ดำเนินคดี 20 บริษัทเถื่อน หลอกลงทุน เสียหาย 27 ล้าน

ข่าวเวิร์คพอยท์

ตำรวจไซเบอร์ดำเนินคดี 20 บริษัทเถื่อน ร่วมเครือข่ายลวงลงทุนหุ้น เสียหายกว่า 27 ล้านบาท

(22 ก.ย. 68) สืบเนื่องจากผู้เสียหายรายหนึ่ง ได้พบบัญชีเฟซบุ๊กใช้ชื่อ “อ.นเรศ งามอภิชญ์” อ้างเป็นนักวิเคราะห์การลงทุนชื่อดัง ได้โพสต์โฆษณาชักชวนให้ลงทุน ผู้เสียหายสนใจจึงติดต่อไป จากนั้นได้ถูกดึงเข้ากลุ่มไลน์ ต่อมามิจฉาชีพได้จัดประชุมสัมมนาผ่าน Zoom เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ แล้วได้อ้างว่ามีโครงการ “Profit Pulse” ซึ่งเป็นการลงทุนซื้อหุ้นนอกตลาดราคาถูกแล้วขายทำกำไร และยังให้ผู้เสียหายสมัครใช้งานแพลตฟอร์มปลอมชื่อ SAXOPLUS TH เพื่อใช้สำหรับจองซื้อหุ้น

ต่อมา ผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินลงทุนเข้าบัญชีนิติบุคคลหลายแห่งเพื่อซื้อหุ้นตามที่คนร้ายอ้าง ผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินไปจำนวนหลายครั้ง ผ่านบัญชีบริษัททั้งหมด 20 บริษัท จำนวน 21 บัญชีธนาคาร โดยคนร้ายมักอ้างว่าต้องชำระค่าธรรมเนียม ค่าทีมวิเคราะห์ ค่าแพลตฟอร์ม ค่าวางเงินสำรองปลดล็อกบัญชี หากไม่ชำระจะถูกรีเซ็ตระบบ ทำให้ผู้เสียหายโอนเพิ่มตั้งแต่หลักแสนจนถึงหลักล้านบาท แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถถอนเงินออกมาได้และถูกอ้างว่าระบบล็อกบัญชีเนื่องจากมีคนพยายามแฮก เพื่อลวงให้โอนเงินเพิ่มอีก สุดท้ายผู้เสียหายจับพิรุธได้จึงเชื่อว่าถูกหลอกลวง และได้เข้าแจ้งความรวมความเสียหายทั้งสิ้น 26,679,568.39 บาท

จากการนำทีมสืบสวนสอบสวนของ พ.ต.อ.ปกรณ์กิตติ์ ธนวรินทร์กุล ผกก.3 บก.สอท.2 และเจ้าหน้าที่ในสังกัด พบว่ามีผู้ต้องหาเกี่ยวข้องรวม 18 ราย โดยได้แจ้งข้อกล่าวหากรรมการผู้จัดการบริษัทและได้ออกหมายจับบุคคนที่เกี่ยวข้องกับบริษัทนิติบุคคลแล้วทั้ง 18 ราย จากทั้ง 20 บริษัท โดยแยกเป็นแจ้งข้อกล่าวหาจำนวน 11 บริษัท และออกหมายจับแล้ว จำนวน 9 บริษัท

โดยล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.3 บก.สอท.2 ได้จับกุมผู้ต้องหาเพิ่มเป็นรายที่ 19 คือ น.ส.ชลธิชา อายุ 23 ปี ตามหมายจับของศาลจังหวัดนนทบุรี ที่ จ.1194/2568  ลงวันที่ 8 กันยายน 2568 โดยกล่าวหาว่า “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงคนเป็นบุคคลอื่น และโดยทุจริต หรือนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน อันมิใช่การกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญาและเปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตน โดยมิได้มีเจตนาเพื่อตนหรือเพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้อง หรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้ หรือยืมใช้หมายเลขโทรศัพท์สำหรับบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ของตน” นำตัวส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดำเนินคดี 20 บริษัทเถื่อน หลอกลงทุน เสียหาย 27 ล้าน | Workpoint News