กรมราชทัณฑ์มั่นใจ "เสี่ยแป้ง" แหกคุกบางขวางไม่ได้

กรมราชทัณฑ์ยังไม่สรุปแดนแยกขัง "เสี่ยแป้ง" อยู่ในขั้นตอนกักโรค 10 วัน ยืนยันต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษทั้งจากคนอื่นทำร้ายและทำร้ายตัวเอง มั่นใจหลบหนีไม่ได้แน่นอน

5 มิ.ย.67 นายแพทย์สมภพ สังคุตแก้ว ผู้ตรวจราชการกรมราชทัณฑ์ ในฐานะโฆษกกรมราชทัณฑ์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังจากเจ้าหน้าที่คุมตัวนายชวลิต ทองด้วย หรือ "แป้ง นาโหนด" เข้าสู่การคุมขังภายในเรือนจำกลางบางขวางว่า ขั้นตอนหลังรับตัวแป้งเข้าเรือนจำแล้ว เป็นขั้นตอนปกติทั่วไป โดยจะมีแพทย์และพยาบาลของเรือนจำมาทำการตรวจร่างกายและตรวจสุขภาพโดยทั่วไป และจะซักประวัติต่างๆ จากนั้นจะส่งแป้งเข้าสู่กระบวนการกักโรคประมาณ 10 วัน
และขณะนี้ยังไม่ได้สรุปว่าจะนำตัวแป้งไปคุมขังไว้แดนไหนเพราะต้องผ่านกระบวนการกักโรค 10 วันก่อน แต่การแยกการควบคุมตัวยังมีความจำเป็นที่จะต้องทำ เพราะคดีของแป้งเป็นคดีที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ
ซึ่งหลังจากมีการตั้งคณะกรรมการทางวินัยแล้ว จะต้องพิจารณาว่าจะแยกการคุมขังอย่างไร แต่อยู่ภายในเรือนจำนี้แน่นอนและคงยังขังเดี่ยวไม่ได้ เพราะต้องเฝ้าระวังในการป้องกันการทำร้ายตัวเอง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง :
- เปิดขั้นตอนรับตัว "แป้ง นาโหนด" กักโควิด 5 วัน ก่อนพิจารณาแดนขัง หวั่นเจอโจทก์เก่า
- “แป้ง นาโหนด” ถึงบางขวาง ไม่หวั่นถูกส่งขังเดี่ยว
- ผบช.ภ.8 แถลงยืนยันเป็น "แป้ง นาโหนด" ตัวจริง 100 % แน่นอนไม่ต้องห่วง
- "แป้ง นาโหนด"ถึงไทยแล้ว ตร.ปฏิบัติการพิเศษ เข้าคุ้มกันแน่น

ส่วนกรณีที่เมื่อ"แป้ง นาโหนด" เข้าเรือนจำอาจจะเสียชีวิตหรือถูกลอบสังหารหรือเป็นโรคจนทำให้เสียชีวิต จะให้ความมั่นใจในการดูแลได้หรือไม่นั้น โฆษกกรมราชทัณฑ์ระบุว่า ในเบื้องต้น หากโดนทำร้ายมาก่อนเข้าเรือนจำหรือมีโรคภัยไข้เจ็บ ก็จะต้องผ่านขั้นตอนนี้ในการตรวจเช็คร่างกายมาก่อนแล้ว และในคดีที่กรมราชทัณฑ์ให้ความสำคัญและมีข้อกังวลนั้น กรมราชทัณฑ์ได้วางมาตรการ ในการแยกคุมขังและเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ทั้งแง่ที่อาจจะโดนผู้ต้องขังอื่นทำร้ายร่างกาย หรืออาจจะมีความคิดที่จะทำร้ายตัวเอง จึงต้องควบคุมเป็นพิเศษ และมีคนเฝ้าคอยดูและมีกล้องวงจรปิดเฝ้าดูพฤติกรรม เพื่อรายงานพฤติกรรมระหว่างควบคุมตัวและขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานเรื่องโรคประจำตัวและมีบาดแผลหรือไม่ และยังไม่ได้รับรายงานว่า"แป้ง นาโหนด" มีอาการเครียดหลังเข้าไปภายในเรือนจำบางขวางหรือไม่ เพราะตนเองยังไม่ได้เจอแป้ง
ส่วนความมั่นคงของเรือนจำกลางบางขวางมีมากน้อยเพียงใด หากเทียบกับที่เรือนจำนครศรีธรรมราชแล้วทำให้ไปหลบหนีที่โรงพยาบาลนั้น โฆษกกรมราชทัณฑ์ มองว่า คงต้องแยกเป็น 2 ส่วนคือ การหลบหนีของผู้ต้องขังเป็นการภายใน และ การหลบหนีภายนอก ดังนั้นการจะหลบหนีในเรือนจำยืนยันได้ว่าความมั่นคงปลอดภัยนั้น ไม่สามารถหลบหนีไปได้แน่นอน แต่ภายนอก มีปัจจัยหลายอย่างที่เข้ามาทำให้ควบคุมไม่ได้ ทั้งเรื่องสิทธิมนุษยชนที่เมื่อเจ็บป่วยต้องส่งออกไปรักษาเมื่อถึงจุดที่มีความจำเป็น จึงเป็นจุดที่อาศัยช่องทางนั้นในการหลบหนีซึ่งถือเป็นปัจจัยทางกายภาพที่เข้ามาทำให้คนคิดกระทำการหลบหนีและเรือนจำบางขวางก็ไม่ต้องปรับตัวอะไรมากมายเพราะโครงสร้างต่างๆเหมือนเรือนจำทั่วไป

ส่วนกรณีที่หาก "แป้ง นาโหนด" มีการเจ็บป่วยแล้วแจ้งเจ้าหน้าที่และต้องการไปรักษาที่โรงพยาบาลฯจะต้องมีมาตรการตรวจเข้มเพิ่มหรือไม่อย่างไร เพื่อไม่ให้ออกไปรพ. โฆษกกรมราชทัณฑ์ ระบุว่า หากมาอยู่ในบางขวาง ก็จะมีการตรวจผ่านแพทย์ พยาบาล ของกระทรวงสาธารณสุข ทำการตรวจรักษา แต่หากเกินศักยภาพก็ต้องแจ้งกรมราชทัณฑ์เพื่อเข้าสู่การพิจารณานำออกไปรักษานอกเรือนจำ ซึ่งตามระเบียบก็ต้องมีเจ้าหน้าที่ไปควบคุมเพื่อป้องกันการหลบหนี
ทั้งนี้ แป้งยังมีสิทธิในการรับวัคซีนตามสิทธิการรักษา ทั้งวัคซีนโควิดและวัคซีนไข้วัดใหญ่ ซึ่งก็เป็นสิทธิของผู้ต้องหาว่าจะรับหรือไม่ก็ได้เช่นกัน ส่วนการเข้าเยี่ยมแป้ง ระหว่างการกักโรคนั้น ทนายความสามารถเยี่ยมได้ แต่หลังจาก 10 วันไปแล้ว ญาติจึงจะเข้าเยี่ยมได้ ซึ่งญาติที่จะเข้าเยี่ยมก็ต้องเป็นบุคคลที่มีรายชื่อตามที่ลงทะเบียนไว้ไม่เกิน




