โจ๋ 18 ตระเวนชิงทรัพย์ อ้างส่งน้องเรียน-ผ่อนมอเตอร์ไซค์

ข่าวเวิร์คพอยท์
โจ๋ 18 ตระเวนชิงทรัพย์ อ้างส่งน้องเรียน-ผ่อนมอเตอร์ไซค์

โจ๋ 18 ขี่รถดูลาดเลาร้านทองหลายแห่ง หวังใช้ปืนปลอมเข้าจี้ชิงทรัพย์แต่ไม่สำเสร็จเพราะเปิดประตูผิดฝั่ง เปลี่ยนเป้าหมายไปจี้ร้านสะดวกซื้อ ได้เงินไป 5,000 บาท - สารภาพทำงานที่ร้านอาหารแต่รายได้ไม่พอ มีภาระผ่อนมอเตอร์ไซค์กับส่งน้องเรียน

(26 ส.ค. 69) พ.ต.อ.ประภาส อุบลศรี ผกก.สภ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง พร้อมกำลังตำรวจ สภ.ห้างฉัตร ร่วมกับตำรวจ สภ.สบปราบ และตำรวจภูธรจังหวัดลำปาง ควบคุมตัว นายเอ(นามสมมติ) อายุ 18 ปี ชาว อ.ฮอด จ.เชียงใหม่ มาทำแผนประกอบคำรับสารภาพบริเวณหน้าร้านทอง ภายในตลาดสดอำเภอห้างฉัตร จ.ลำปาง หลังตกเป็นผู้ต้องหาพยายามชิงทรัพย์ร้านทอง ก่อนจะไปก่อเหตุชิงทรัพย์ร้านสะดวกซื้อในพื้นที่ อ.สบปราบ

.

การทำแผนประกอบคำรับสารภาพครั้งนี้ มีประชาชนจำนวนมากที่ทราบข่าวเดินทางมาเฝ้าดูเหตุการณ์ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้วางกำลังรักษาความปลอดภัยและควบคุมตัวผู้ต้องหาอย่างใกล้ชิด

.

จากการสอบถามผู้ต้องหาให้การว่า ตนเองทำงานเป็นพนักงานรับจ้างอยู่ที่ร้านหมูกระทะแห่งหนึ่ง และเพิ่งออกรถจักรยานยนต์คันใหม่มาได้ประมาณ 3 เดือน ต้องผ่อนค่างวดเดือนละกว่า 2,000 บาท แต่ไม่มีเงินเพียงพอที่จะส่งค่างวด ประกอบกับยังมีภาระต้องช่วยส่งน้องเรียน จึงเกิดความคิดที่จะหาเงินด้วยวิธีผิดกฎหมาย

.

จากนั้นได้ขี่รถจักรยานยนต์ออกจาก อ.ฮอด จ.เชียงใหม่ เดินทางเข้ามาในพื้นที่ จ.ลำปาง ระยะทางกว่า 100 กิโลเมตร เพื่อหาสถานที่ก่อเหตุ

.

ด้าน พ.ต.อ.ประภาส อุบลศรี ผกก.สภ.ห้างฉัตร เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดตามเส้นทางและบริเวณตลาดสด พบพฤติกรรมของผู้ต้องหารายนี้ขี่รถจักรยานยนต์วนเวียนดูลาดเลาตั้งแต่ประมาณ 10.00 น. โดยมีการวนรถไปตามตลาดสดและบริเวณร้านทองต่างๆ มากกว่า 20 รอบ เพื่อสังเกตความเคลื่อนไหวและหาโอกาสก่อเหตุ

.

กระทั่งช่วงบ่าย ผู้ต้องหาจึงตัดสินใจเข้าไปก่อเหตุที่ร้านทองแห่งหนึ่งภายในตลาดสด อ.ห้างฉัตร โดยพกอาวุธปืนเข้ามาด้วย ก่อนพยายามเปิดประตูเพื่อเข้าไปภายในร้าน แต่เหตุการณ์ไม่เป็นไปตามที่คิด เมื่อผู้ต้องหา เปิดประตูผิดฝั่ง โดยไปเปิดประตูด้านซ้าย ซึ่งเป็นประตูที่ร้านไม่ได้ใช้งานและปิดล็อกไว้ถาวร ขณะที่ประตูที่ใช้เปิดให้ลูกค้าเข้าออกอยู่ทางด้านขวามือ และมีระบบล็อกจากด้านใน

.

เจ้าของร้านทองเปิดเผยว่า ขณะเกิดเหตุเห็นผู้ต้องหาพกอาวุธปืน จึงไม่ทราบว่าเป็นปืนจริงหรือปืนปลอม ทำให้ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นอันดับแรก และไม่มีทางเปิดประตูให้ผู้ต้องหาเข้ามาภายในร้านอยู่แล้ว จึงทำให้คนร้ายไม่สามารถเข้าไปก่อเหตุและไม่ได้ทรัพย์สินใดๆ ก่อนรีบหลบหนีออกจากร้าน

.

ภายหลังตำรวจตรวจสอบอาวุธที่ผู้ต้องหานำมาใช้ พบว่าเป็น ปืนปลอม ไม่ใช่อาวุธปืนจริง

.

อย่างไรก็ตาม หลังจากพยายามชิงทรัพย์ร้านทองแต่ไม่สำเร็จ ผู้ต้องหาไม่ได้ยุติการก่อเหตุ แต่ในวันรุ่งขึ้นได้เปลี่ยนเป้าหมายไปยังร้านสะดวกซื้อภายในสถานีบริการน้ำมัน ปตท. แห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.สบปราบ จ.ลำปาง

.

ครั้งนั้นผู้ต้องหาได้ก่อเหตุชิงทรัพย์ภายในร้าน ก่อนจะได้เงินสดไปประมาณ 5,000 บาท แล้วขี่รถจักรยานยนต์หลบหนี

.

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางต่างๆ รวมถึงรวบรวมพยานหลักฐาน จนสามารถติดตามตัวนายเอได้ และนำตัวมาสอบสวน ก่อนนำตัวกลับมาทำแผนประกอบคำรับสารภาพบริเวณร้านทองใน อ.ห้างฉัตร หลังเสร็จสิ้นการทำแผนประกอบคำรับสารภาพ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัว นายเอ ไปดำเนินคดีที่ สภ.สบปราบ จ.ลำปาง เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง