ช่วยเหยื่อ-จับมือขวาบอส ตำรวจอึ้งเจ้าอาวาสถูกหลอก โอน 207 ครั้ง 8.3 ล้านบาท

ข่าวเวิร์คพอยท์
ช่วยเหยื่อ-จับมือขวาบอส ตำรวจอึ้งเจ้าอาวาสถูกหลอก โอน 207 ครั้ง 8.3 ล้านบาท

ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) เปิดสถิติเดือนเดียวโกงกันเกือบพันล้าน อึ้ง เจอเจ้าอาวาสวัดถูกหลอก-ข่มขู่ให้โอนเงินให้มิจฉาชีพมาปีกว่า ทั้งหมด 207 ครั้ง สูญเงิน 8.3 ล้านบาท

(10 ส.ค. 69) ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) เปิดเผยสถิติคดีประจำเดือนกรกฎาคม 2569 มีคดีรับแจ้ง 25,201 คดี ความเสียหายกว่า 961 ล้านบาท โดยคดีหลอกลวงสินค้าและบริการมีสัดส่วนสูงสุด 78.1% ขณะที่การแอบอ้างบุคคลอื่นสร้างความเสียหายสูงสุดกว่า 263 ล้านบาท ส่วนสถิติรอบสัปดาห์ (2-8 ส.ค. 69) มีการรับแจ้ง 6,424 คดี โดยกลุ่มอายุ 21-30 ปี โดยเฉพาะผู้หญิง ยังคงเป็นกลุ่มเสี่ยงสูงสุดที่ตกเป็นเหยื่ออย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังสามารถผลักดันและคัดกรองส่งPกลับคนไทย 46 ราย ที่ลักลอบข้ามแดนไปทำงานเว็บพนันและแก๊งหลอกลงทุนในกัมพูชาและ สปป.ลาว กลับมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

ในรอบสัปดาห์เดียวกัน ศูนย์ ACSC ได้บูรณาการร่วมกับธนาคารต่างๆ จนสามารถช่วยเหลือและระงับการโอนเงินของผู้เสียหายก่อนถึงมือมิจฉาชีพได้ถึง 26 ราย รวมเป็นเงินกว่า 1.13 ล้านบาท พร้อมทั้งเข้าช่วยเหลือเคสสำคัญอย่างทันท่วงที เช่น กรณีเจ้าอาวาสวัดในจังหวัดเชียงรายถูกแก๊งคนร้ายแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ หลอกลวงมาตั้งแต่ต้นปี 2568 โดยใช้อุบายข่มขู่ว่าชื่อของเจ้าอาวาสถูกนำไปเปิด “บัญชีม้า” เกี่ยวข้องกับคดีออนไลน์ พร้อมขู่ว่าหากนำเรื่องไปบอกผู้อื่นจะทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง จากความเกรงกลัว เจ้าอาวาสจึงยอมโอนเงินไปเพื่อตรวจสอบ อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568 ถึง 31 กรกฎาคม 2569 รวมทั้งสิ้น 207 ครั้ง คิดเป็นมูลค่าความเสียหายสูงถึง 8,319,090 บาท กระจายไปยังบัญชีปลายทางกว่า 50 บัญชี ทั้งที่เป็นเงินส่วนตัวและเงินของวัด ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เร่งอายัดบัญชี และขยายผลสืบสวนเพื่อติดตามจับกุมแก๊งคนร้าย ตลอดจนติดตามทรัพย์สินกลับคืนมาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็วที่สุด

.

และเคสช่วยเหลือเยาวชนชายวัย 18 ปี ในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ซึ่งถูกมิจฉาชีพอวตารข่มขู่ทางวิดีโอคอลให้ไปเปิดห้องพักเก็บตัวคนเดียวและโอนเงินไป 2 ล้านบาท ก่อนเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเข้าควบคุมสถานการณ์และช่วยเหลือได้อย่างปลอดภัย

.

ด้านผลการปฏิบัติงานกวาดล้างขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมแก๊งคอลเซ็นเตอร์ได้รวม 3 เคส ผู้ต้องหา 5 ราย โดยมีเคสสำคัญของ กก.สส.บก.น.8 บุกจับกุม นายกวางฉ่าง อายุ 29 ปีเป็นการขยายผลต่อเนื่องจากการจับกุมกลุ่ม "คอกม้า" ถอนเงินสดจำนวน 6 ราย เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2568 ซึ่งพบว่ามีความเชื่อมโยงกับคดีหลอกลวงผู้เสียหายในพื้นที่ สภ.สามพราน จ.นครปฐม ที่มีการประสานข้อมูลร่วมกับ บก.สส.บช.น. จนกระทั่งสืบทราบว่านายกวางฉ่างฯ ทำหน้าที่เป็นมือขวาคอยรับช่วงต่อเงินสดจากกลุ่มคอกม้าเพื่อนำมาพักไว้ ก่อนส่งต่อให้ร้านแลกเงินเถื่อนและกลุ่มชาวจีนเพื่อแปลงเป็นเหรียญคริปโตเคอร์เรนซี

.

จากการสอบสวน นายกวางฉ่างฯ ให้การรับสารภาพว่า เงินสดของกลางดังกล่าว ได้รับการสั่งการจากบอสชาวจีนให้ไปรับมาจากคอกม้าถอนเงินตามจุดต่างๆ เพื่อนำมาเตรียมแลกเป็นเหรียญ USDT ในตลาดมืดก่อนจะถูกจับกุม ส่วนยาเสพติดที่พบในห้องพักมีไว้เพื่อเสพเองและจำหน่ายต่อให้กลุ่มนักท่องเที่ยวราตรีชาวจีน ทั้งนี้ จากการขยายผลตรวจค้นจุดรับแลกเงินและที่พักย่านชาวจีนรวม 3 จุด พร้อมตรวจสอบเส้นทางการเงินดิจิทัล พบยอดเงินหมุนเวียนส่งตรงถึงบอสจีนสูงถึง 1,660,000 USDT หรือคิดเป็นเงินไทยราว 54.8 ล้านบาท ซึ่งเชื่อว่าเป็นเงินที่ได้มาจากการกระทำความผิดทางออนไลน์ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สน.บุคคโล เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมประสาน สำนักงาน ปปง. เพื่อดำเนินการยึดทรัพย์ และเร่งขยายผลติดตามจับกุมผู้ร่วมขบวนการทั้งหมดมาดำเนินคดีต่อไป

.

ทั้งนี้ ศูนย์ ACSC ยังได้เน้นย้ำแจ้งเตือนภัยพฤติการณ์ของมิจฉาชีพที่กำลังพุ่งเป้าหลอกลวงกลุ่มนักเรียนและนักศึกษา โดยใช้อบายแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐข่มขู่ว่าพัวพันคดีผิดกฎหมาย ส่งหมายจับปลอม และสั่งการให้เหยื่อแยกตัวไปเปิดห้องเช่าพร้อมถ่ายคลิปจัดฉากเรียกค่าไถ่จากผู้ปกครอง ซึ่งสร้างความเสียหายและกระทบกระเทือนจิตใจอย่างรุนแรง

สุดท้ายนี้ ทางศูนย์ ACSC และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงเดินหน้ามาตรการปราบปราม สืบสวนขยายผล และประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนภัยไซเบอร์อย่างเข้มข้น เพื่อตัดวงจรอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและปกป้องทรัพย์สินของประชาชนไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของกลุ่มมิจฉาชีพในรูปแบบต่าง ๆ ที่กำลังแพร่ระบาดอย่างต่อเนื่อง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง