พ่อเลี้ยงทำร้ายแม่ หนุ่มเลือดขึ้นหน้าพาเพื่อนยิงถล่ม

ข่าวเวิร์คพอยท์
พ่อเลี้ยงทำร้ายแม่ หนุ่มเลือดขึ้นหน้าพาเพื่อนยิงถล่ม

แม่ข้าใครอย่าแตะ! หนุ่มวัย 25 ได้รับโทรศัพท์จากแม่ บอกถูกพ่อเลี้ยงทำร้าย เลือดขึ้นหน้าพาเพื่อนบุกยิงถล่ม พ่อเลี้ยงกับลูกติดพ่อเลี้ยงเจ็บ

(17 มิ.ย. 69) เวลา 21.00 น. วานนี้(16 มิ.ย.) ศูนย์วิทยุ 191 ได้รับแจ้งเหตุสายเลือดเดือดใช้อาวุธปืนยิงกันมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 ราย ภายในบ้านพักพื้นที่บ้านท่าใต้ ซอย 3 อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี จึงประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่าใหม่ และกู้ภัยสว่างกตัญญูรุดตรวจที่เกิดเหตุ พบผู้บาดเจ็บรายแรกคือ นายสำเนา อายุ 65 ปี ถูกยิงเข้าที่หัวเข่าขวา รายที่สองคือ นายสุวรรณ อายุ 37 ปี ลูกชาย(ลูกติด)ของนายสำเนา ถูกยิงเข้าที่แขนและขา รวม 4 แผล และรายสุดท้ายคือ นางสมจิต อายุ 50 ปี เป็นภรรยาของนายสำเนาและเป็นแม่ของผู้ก่อเหตุ ถูกนายสำเนาทำร้ายร่างกายจนศีรษะ ร่างกาย และมือขวาฟกช้ำ เจ้าหน้าที่จึงรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน

.

ส่วนผู้ก่อเหตุทราบชื่อคือ นายไพรัตน์ อายุ 25 ปี ลูกเลี้ยงของนายสำเนา และนายไกรสร อายุ 20 ปี เพื่อนสนิท หลังก่อเหตุได้ขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไปซ่อนตัวอยู่ที่โต๊ะสนุกเกอร์ภายในหมู่บ้าน แต่ไม่รอดถูกชุดสืบสวน สภ.ท่าใหม่ นำกำลังเข้าปิดล้อมจับกุมตัวได้ในเวลาอันรวดเร็ว จากการค้นตัวนายไพรัตน์พบยาเคจำนวนหนึ่ง ส่วนนายไกรสรพบยาบ้า 1 เม็ดพร้อมอุปกรณ์เสพ จากนั้นคุมตัวไปชี้จุดทิ้งอาวุธปืนคิง คอบร้า ขนาด .22 บรรจุกระสุนได้ 3 นัด ซุกซ่อนอยู่ข้างกอไผ่ใกล้จุดเกิดเหตุ โดยนายไพรัตน์สารภาพว่าซื้อปืนมาในราคา 30,000 บาท และระเบิดกระสุนใส่กลุ่มพ่อเลี้ยงไป 4 นัด ก่อนส่งปืนให้เพื่อนช่วยยิงซ้ำอีก 3 นัด

.

สอบสวนชนวนเหตุ นายไพรัตน์ให้การรับสารภาพว่า ตนเองเก็บกดมานานเนื่องจากพ่อเลี้ยงมักมีปากเสียงและทุบตีแม่เป็นประจำ ก่อนเกิดเหตุแม่ได้โทรศัพท์มาหาว่ากำลังถูกพ่อเลี้ยงทำร้าย ตนจึงรีบพาเพื่อนและอาวุธปืนบึ่งกลับมาบ้าน ขณะเดียวกันฝ่ายพ่อเลี้ยงเห็นภรรยาโทรตามลูกชาย ก็โทรตามนายสุวรรณ ลูกชายของตนให้มาช่วยเช่นกัน เมื่อเผชิญหน้ากันความโกรธแค้นสะสมทำให้ตนและเพื่อนใช้ปืนกระหน่ำยิงใส่ฝั่งพ่อเลี้ยงทันที

.

เบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อหาลูกเลี้ยงและเพื่อนในข้อหาร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น และความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ส่วนฝ่ายพ่อเลี้ยงจะถูกดำเนินคดีข้อหาทำร้ายร่างกายภรรยา และตรวจหาสารเสพติดเพิ่มเติมเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง