โมเดลลิ่งเก๊อ้างสนิท “ลิซ่า” ตุ๋น 8.7 ล้าน ขายฝันพาเล่นโฆษณา

พ่อร้อง “สายไหมต้องรอด” เจอโมเดลลิ่งเก๊อ้างสนิทกับ “ลิซ่า” บอกพาลูกสาววัย 11 ขวบ เข้าวงการ-เล่น โฆษณาร่วมกับนักร้องดังได้ แต่ให้ลงทุนก่อน 8.7 ล้านบาท
(30 ก.ค. 67) นายที (นามสมมุติ) ชาว จ.แพร่ ขอความช่วยเหลือจากเพจสายไหมต้องรอด หลังถูกโมเดลลิ่งเก๊หลอกโอนเงินหลายล้านบาท โดยผู้เสียหายเล่าให้ฟังว่า ภรรยาของตนรู้จักกับ น.ส.น้ำผึ้ง ผ่านทางเฟซบุ๊ก เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา
หลังรู้จักกัน น.ส.น้ำผึ้งได้ชวนตนและภรรยา ทำธุรกิจเฟ้นหานักแสดงไปถ่ายโฆษณาหรือละครต่างๆ และด้วยความที่โพรไฟล์ของน้องสาวน้ำผึ้งค่อนข้างดูน่าเชื่อถือ จึงทำให้ครอบครัวของตนมั่นใจว่า น.ส.น้ำผึ้งสามารถพาลูกสาวคนโต อายุ 11 ขวบ เข้าสู่วงการบันเทิงได้จริง
กระทั่งเมื่อวันที่ 16 พ.ค.ที่ผ่านมา น.ส.น้ำผึ้งบอกว่าจะต้องจ่ายค่าเรียนการแสดงเป็นเงิน 17,000 บาท และให้คำมั่นว่าจะมีงานถ่ายโฆษณาเข้ามาอย่างแน่นอน โดนหลังจากที่ตนโอนให้เงินไป ยังไม่ทันที่ลูกสาวของตนจะได้ไปเรียนการแสดง น.ส.น้ำผึ้งก็ติดต่อกลับมาว่า มีงานลูกสาวของตนไปถ่ายโฆษณานมเปรี้ยวยี่ห้อดังที่สตูดิโอแห่งหนึ่งย่านบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี ในวันที่ 25 พ.ค. โดยตนได้พาลูกสาวไปถ่ายทำโฆษณา ก็เห็นว่ามีการถ่ายทำกันจริง และมีบุคคลอื่นที่มาร่วมถ่ายโฆษณาด้วย ถัดมาอีกประมาณหนึ่งเดือน ตนก็ได้รับค่าจ้างเป็นเงินจำนวน 19,000 บาท ทำให้ตนมั่นใจว่าไม่ใช่การหลอกลวง จึงได้มีการจ่ายเงินค่าเรียนการแสดงของลูกสาวคนเล็กอายุ 10 ขวบ เพิ่มเติม
จากนั้น น.ส.น้ำผึ้ง ก็ได้มีการมาชักชวนให้ลูกสาวของตนไปถ่ายโฆษณาประเภทอื่น ๆ อยู่หลายครั้ง โดยแต่ละครั้งก็ได้บอกให้ตนวางเงินประกันก่อนทุกครั้ง ด้วยจำนวนเงินที่แตกต่างกันออกไปตั้งแต่หลักพันบาท ไปจนถึงหลักแสนบาท ด้วยความที่ตนมั่นใจว่าจะได้ค่าตอบแทนกลับมาจริง จึงได้โอนเงินค่าประกันให้ไปตลอด
มีครั้งหนึ่ง น.ส.น้ำผึ้งได้อ้างว่าจะมาชวนลูกสาวไปถ่ายโฆษณาร่วมกับ ลิซ่า ลลิษา มโนบาล หรือ ลิซ่า Blackpink จะได้ค่าจ้าง 150,000 บาท แต่ต้องวางเงินประกัน 75,000 บาท แล้วอ้างว่าตัวเองสนิทสนมกับลิซ่า สามารถพาไปถ่ายงานร่วมกันได้ทั้งครอบครัว ทำให้ครอบครัวต้องเดินทางมาจากจังหวัดแพร่มาเปิดโรงแรมนอนพักที่กรุงเทพฯ ตั้งแต่วันที่ 11 ก.ค. ที่ผ่านมา
แต่ น.ส.น้ำผึ้งก็ได้เลื่อนประวิงเวลามาตลอด จนทำให้ตนรู้ตัวว่าถูกหลอก โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาตนโอนเงินให้นางสาวน้ำผึ้งถึง 42 ครั้ง เป็นจำนวนเงินถึง 8,734,000 บาท โดยมีการไปยืมญาติถึง 2,000,000 กว่าบาท
หลังรู้ตัวว่าถูกหลอก ตนได้ทวงถาม น.ส.น้ำผึ้งไป กลับได้รับคำตอบว่า จะคืนเงินทั้งหมดให้เมื่อวันอาทิตย์ที่ 28 ก.ค.ที่ผ่านมา แต่จนถึงตอนนี้พบว่าไม่สามารถติดต่อได้แล้ว
ด้าน นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอดู เปิดเผยว่า หลังจากนี้จะพาผู้เสียหายไปแจ้งความไว้ที่ บก.สอท.1 และส่วนตัวเชื่อว่าน่าจะมีผู้เสียหายมากกว่านี้ ขณะที่เฟซบุ๊กของนางสาวน้ำผึ้ง ก็ยังมีการโพสต์หานักแสดงไปถ่ายโฆษณาเมื่อวันศุกร์ที่ 26 ก.ค. ที่ผ่านมา ก่อนที่ น.ส.น้ำผึ้งจะมาบอกผู้เสียหายว่าจะหาเงินมาคืนให้ โดยจะเริ่มทยอยคืนเงินบางส่วนในวันพฤหัสบดีที่ 1 สิงหาคมนี้ แต่ไม่รับปากว่าจะสามารถคืนเงินทั้งหมดให้ได้
ทั้งนี้ นายเอกภพยังได้ฝากเตือนไปยังประชาชนว่าให้มีความรอบคอบในการติดต่อ หรือทำธุรกรรมใดๆผ่านทางโลกออนไลน์ด้วย




