"กัน จอมพลัง" พาเมียหลวงช้ำรักเข้าร้องอัยการสูงสุดช่วยจัดหาทนายดำเนินคดีเอาผิดชู้

AdminNews
"กัน จอมพลัง" พาเมียหลวงช้ำรักเข้าร้องอัยการสูงสุดช่วยจัดหาทนายดำเนินคดีเอาผิดชู้

"กัน จอมพลัง" ช่วยหาทนายสู้คดีให้เมียหลวงหลังถูก 'ชู้' ของสามีไล่สาปส่งออกจากบ้านตัวเอง

จากกรณีที่เมื่อวานนี้ นางเอ (นามสมมุติ) เมียหลวง อายุ 44 ปี เข้ามาขอความช่วยเหลือจาก นายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ หรือ "กัน จอมพลัง" เพราะจับได้ว่าสามีนอกใจ และแอบไปสวีทหวานฉ่ำกับหญิงอื่นในบ้านของตัวเอง อีกทั้งผู้หญิงคนนั้นยังพูดท้าทายว่า "ก็ไม่เห็นทะเบียนสมรสห้อยคอนี่" แล้วยังมีหน้าไล่เมียหลวงออกจากบ้าน ทั้งๆ ที่เมียหลวงยังไม่ได้หย่า และยังมีทะเบียนสมรสถูกต้องตามกฏหมายอยู่

"กัน จอมพลัง" พาเมียหลวงช้ำรักเข้าร้องอัยการสูงสุดช่วยจัดหาทนายดำเนินคดีเอาผิดชู้

ล่าสุดวันนี้ (17 มิ.ย.67) "กัน จอมพลัง" ได้พา นางเอ (เมียหลวง) เดินทางมาพบ นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง อธิบดีอัยการสำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน (สคช.) ให้ช่วยจัดทนายความดำเนินการฟ้องชู้

"กัน จอมพลัง" บอกว่า หลังจากที่ตัวเองได้พูดคุยกับนางเอ (เมียหลวง) เมื่อวานนี้ และได้มีการแถลงข่าวรายละเอียดต่างๆ กับสื่อมวลชนไปแล้ว ด้วยความเจ็บช้ำของผู้หญิง ในการทวงคืนศักดิ์ศรีของเมียหลวง ตัวเองจึงพานางเอ (เมียหลวง) มายื่นเรื่องขอทนายความเพื่อฟ้องชู้

ด้าน นายโกศลวัฒน์ บอกว่า อันดับแรกจะมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงตามที่ผู้ร้องได้แจ้งให้ทราบ โดยขั้นตอนแรกทางอัยการคุ้มครองสิทธิ์ฯ จะพยายามไกล่เกลี่ยเพื่อรักษาสถาบันครอบครัว หากไม่จำเป็นจะไม่ถึงขั้นยื่นฟ้องร้อง แต่ถ้าไม่สามารถไกล่เกลี่ยกันได้ เช่น มีการทำร้ายร่างกาย จะมีการยื่นขอคุ้มครองสวัสดิภาพในครอบครัว ซึ่งในอดีตปัญหาครอบครัว คนมักจะติดภาพ ว่าเรื่องสามีภรรยาอย่าไปยุ่งเกี่ยว แต่ปัจจุบันกฎหมายคุ้มครองสวัสดิภาพในครัวเรือน ถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนี้สามารถแจ้งกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและยื่นเรื่องเพื่อขอรับการช่วยเหลือได้

สุดท้ายหากไม่สามารถพูดคุยกันได้จะมีทนายความอาสามาช่วยเหลือทางคดี หากคู่กรณีทั้ง 2 ฝ่าย มีข้อโต้เถียงหรือโต้แย้งกัน ก็จะต้องนำพยานทั้งพยานบุคคลและพยานเอกสารมาสืบ เพื่อให้ความยุติธรรม ทั้งสองฝ่ายไปตามข้อเท็จจริง 

ส่วนกรณีที่ฝ่ายชายอ้างว่าถูกบังคับให้จดทะเบียนสมรส จะสามารถเป็นข้อต่อสู้ทางคดีได้หรือไม่ นายโกศลวัฒน์  ชี้แจงว่า จะต้องมีการพิสูจน์ว่าความจริงคืออะไร ซึ่งข้อเท็จจริงต่างๆ จะถูกนำไปพิจารณาในชั้นศาล เพราะการบังคับให้จดทะเบียนสมรส ต้องถามทางผู้ชายทุกคนว่าจะยอมไปจดหรือไม่ จึงต้องไปพิสูจน์ว่ามีเหตุผลอะไรที่ทำให้ฝ่ายชายต้องจำยอม และการบังคับให้จดทะเบียนสมรสถือเป็นความผิดทางอาญา เพราะเป็นความผิดต่อเสรีภาพ

ส่วนที่ฝ่ายหญิงคู่กรณีของนางเอ ((เมียหลวง)) อ้างว่า ความสัมพันธ์ของคู่กรณีกับฝ่ายชาย ไม่ได้เป็นการคบชู้แต่ฝ่ายชายมาซื้อบริการ นายโกศลวัฒน์  ชี้แจงว่า เรื่องนี้ต้องไป สอบพยานและตรวจสอบข้อเท็จจริงถึงพฤติกรรม ว่าคู่กรณีมีความเป็นอยู่อย่างไร และมีการขายบริการจริงหรือไม่ ซึ่งหากมีการตรวจสอบว่าเป็นขายบริการจริง ก็มีกฎหมายการหย่าข้ออื่น เช่น ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง ที่เข้าข่ายการฟ้องหย่าได้ ซึ่งทนายอาสา จะให้ข้อมูลอย่างครบถ้วนเพื่อให้ผู้ที่มาร้องได้ตัดสินใจว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไปกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง