'ผู้การตำรวจน้ำ' บินด่วนกัมพูชาล่าเรือบรรทุกน้ำมันเถื่อน

ทางการไทยดิ้น! เร่งคลี่คลายคดี 3 เรือบรรทุกน้ำมันเถื่อน 3 ลำหายไร้ร่องรอย
ผู้การตำรวจน้ำไทย บินด่วนเข้าพบ รอง ผบ.ทร.กัมพูชา แกนนำโค้ชการ์ดเอเชีย และผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารเรือไทย ในกรุงพนมเปญ เร่งคลี่คลายคดี 3 เรือบรรทุกน้ำมันเถื่อน 3 ลำ พร้อมน้ำมัน 330,000 ลิตร ล่องหนหายจากอ่าวหน้าสถานีตำรวจน้ำสัตหีบ ขอความร่วมมือตรวจสอบเรือที่อาจหลบซ่อนในน่านน้ำกัมพูชา

เมื่อวันที่ 14 มิ.ย.67 ผู้สื่อข่าวเฉพาะกิจรายงานว่า เมื่อวันที่.13 มิ.ย.67 พล.ต.ต.พฤทธิพงศ์ นุชนารถ ผู้บังคับการตำรวจน้ำ พร้อมคณะได้เดินทางไปยัง กรุงพนมเปญ.ประเทศกัมพูชา เพื่อขอพบกับ พล.ร.อ.เตีย โซ๊ะคา รอง ผบ.ทร.และ หน.โค้ชการ์ด ที่โรงแรมพนมเปญ เพื่อหารือและขอความร่วมือในการติดตามเรือบรรทุกน้ำมันเถื่อน จำนวน 3 ลำ ที่หลบหนีออกมาจากหน้าสถานีตำรวจน้ำสัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี มุ่งหน้าเข้ามาด้านเกาะช้าง จ.ตราด และหนีออกนอกน่านไทย ด้านประเทศกัมพูชา ในเบื้องต้นทางด้าน รอง ผบ.ทร.กัมพูชา ได้รับปากจะช่วยในการตรวจสอบ ค้นหาเป้าหมายดังกล่าว

ต่อมา ในวันที่ 14 มิ.ย.ด้าน ผู้บังคับการตำรวจน้ำ พร้อมคณะได้ขอเข้าพบ น.อ.ธงฉาน บุญระเทพ ผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารเรือ ประจำกรุงพนมเปญ เพื่อขอความร่วมมือในการประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทางด้านทะเลติดต่อ ประเทศกัมพูชา และประเทศเวียดนาม

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ล่าสุดได้รับรายงานจากแหล่งข่าวประเทศเพื่อนบ้านว่า เบื้องต้นยังไม่พบเรือทั้ง 3 ลำ ในเขตน่านน้ำกัมพูชา แต่ที่น่าจับตามอง เรือทั้ง 3 ลำ อาาจจะเข้าไปในน่านน้ำประเทศเวียดนาม เรือคงไม่กล้าเข้ามาทอดสมอในน่านน้ำกัมพูชา เพราะเกรงบารมีของ.บิ๊กต้อ พล.ร.อ.เตีย ซกคา หน.โค้ชการ์ด ที่สามารถเชื่อมประสานได้ทุกประเทศ แถมยังมีความสัมพันธ์อันดีกับกองทัพเรือไทยและประเทศไทย จึงคาดว่าเรือทั้ง 3 ลำ คงลอยลำอยู่ในเขตน่านน้ำสากลย่านประเทศเวียดนามก็เป็นได้




