงว่า “หน้าท้องสวยมาก ตรงปกที่สุด” นั้น
ล่าสุด วันที่ 4 ส.ค. 69 ผู้เสียหายเผยว่า ตนได้เห็นโฆษณาผ่านทางแพลตฟอร์มเฟซบุ๊ก ซึ่งเป็นคลินิกที่มีชื่อเสียงและมีการโปรโมตอย่างแพร่หลาย โดยตกลงราคาทำศัลยกรรมไว้ที่ 39,999 บาท แต่เมื่อเดินทางไปถึงคลินิกและเข้าสู่ขั้นตอนการเปลี่ยนชุดพร้อมขึ้นเตียงผ่าตัด กลับมีเจ้าหน้าที่ของคลินิกเดินเข้ามาแจ้งเงื่อนไขเพิ่มเติม อ้างว่าหากต้องการให้ทรงหน้าท้องและรูปร่างออกมาสมบูรณ์แบบ ต้องจ่ายเงินเพิ่มเป็น 70,000 บาท มิเช่นนั้นรูปร่างจะย้วยและไม่บาลานซ์ ด้วยภาวะจำยอมและกดดันในขณะนั้น ผู้เสียหายจึงต้องยินยอมจ่ายเงินไปรวม 70,000 บาท ตามที่ถูกเรียกร้อง
ภายหลังการผ่าตัดเสร็จสิ้น ผลลัพธ์กลับไม่เป็นไปตามที่โฆษณาไว้ เกิดความผิดพลาดรุนแรง ทรงกล้ามท้องเบี้ยว หน้าบวม และโครงสร้างไม่ได้รูปตามที่ตกลงกันไว้ อีกทั้งเมื่อผู้เสียหายพยายามติดต่อคลินิกเพื่อขอแก้ไขหรือติดตามผล กลับถูกพนักงานปฏิเสธการดูแลและตัดการติดต่อทันที แตกต่างจากก่อนทำศัลยกรรมที่มีการโทรตามและส่งข้อความเชียร์ขายอย่างต่อเนื่อง และเมื่อผู้เสียหายพยายามเข้าไปเขียนรีวิวเพื่อเตือนภัยผู้บริโภครายอื่นในหน้าเพจเฟซบุ๊กของคลินิก กลับถูกผู้ดูแลเพจทำการบล็อกบัญชีและลบคอมเมนต์ออกทันที
จากนั้นตนเองได้ไปติดต่อโรงพยาบาลแห่งอื่นให้ช่วยดูผลงานของแพทย์คนดังกล่าว แพทย์ท่านอื่นให้ความเห็นว่าเป็นบาดแผลที่น่าเกลียด โดยลักษณะที่เกิดขึ้นเป็นลักษณะของรูปร่างหน้าท้อง บริเวณร่อง skin ลึก และกลายเป็นก้อนแข็งแบบไตปลา อีกทั้งบริเวณแผลในจุดดังกล่าวกลายเป็นพังผืด ต้องผ่าตัดแก้ไขรวมมูลค่าแล้วมากกว่า 300,000 บาท
จากนั้นจึงได้ติดต่อกลับไปที่คลินิก โดยผู้เสียหายและทนายความเข้าไปพบกับแพทย์คนดังกล่าว โดยนำความเห็นของแพทย์จากโรงพยาบาลอื่นและรายละเอียดค่ารักษาค่าผ่าตัดแก้ไปให้ด้วย แต่แพทย์คนดังกล่าวกลับแจ้งว่า ผลการทำออกมาเป็นที่น่าพอใจสำหรับเขา แต่เธอยืนยันว่าไม่เป็นผลที่พอใจมากสำหรับเธอ พร้อมอ้างว่าความเห็นของแพทย์คนอื่นเหมือนเป็นการโจมตีและอยากดึงเธอไปเป็นลูกค้ากับคลินิกใหม่ โดยแพทย์ปฏิเสธว่าจะไม่จ่ายค่าเสียหายหรือจะไม่ชดเชยให้ เนื่องจากก่อนการรักษาได้มีการเซ็นเอกสารยอมรับการรักษาไปแล้ว จากนั้นจึงได้ยื่นข้อเสนอให้เธอเป็นการนวดหน้าท้องด้วยคลื่นไฟฟ้าเพื่อแก้รูปทรงหน้าท้องแต่ไม่รับประกันว่าจะกลับมาเป็นผลที่น่าพอใจหรือไม่ แต่เธอคงไม่ยินยอมและไม่เซ็นเอกสารใดๆ จากนั้นเธอได้เสนอว่าหากผลเป็นที่น่าพอใจจริง ให้นำรูปผลงานของเธอไปขึ้นเพจของคลินิก แต่ทางแพทย์ไม่ยอม บอกว่ารูปที่นำขึ้นเพจคลินิกต้องเป็นรูปที่สวยงามเท่านั้น
จากนั้นตนได้พยายามเข้าไปรีวิวในช่องทางต่างๆ แต่กลับถูกทางคลินิกบล็อกและลบคอมเมนต์ของเธอทิ้งออกทั้งหมด แต่มีผู้เสียหายอีกหลายรายเข้ามาแสดงความคิดเห็นและส่งข้อความส่วนตัวมาปรับทุกข์ โดยระบุว่าตกเป็นเหยื่อของคลินิกแห่งนี้ในลักษณะเดียวกัน ซึ่งมีทั้งกรณีราคาไม่ตรงปก จมูกเบี้ยวผิดรูป และหน้าบวมจากการร้อยไหมที่ไม่ได้มาตรฐาน ล่าสุดผู้เสียหายได้รวบรวมหลักฐานแชตการพูดคุย สลิปการโอนเงิน และรูปถ่ายบาดแผลไว้ทั้งหมดแล้ว
ยื่นเรื่องไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด ขณะนี้อยู่ระหว่างการติดตามความคืบหน้าจาก สคบ., สบส. (กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ) และแพทยสภา เพื่อตรวจสอบใบอนุญาตประกอบวิชาชีพของแพทย์ผู้ทำการผ่าตัดต่อไป แต่ล่าสุดการดำเนินการต่างๆ ก็ยังไม่มีความคืบหน้า
ตนยอมรับว่า หลังจากผ่าตัดไปแล้วไม่กล้าใส่ชุดกีฬาหรือชุดออกกำลังกาย และไม่มีความมั่นใจเหมือนในอดีตที่ผ่านมา และมีอาการซึมเศร้าเนื่องจากมีความวิตกกังวลจากร่องรอยการทำดังกล่าว พรุ่งนี้อยากให้แพทย์คนดังกล่าวออกมารับผิดชอบค่าเสียหายหรือค่าใช้จ่ายในการผ่าตัดแก้ไข และอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกมาแก้ปัญหา




