เตรียมออกหมายจับปู่หื่นล่วงละเมิดหลานวัย 11 ปี

เตรียมออกหมายจับปู่หื่นขืนใจหลาน 11 ขวบ นานกว่า 3 ปี หลังมูลนิธิฯประสานตำรวจเข้าช่วยเหลือไว้ได้แล้ว
จากกรณี ดร.พิมไหมทอง ศักดิพัตโภคิน ประธานมูลนิธิดาวเหนือ พร้อมญาติผู้เสียหายเดินทางมาที่ สภ. นาดี พบ ร.ต.อ.ยุทธภูมิ ดำรงธรรม รอง สว.(สอบสวน) สภ.นาดี จ.ปราจีนบุรี เพื่อขอกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.นาดี ให้ช่วยไปนำเด็กหญิงโบว์ (นามสมมุติ) อายุ 11 ปี ออกจากพื้นที่ ต.ทุ่งโพธิ อ.นาดี เนื่องจาก ด.ญ.แจน ถูกปู่เลี้ยงล่วงละเมิดทางเพศภายในบ้านพักมานาน ประมาณ 3 ปี
หลังจากนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ พร้อม ดร.พิมไหมทอง ศักดิพัฒโภคิน ประธานมูลนิธิดาวเหนือและญาติผู้เสียหาย ได้เดินทางไปยังบ้านหลังดังกล่าว เมื่อเดินทางไปถึงปรากฏว่าเด็กหญิงโบว์ (นามสมมุติ) พร้อมพี่ชายอีก 2 คน และย่า รีบวิ่งออกมาจากบ้านและเข้ากอดญาติด้วยความหวาดกลัว ส่วนพี่ชายทั้ง 2 คน ก็รีบเข้าไปขนย้ายเสื้อผ้าออกจากบ้าน เนื่องจากทุกคนกลัวปู่เลี้ยงจะรู้และมาทำร้ายร่างกาย

หลังจากนั้นทางมูลนิธิพร้อมญาติได้พาหลานทั้ง 3 คน คือ เด็กหญิงโบว์ (นามสมมุติ) อายุ 11 ปี, ด.ช.บี (นามสมมุติ) อายุ 13 ปี นายเอ (นามสมมุติ) อายุ 19 ปี, และย่า เดินทางไปพบกับพนักงานสอบสวนที่ สภ. นาดี เพื่อทำการสอบสวนและส่งตัวไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลนาดี เพื่อให้แพทย์ทำการตรวจพิสูจน์ร่องรอยการถูกข่มขืน
ล่าสุดวันนี้วันที่ 10 มิ.ย. 67 ทาง ดร.พิมไหมทอง ศักดิพัตโภคิน ประธานมูลนิธิดาวเหนือ พร้อมญาติผู้เสียหายและผู้เสียหายได้เดินทางไปที่ รพ. กบินทร์บุรี เพื่อพา เด็กหญิงโบว์ (นามสมมุติ) อายุ 11 ปี เข้าตรวจร่างกาย หลังจากนั้นได้พาย่า และพี่ชายอีก 2 คน พร้อมพ่อของเด็กเดินทางมาที่ สภ. นาดี เพื่อเข้าพบเจ้าหน้าที่ พม. จากนั้นได้เดินทางไปเอาผลตรวจที่ รพ. กบินทร์ ไปที่อัยการ อ.กบินทร์บุรี เพื่อนำหลักฐานไปขอออกหมายจับผู้ก่อเหตุ

ส่วนคลิปหลักฐานที่พี่ชายคนโตถ่ายไว้ ขณะที่ย่ากำลังโดนปู่ทำร้ายร่างกายภายในห้องได้มอบเป็นหลักฐานไว้กับ ตร. แล้ว และจากการสอบถามนายหนึ่ง อายุ 46 ปี (พ่อ) กล่าวกับทางทีมข่าวว่า ปกติปู่เป็นคนโมโหร้ายจะทะเลาะกับแม่(ย่า)ประจำตอนกินเหล้า (ปู่ไม่ใช่ปู่แท้ๆ) ส่วนเรื่องที่หลานมาอยู่กับทางปู่ เนื่องจากที่บ้านไม่มีคนเลี้ยงตนต้องทำงาน หลังจากเลิกกับภรรยา ตนเองเอาลูกมาเลี้ยงทั้งหมดเลย 3 คน ตนเป็นพ่อเลี่ยงเดี่ยว พักหลังเห็นแม่(ย่าเด็ก)เหงาไม่ใครอยู่ด้วยเลยให้เอาหลานไปเลี้ยง
ทีแรกก็ดีมาพักหลังทางปู่เริ่มออกการบังคับทุกอย่างจนหลานทั้งหมดเงียบไม่พูดไม่จา เราก็ไม่รู้ว่าลูกเป็นอะไรเนื่องจากไม่มีใครกล้าบอก จนมาระยะหลังตนสังเกตว่าลูกเปลี่ยนไป และพี่ชายคนโตมาเล่าให้ฟังว่าน้องเปลี่ยนไปแต่ยังไม่ได้บอกเรื่องอะไร ซึ่งตนก็พยายามที่จะพูดคุยมาตลอด ซึ่งแม่ตัวเองก็เคยบอกแต่ตนก็ไม่เชื่อ คิดว่าแม่เมาแล้วพูดไปเรื่อย ด้วยความที่เราไว้ใจปู่แต่ไม่คิดว่าจะมาเกิดเกตุการณ์แบบนี้
เบื้องต้นด้านคดีเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขอหมายจับผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีให้เร็วที่สุดต่อไป





