ปคบ.บุกทลายโกดังผลิตยาแก้ไอปลอม เสียหาย 50 ล้าน

ปคบ.บุกทลายโกดังผลิตยาแก้ไอปลอม ลักลอบขายวันละ 2 หมื่นขวด ทำมากว่า 2 เดือน มูลค่าความเสียหาย 50 ล้าน
(3ส.ค.67) เจ้าหน้าที่ ตำรวจสอบสวนกลาง(CIB) ร่วม สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรสาคร ปฏิบัติการจับกุมกวาดล้างเครือข่ายผู้ผลิตและจำหน่ายยาแก้ไอปลอมรายใหญ่ มูลค่าความเสียหายกว่า 50 ล้านบาท พื้นที่ ต.ดอนไก่ดี อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร

การบุกค้นครั้งนี้สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ กองกำกับการ 4 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภคได้(ปคบ.) ได้รับแจ้งเบาะแสจากสื่อสังคมออนไลน์ว่ามีการแพร่ระบาดของยาเสพติดชนิด 4 x 100 อย่างรุนแรงในกลุ่มวัยรุ่น โดยมีการนำยาแก้ไอชนิดน้ำเชื่อมหรือยาบางชนิดมาใช้ผิดวัตถุประสงค์ โดยนำมาผสมกับน้ำกระท่อมดื่มเพื่อความมึนเมา และเสพติดเป็นจำนวนมาก

ซึ่งยากลุ่มดังกล่าวจะต้องจำหน่ายโดยเภสัชกรเนื่องจากการเสพยาเสพติดชนิด 4 x 100 อาจเป็นจุดเริ่มต้นให้กลุ่มวัยรุ่นที่เสพยกระดับเป็นสารเสพติดรูปแบบอื่นที่รุนแรงมากขึ้นได้ เพื่อเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดของยาเสพติดชนิดดังกล่าวในกลุ่มวัยรุ่น เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงมีการเฝ้าระวังการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ยากลุ่มแก้แพ้ แก้ไอเรื่อยมา

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสืบสวนหาข่าวพบว่า มีการลักลอบผลิตยาแก้ไอปลอม และทราบถึงกลุ่มเครือข่ายผู้ผลิตยาแก้ไอปลอมว่ามีการลักลอบผลิต และบรรจุ อยู่ในพื้นที่ จ.สมุทรสาคร กระทั่งเมื่อวันที่ 2 ส.ค. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ชุดดังกล่าวนำหมายค้นของศาลจังหวัดสมุทรสาคร เข้าตรวจค้นสถานที่ผลิตยาแก้ไอปลอมในพื้นที่ ต.ดอนไก่ดี อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร
โดยสามารถยึดและอายัดยาแก้ไอปลอม วัตถุดิบ อุปกรณ์การผลิต และบรรจุภัณฑ์ รวมทั้งสิ้น 31 รายการ ดังนี้
- ยาแก้ไอ ยี่ห้อดาทิสซินปลอม จำนวน 15,000 ขวด
- ยาแก้ไอที่อยู่ระหว่างผลิต บรรจุลงขวด จำนวน 4,000 ขวด
- วัตถุดิบในการผลิต
- อุปกรณ์ในการผลิต
- อุปกรณ์ในการบรรจุ
นอกจากนี้ในวันเดียวกันเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ขยายผลเข้าตรวจค้นสถานที่จับเก็บผลิตภัณฑ์ยาแก้ไอเพิ่มเติม จำนวน 2 จุด ดังนี้
- จุดที่ 1 สถานที่จัดเก็บผลิตภัณฑ์ยาแก้ไอปลอม ในพื้นที่ ต.ดอนไก่ดี อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร ตรวจยึด ยาแก้ไอ ยี่ห้อดาทิสซินปลอม จำนวน 3,600 ขวด
- จุดที่ 2 สถานที่จัดเก็บผลิตภัณฑ์ยาแก้ไอปลอม ขวดบรรจุภัณฑ์ และวัตถุดิบการผลิต ในพื้นที่ต.ท่าทราย อ.เมืองสมุทรสาคร จ.สมุทรสาคร ตรวจยึดของกลางจำนวน 3 รายการ ยาแก้ไอ ยี่ห้อดาทิสซินปลอม จำนวน 27,000 ขวด
ซึ่งรวมตรวจค้น 3 จุด ตรวจยึดและอายัดยาแก้ไอ ยี่ห้อดาทิสซินปลอม จำนวน 45,600 ขวด, วัตถุดิบ , อุปกรณ์การผลิต และบรรจุภัณฑ์ รวมทั้งสิ้น 35 รายการ

จากการสอบสวนพบว่า โรงงานดังกล่าวมียอดการผลิตวันละ 20,000 ขวด และลักลอบผลิตมาแล้วประมาณ 2 เดือน มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 50,000,000 บาท ทั้งนี้พบผู้กระทำความผิดนำส่วนผสม วัตถุดิบ และบรรจุภัณฑ์จากสถานที่ต่าง ๆ มาผลิต และบรรจุในโกดังในพื้นที่ อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร จากนั้นจะนำผลิตภัณฑ์ยาแก้ไอปลอมไปกระจายเก็บไว้ในโกดังพื้นที่ อ.กระทุ่มแบน และ อ.เมืองสมุทรสาคร โดยจะเปลี่ยนสถานที่ในการผลิตไปเรื่อย ๆ รวมทั้งใช้กล่องผลไม้บรรจุยาแก้ไอปลอมในการขนส่งเพื่อตบตา และยากแก่การตรวจสอบของ
เจ้าหน้าที่ตำรวจ
นอกจากนี้ยังสืบสวนทราบว่า กลุ่มผู้กระทำผิดดังกล่าว เป็นผู้ที่ได้รับการว่าจ้างผลิตยาแก้ไอปลอม ให้กับเครือข่ายผู้กระทำความผิด ในการผลิต และจำหน่ายยาแก้ไอปลอม ในพื้นที่ จ.ปทุมธานี และ จ.นนทบุรี ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปคบ. ได้เข้าทำการตรวจค้นและดำเนินคดีไปแล้ว เมื่อประมาณเดือน เมษายน ที่ผ่านมาอีกด้วย
เบื้องต้นการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติยา พ.ศ.2510 ดังนี้
- ฐาน “ผลิตยาโดยไม่ได้รับอนุญาต” ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 10,000 บาท
- ฐาน “ผลิต และขายยาปลอม” ระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 3 ปี ถึงตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่10,000 ถึง 50,000 บาท
ด้าน ภญ.อรัญญา เทพพิทักษ์ ผู้อำนวยการศูนย์จัดการเรื่องร้องเรียนและปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์สุขภาพ (ศรป.) กล่าวว่า ปฏิบัติการครั้งนี้ อย. ต้องขอขอบคุณตำรวจสอบสวนกลาง บก.ปคบ. ที่ช่วยสืบสวนจนสามารถจับกุมเครือข่ายลักลอบผลิตยาน้ำแก้ไอปลอมได้ในวันนี้ ซึ่งที่ผ่านมาอย. ได้มีมาตรการในการตรวจสอบ เฝ้าระวังการผลิตและขายกลุ่มยาน้ำแก้ไอซึ่งเป็นยาอันตรายกลุ่มเสี่ยงที่มีการนำไปใช้ในกลุ่มวัยรุ่น เพื่อหวังผลให้เกิดอาการมึนเมา และมีการลักลอบขายทั้งทางอินเทอร์เน็ตและร้าน
ขายยากลุ่มเสี่ยงมาโดยตลอด
ภญ.อรัญญา กล่าวต่อไปว่า สำหรับการจับกุม ณ สถานที่ผลิตยาแก้ไอปลอมในวันนี้ จะเห็นได้ว่ายาปลอมเหล่านี้เกิดจากกระบวนการผลิตที่ไม่ได้มาตรฐาน ไม่มีความปลอดภัย จึงขอเตือนพี่น้องประชาชนในการเลือกซื้อยา อย่าเสี่ยงสั่งซื้อยาจากสื่อออนไลน์หรือซื้อจากร้านที่ไม่มีใบอนุญาตขายยา ซึ่งนอกจากจะได้รับยาที่ไม่ได้คุณภาพมาตรฐาน ไม่สามารถใช้รักษาโรคได้แล้ว ยังไม่ปลอดภัย หรือเกิดอันตรายจากการบริโภคยาดังกล่าวได้ ขอให้เลือกซื้อยาจากร้านขายยาที่มีเภสัชกรอยู่ปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งจะมีกระบวนการคัดเลือกยาที่มีคุณภาพ มาตรฐาน
นำมาขายในร้านยา รวมถึงเภสัชกรจะเป็นผู้ที่ให้คำแนะนำในการใช้ยาอย่างสมเหตุสมผลให้กับผู้ป่วย
ภญ.อรัญญา บอกด้วยว่า สำหรับการเฝ้าระวังการลักลอบผลิตและขายยาแก้ไอ หรือยาอันตรายกลุ่มเสี่ยงที่มีแนวโน้มนำไปใช้
ในทางที่ผิดนั้น อย. มีมาตรการเข้มงวดในการตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่ามีการจับกุมทั้งผู้ที่ลักลอบผลิต ขาย ยาน้ำ แก้แพ้ แก้ไอปลอมหลายครั้ง และหากพบว่าผู้กระทำผิดเป็นผู้รับอนุญาต นอกจากจะถูกดำเนินคดีทางอาญาอย่างเคร่งครัดแล้ว จะถูกพักใช้ใบอนุญาต ห้ามผลิต และขายยาด้วย
ทั้งนี้ ผู้บริโภคสามารถตรวจสอบผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ได้รับอนุญาตจาก อย. ได้ที่
- www.fda.moph.go.th
- Line: @FDAThai
หากพบผลิตภัณฑ์ที่ต้องสงสัยหรือไม่ได้รับอนุญาตสามารถแจ้งได้ที่
- สายด่วน อย.1556
- Email: [email protected] Line: @FDAThai,
- Facebook: FDAThai
- สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศ
ขณะที่ พล.ต.ต.วิทยา ศรีประเสริฐภาพ ผบก.ปคบ. กล่าวว่า ยาเป็นปัจจัย 4 ที่ประชาชนจะใช้รักษาเยียวยาเมื่อป่วยไข้อันดับแรก และส่งผลโดยตรงกับสุขภาพของประชาชน หากรับประทานยาปลอมที่ผลิตโดยไม่ได้มาตรฐานอาจทำให้การรักษาไม่ได้ผล ไม่หาย และอาจได้รับอันตรายถึงชีวิต ผู้ผลิตและขายยาจะต้องขออนุญาตให้ถูกต้อง เพื่อเป็นหลักประกันเบื้องต้นว่ายาที่ผลิตมาสู่ท้องตลาดมีมาตรฐาน และรักษาโรคได้จริง บก.ปคบ.จะดำเนินกวดขันจับกุมผู้ผลิตและขายยาปลอม รวมถึงกวาดล้างผู้ที่ผลิตและขายยาโดยไม่ได้รับอนุญาตให้ถึงที่สุด
พล.ต.ต.วิทยา กล่าวต่อไปอีกว่า ขอฝากความห่วงใยถึงกลุ่มเยาวชน ที่นำยายาแก้ไอ ยาแก้แพ้ หรือยาแก้ปวดไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ในลักษณะสารเสพติดที่เรียกว่า “4x100” แล้วนำมาดื่มเพื่อให้เกิดอาการมึนเมา เสียสุขภาพและอาจก่อเกิดเหตุอาชญากรรมสร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชนตามมา เจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินกวดขันจับกุมเครือข่ายที่นำยาดังกล่าวไปขายเพื่อตัดตอนการเข้าถึงยาเสพติดชนิด 4x100 ให้ถึงที่สุด
"ทั้งนี้การดำเนินการด้านการปราบปรามเป็นการแก้ปัญหาได้ส่วนหนึ่ง ต้องอาศัยผู้ปกครองหมั่นสอดส่องดูแลบุตรหลาน โดยประชาชนทั่วไปหากพบเห็นการกระทำความผิด สามารถแจ้งได้ที่ สายด่วน ปคบ. 1135 หรือเพจ ปคบ.เตือนภัยผู้บริโภค" พล.ต.ต.วิทยา ระบุ




