ลูกค้า ธกส. ร้อง ถูกพนักงานสินเชื่อบังคับกู้เงิน

ข่าวเวิร์คพอยท์
ลูกค้า ธกส. ร้อง ถูกพนักงานสินเชื่อบังคับกู้เงิน

ชาวนาในพื้นที่ จ.พิจิตร หลายสิบรายร้องเรียนศูนย์ดำรงธรรมหลังถูกเจ้าหน้าที่สินเชื่อของธนาคารหลอกให้กู้เงินเกินวงเงินที่ต้องการ โดยขู่ถ้าไม่กู้เเรื่องจะไม่ผ่าน - ล่าสุด ธกส. ส่งเอกสารชี้แจงกรณีดังกล่าวแล้ว

(12 มิ.ย. 67) ที่ศาลากลางจังหวัดพิจิตร มึกลุ่มเกษตรกรชาวนาลูกค้า ธกส. สาขาท่าบัว อ.โพทะเลจ.พิจิตร จำนวน33 ราย เข้าร้องเรียนต่อศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด ว่าถูกอดีตพนักงานสินเชื่อของธนาคารหลอกลวงและขู่บังคับให้กูเงินเกินกว่าวงเงินที่ต้องการจริง และตัวเงินส่วนต่างนั้นพนักงานจะนำไปใช้เอง โดยที่ไม่ใช้หนี้ให้ทางเกษตรกรผู้กู้ตัวจริง ทำให้ผู้กู้ต้องแบกภาระทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยมากเกินกว่าที่ตนเองจะรับไหว

โดยที่พนักงานคนดังกล่าวจะขู่เหยื่อว่าหากไม่ยื่นกู้เกินจำนวนที่ต้องการ จะทำให้เอกสารที่ยื่นกู้ไปเพื่อนำเงินมาลงทุนในไร่นาของตนจะไม่ผ่าน แต่หากยื่นกู้ตามที่เขาบอกก็จะทำให้ทำสัญญาได้เสร็จเร็วเพียงไม่กี่วันก็ได้เงินตามที่ต้องการแล้ว

โดยเหตุดังกล่าวเกิดช่วงปี 2561-2562 ชาวบ้านแต่ละรายถูกบังคับเอาเงินเช่นนี้รายละ 1-2 แสนบาท มีมูลค่ายอดเงินรวมจำนวนกว่า 10 ล้านบาท เกษตรกรชาวนาได้ติดตามทวงถามพนักงาน ธกส.ดังกล่าว แต่ไม่ได้รับการคืนเงิน อีกทั้ง ธกส.ปัดความรับผิดชอบโดยอ้างว่าเป็นการยืมเงินกันเอง และจากยอดหนี้ที่ค้างอยู่นี้ ทำให้เหยื่อไม่สามารถกู้เงินรอบใหม่เพื่อมาลงทุนเพิ่มได้

ลูกค้า ธกส. ร้อง ถูกพนักงานสินเชื่อบังคับกู้เงิน

ที่ผ่านมาเคยพากันแจ้งความไว้ที่ สภ.โพทะเล แต่เรื่องก็เงียบ ในวันนี้จึงรวมตัวกันเดินทางมาขอความช่วยเหลือต่อนาย อดิเทพ กมลเวชช์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร ที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดพิจิตร เพื่อ ขอความช่วยเหลือ นอกจากนี้พนักงาน ธกส.คนดังกล่าว ได้ย้ายไปดำรงตำแหน่งยังสาขาทับคล้อ และสาขาบางมูลนาก ทราบว่าไปก่อเหตุในลักษณะเดียวกันนี้อีก

นายอดิเทพ กมลเวชช์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร ได้มารับหนังสือปัญหาความเดือดร้อนกับชาวนาด้วยตนเอง พร้อมสั่งให้ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดพิจิตรตั้งคณะกรรมการจากหลายหน่วยงาน ประกอบไปด้วย นายอำเภอโพทะเล อัยการคุ้มครองสิทธิ์ คลังจังหวัด ตำรวจภูธรจังหวัดพิจิตร ธกส.จังหวัด เข้ามาแก้ปัญหา

และเพิ่มช่องการเยียวยาช่วยเหลือชาวนาดังกล่าว โดยให้ชาวนาชดใช้เงินตามวงเงินที่ชาวนากู้ตามความจริงตามกระบวนการส่งหนี้ ธกส. ส่วนที่วงเกินไปตามหลักฐานที่ชาวนามีจาการที่พนักงาน ธกส.ขู่เข็ญในภาวะจำยอมที่นั้นเบื้องต้นยังไม่ต้องชดใช้ จนกว่าทางคณะกรรมการที่ตั้งมาจะสามารถหาทางออกได้

ด้านนายสุชาติ กลิ่นเสือ ผู้อำนวยการ ธกส.จังหวัดพิจิตร กล่าวว่าในส่วนของพนักงานสินเชื่อ ของธนาคารก็ได้ลงโทษให้ออกไปแล้วเนื่องจากทำให้ธนาคารได้รับความเสื่อมเสีย

ล่าสุด(13 มิ.ย.67) ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธกส. ได้ออกมาชี้แจงเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวแล้วดังนี้โดยระบุว่า

ตามที่มีข่าวชาวนาจังหวัดพิจิตรร้องเรียนต่อผู้ว่าราชการจังหวัด กรณีถูกพนักงาน ธ.ก.ส. หลอกให้กู้เงินเกินความต้องการเพื่อนำเงินส่วนเกินดังกล่าวมาให้พนักงานกู้ยืมต่อไปใช้ส่วนตัว พร้อมเรียกร้องให้ ธ.ก.ส.รับผิดชอบกับกรณีดังกล่าว เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2567 นั้น ธ.ก.ส. ขอชี้แจงรายละเอียด ดังนี้

1. ธนาคารมีขั้นตอนและกฎระเบียบในการอนุมัติสินเชื่อ โดยคำนึงถึงความจำเป็นและวัตถุประสงค์ในการนำเงินทุนไปใช้ในการประกอบอาชีพ หรือค่าใช้จ่ายที่จำเป็นตามที่ลูกค้าได้แสดงเจตนาขอกู้ต่อธนาคาร ซึ่งการขอสินเชื่อของลูกค้าที่ร้องเรียนเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของธนาคาร โดยลูกค้าได้ลงนามในสัญญากู้เงินด้วยตนเอง เมื่อธนาคารอนุมัติเงินกู้แล้ว ธนาคารได้ดำเนินการโอนเข้าบัญชีเงินฝากของลูกค้าผู้กู้ทุกรายตามจำนวนเงินที่ขอกู้ หลังจากนั้นลูกค้าจะเบิกเงิน จะนำไปใช้ หรือให้ผู้ใด ธนาคารไม่สามารถทราบได้

2.ทันทีที่ธนาคารได้รับทราบข้อร้องเรียนว่าพนักงานมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม โดยมีการขอยืมเงินจากลูกค้าดังกล่าว ธนาคารได้มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวน และมีคำสั่งย้ายออกนอกพื้นที่ระหว่างการสอบสวน เพื่อไม่ให้ก่อเหตุขึ้นอีก รวมถึงมีคำสั่งไล่ออกเมื่อปี 2565 ขณะเดียวกันสำนักงาน ธ.ก.ส. จังหวัดพิจิตร ได้ส่งข้อมูลไปยังสำนักงานใหญ่ เพื่อพิจารณาถึงแนวทางการช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบดังกล่าว

3.ธนาคารพิจารณาข้อมูลที่ปรากฏในขณะนั้นแล้วเห็นว่า ในการขอสินเชื่อจากธนาคารลูกค้ารับทราบข้อมูลเงื่อนไขและมีการทำสัญญากู้เงินกับธนาคารอย่างถูกต้อง และลูกค้าก็ได้รับเงินกู้ตามจำนวนเข้าบัญชีเงินฝากของลูกค้าครบถ้วนตามสัญญาที่ทำไว้กับธนาคารทุกประการ ความเสียหายที่เกิดขึ้นเป็นการตกลงและทำสัญญากู้ยืมระหว่างลูกค้ากับพนักงานเป็นการส่วนตัว ดังนั้น จึงไม่เข้าหลักเกณฑ์การยกหนี้หรือช่วยเหลือเยียวยา ลูกค้าจะต้องดำเนินการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากคู่กรณีตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

4.กรณีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแม้จะเป็นการตกลงทำสัญญากู้ยืมระหว่างลูกค้ากับพนักงานเป็นการส่วนตัว แต่เพื่อบรรเทาผลกระทบ และเป็นการช่วยเหลือลูกค้ามิให้เป็นภาระหนักในการส่งชำระหนี้ ธ.ก.ส. จึงได้มีการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ และขยายเวลาในการชำระหนี้ให้สอดคล้องกับที่มาของรายได้

5.ธนาคารให้ความสำคัญในเรื่องของความซื่อสัตย์ สุจริต และการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ภายใต้ธรรมาภิบาล โดยมีนโยบายห้ามพนักงานชี้ชวน เรียกรับ บังคับ หรือหลอกลวงให้ลูกค้าต้องดำเนินการในสิ่งที่ลูกค้าไม่พึงประสงค์ (Market Conduct) และมีการประกาศต่อสาธารณะในการประชุมชี้แจงลูกค้าได้รับทราบ รวมถึงมีการตรวจสอบจากส่วนกลางเพื่อให้มีการดำเนินงานอย่างถูกต้อง 

ทั้งนี้ หากเกษตรกรลูกค้าพบเห็นพนักงานมีพฤติกรรมที่ส่อไปในทางทุจริตคอรัปชั่น หรือประพฤติมิชอบในทุกรูปแบบ สามารถแจ้งข้อมูลหรือเบาะแสได้ที่ผู้จัดการ ธ.ก.ส.ทุกสาขา หรือส่งจดหมายไปที่สำนักจัดการและป้องกันการกระทำทุจริต ธ.ก.ส. เลขที่ 48/8 หมู่ 18 ถนนประชาชื่น แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900 E- mail : [email protected] โทรศัพท์ 02-558-6444 Website: https://www.baac.or.th Line Official Account : @fraudbaac หรือผ่าน Call Center โทร. 02 555 0555 ซึ่งธนาคารจะดำเนินการตามขั้นตอนทางวินัยและทางกฎหมายโดยเด็ดขาดต่อไป

ลูกค้า ธกส. ร้อง ถูกพนักงานสินเชื่อบังคับกู้เงิน
ลูกค้า ธกส. ร้อง ถูกพนักงานสินเชื่อบังคับกู้เงิน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ลูกค้า ธกส. ร้อง ถูกพนักงานสินเชื่อบังคับกู้เงิน | Workpoint News