เด้ง รอง ผกก. เข้า ศปก. ล็อกคอนักข่าวสลบเย็บ 12 เข็ม อ้างหยอกล้อ

เด้ง รอง ผกก. เข้า ศปก. ล็อกคอนักข่าวสลบเย็บ 12 เข็ม อ้างหยอกล้อ-อีกฝ่ายเตรียมแจ้งความ
(9 ส.ค. 69) ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณี "โม บ้านไผ่" หรือ นายตรีเทพ อายุ 42 ปี นักข่าวท้องถิ่น อ.บ้านไผ่ และเครือข่ายสื่อมวลชนจังหวัดขอนแก่น อ้างว่าถูก รองผู้กำกับการสืบสวน สภ.บ้านไผ่ ล็อกคอแล้วทำร้ายจนสลบ เมื่อช่วงค่ำวันที่ 7 สิงหาคม 2569 ขณะกำลังจะเดินทางไปเที่ยวงานกำนันผู้ใหญ่บ้านข้างสถานีตำรวจ ซึ่งเป็นงานประจำปี เพื่อถ่ายภาพเก็บบรรยากาศนำไปส่งข่าว
ล่าสุด ตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่น ได้ชี้แจงกรณีที่ปรากฏเป็นข่าวทางสื่อสังคมออนไลน์ว่า กรณีข้าราชการตำรวจตำแหน่ง รองผู้กำกับการ สภ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น ก่อเหตุทำร้ายร่างกายผู้สื่อข่าวท้องถิ่นจนได้รับบาดเจ็บ บริเวณสถานีตำรวจภูธรบ้านไผ่ นั้น ทางตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่นได้รับรายงานจาก สภ.บ้านไผ่ ถึงรายละเอียดของเหตุการณ์แล้ว
โดยรายงานระบุว่า เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2569 เวลา 19.30 น. บริเวณหน้าห้องสืบสวน สภ.บ้านไผ่ พ.ต.ท.วรวิทย์ รอง ผกก.สส.สภ.บ้านไผ่ ซึ่งรู้จักสนิทสนมกับ นายตรีเทพ เกียรติปกรณ์ ผู้สื่อข่าวท้องถิ่น ได้พูดคุยหยอกล้อกันตามปกติที่โต๊ะม้าหินอ่อนข้างห้องสืบสวน
ต่อมา พ.ต.ท.วรวิทย์ ได้กอดล็อกคอนายตรีเทพอย่างแรง นายตรีเทพจึงลุกขึ้นและเดินออกไป ระหว่างนั้น พ.ต.ท.วรวิทย์ ได้เดินตามมาและเข้ากอดล็อกคออีกครั้ง พร้อมพูดว่า “หยอกแค่นี้โกรธเหรอ” ก่อนที่นายตรีเทพจะวูบหมดสติไป
เมื่อนายตรีเทพรู้สึกตัวอีกครั้ง พบว่าตนเองล้มและได้รับบาดเจ็บ มีแผลฉีกขาดบริเวณคิ้วขวา และมีรอยบวมแดงที่ลำคอ เจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงนำตัวส่งโรงพยาบาลบ้านไผ่ ซึ่งปัจจุบันยังอยู่ระหว่างการรักษาตัวจากแพทย์
ภายหลังเกิดเหตุ พ.ต.อ.รักชาติ เรืองเจริญ ผกก.สภ.บ้านไผ่ ได้เดินทางเข้าเยี่ยมอาการนายตรีเทพด้วยตนเองทันที เพื่อแสดงความห่วงใย พร้อมพูดคุยทำความเข้าใจ และยืนยันว่าจะดูแลเรื่องที่เกิดขึ้นอย่างเป็นธรรม
ทางตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่น ระบุว่า สภ.บ้านไผ่ เห็นว่าการได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ครั้งนี้เกิดจากการกระทำของ พ.ต.ท.วรวิทย์ แต่ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปด้วยความโปร่งใสและเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย ตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่นจึงมีคำสั่งด่วนให้ พ.ต.ท.วรวิทย์ ไปช่วยราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่น (ศปก.ภ.จว.ขอนแก่น) โดยขาดจากตำแหน่งเดิม มีผลทันทีตั้งแต่วันที่ 8 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป พร้อมกันนี้ ได้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อดำเนินการตรวจสอบให้เกิดความโปร่งใสและเป็นธรรมแก่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง
ขณะเดียวกัน พ.ต.ท.วรวิทย์ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า “บางทีก็อยากพูดเหมือนกันนะ มันอัดอั้นเหมือนกัน คนเราจะอดทนอดกลั้นได้มากแค่ไหน ถ้ามีคนมาท้าต่อยกันตรง ๆ ตัวต่อตัว มันก็ต้องมีขีดจำกัดเหมือนกัน แต่ก่อนจะตัดสินใคร หรือเอาเรื่องราวของใครไปนำเสนอ ขอให้ถามข้อเท็จจริงกันก่อนจะดีกว่าไหม? อย่าเห็นเพียงคำว่า "ตำรวจ" แล้วเอาไปเขียน ไปขาย หรือสร้างเรื่องราวตามที่ตัวเองเข้าใจ ทั้งที่ข้อเท็จจริงยังไม่ได้ตรวจสอบ ตำรวจไม่ได้เป็นตำรวจ 24 ชั่วโมง
หลังเวลาราชการ ก็เป็นบุคคลธรรมดาคนหนึ่งเหมือนทุกคน ก่อนจะลงอะไร ขอให้ตรวจสอบข้อมูลให้รอบด้าน เพราะเมื่อเผยแพร่ไปแล้ว ความเสียหายเอาคืนได้ไหม? ยอดไลก์ ยอดฟอลโลว์ หรือรายได้จากการทำเพจ มันอาจเพิ่มขึ้นได้ แต่ชื่อเสียงและศักดิ์ศรีของคนที่ถูกกล่าวถึง ถ้าเสียไปแล้ว มันไม่ได้เรียกคืนง่าย ๆ คนให้ข้อมูลเป็นใคร ก็ต้องตรวจสอบประวัติเป็นอย่างไร ข้อมูลมีหลักฐานหรือไม่ และเรื่องที่นำเสนอเป็นข้อเท็จจริงหรือเป็นเพียงคำกล่าวอ้าง ไม่ใช่คิดแค่ว่า "กูลงแล้ว กูขายข่าวได้" ก่อนจะกดเผยแพร่ข่าวของใคร คิดถึงคนที่ต้องรับผลจากข่าวนั้นสักนิดครับ”
ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวอยู่ระหว่างติดต่อพูดคุยกับ พ.ต.ท.วรวิทย์ หากมีความคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป ในส่วนอาการของ นายตรีเทพ เกียรติปกรณ์ ผู้สื่อข่าวท้องถิ่น ขณะนี้ยังคงนอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลบ้านไผ่ เพื่อรอให้แพทย์อนุญาตให้กลับบ้าน โดยนายตรีเทพยืนยันว่า หลังจากออกจากโรงพยาบาลแล้ว จะเดินทางเข้าแจ้งความกับตำรวจเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป




