ชาวบ้านแปดอุ้ม กว่า 20 ราย เหยียบทุ่นระเบิดเขมร จนสูญเสียขาตลอดกาล
ชาวบ้าน บ้านแปดอุ้ม ต.โดมประดิษฐ์ อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี เล่าเหตุการณ์ในอดีต มีชาวบ้านในหมู่บ้านกว่า 20 ราย เคราะห์ร้าย เดินเหยียบทุ่นระเบิดเขมร จนต้องสูญเสียขากันไปตลอดกาล ขณะไปทำมาหากินแนวตีนเขาใกล้เคียงช่องบก
(3 ต.ค. 68) โดยนายสมพร อายุ 54 ปี ชาวบ้าน บ้านแปดอุ้ม หนึ่งในคนที่เหยียบทุ่น ปี 2532 เล่าว่า ย้อนกลับไปตั้งแต่ยุคสมัยสงครามในพื้นที่ช่องบก บริเวณพื้นที่บ้านแปดอุ้ม เป็นที่ลี้ภัยของพวกเขมรแดง ซึ่งสมัยนั้นทางฝั่งของเขมรแดงมีการวางทุ่นระเบิดเอาไว้ในขณะที่อยู่ในภาวะสงคราม จนเหตุการณ์สงบลงก็ได้มีการผลักดันขับไล่ เขมรแดงกลับไป ชาวบ้านแปดอุ้มเริ่มออกไปทำมาหากินแนวตีนเขาช่องบก ซึ่งตนเองคือหนึ่งในนั้น ช่วงปี 2532 ตนเองได้ออกไปล่าสัตว์ พร้อมทั้งกู้ทุ่นระเบิด เนื่องจากอยากเป็นทหารพราน ซึ่งขณะนั้นก็อยู่ระหว่างไปกู้ทุ่นระเบิด และเข้าใจว่าเก็บกู้หมดแล้ว กระทั่งไปถึงหลุมสุดท้าย ตนเองก้าวเท้า เหยียบลงไป ก็ถูกระเบิดเข้าที่ขาข้างซ้าย ส่งผลทำให้ขาข้างซ้ายขาดตั้งแต่ขณะนั้นเป็นต้นมา
นอกเหนือจากตนเองแล้วนั้น ชาวบ้านบ้านแปดอุ้ม อีก 24 คน ก็เป็นผู้โชคร้ายที่เหยียบทุ่นระเบิดจนขาขาด จนต้องใส่ขาเทียมจนถึงปัจจุบัน อีกทั้งยังมีผู้เสียชีวิต จากการเหยียบทุ่นระเบิดอีกหลายราย
ตนเองเชื่อว่า ทางฝั่งของกัมพูชา พร้อมที่จะผิดข้อตกลงเสมอ นอกจากจะไม่เก็บกู้ ทำลายทุ่นระเบิดที่ฝังเอาไว้ ส่วนตัวยังเชื่ออีกว่าจะมีการฝังทุ่นระเบิดเพิ่มขึ้นอีก แล้วจะใช้วิธีการลักลอบนำมาวางในอาณาเขตไทย
พร้อมยอมรับว่าต่อให้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับตนเองจะผ่านมานานหลาย 10 ปี แต่ยังคงจำฝังใจไม่เคยลืม เขมรไม่เคยยุติธรรมกับประเทศไทย เขมรไม่เคยจริงใจกับประเทศไทย ผู้นำไม่มีความรับผิดชอบ แม้แต่ทหารจะเสียชีวิตจากเหตุสงคราม ก็ไม่แม้แต่จะมาเก็บศพ
ตนเองในฐานะชาวบ้านแนวชายแดน และเป็นหนึ่งในผู้ประสบเหตุเหยียบทุ่นระเบิด ก็อยากให้เหตุการณ์ในพื้นที่แนวชายแดนสงบลง เพราะทุกวันนี้ชาวบ้านใช้ชีวิตกันลำบาก ทำมาหากินกันแทบไม่ได้ เหมือนต้องตายทั้งเป็น




