พม.สั่งห้ามหากำไรจาก “น้องไนซ์” พ่อแม่รับปากก่อนหลบสื่อ

พ่อแม่ “น้องไนซ์” รับปาก พม. ไม่แสวงกำไรจากลูกชายอีก ก่อนรีบกลับหลบไม่พบสื่อ
(4 มิ.ย. 67) ช่วงสายวันนี้ พ่อและแม่ รวมถึง “น้องไนซ์” เด็กชายวัย 8 ขวบ และทนายธรรมราช สาระปัญญา ได้เข้าพบกับเจ้าหน้าที่กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.) เพื่อร้องขอความเป็นธรรมกรณีถูกกลุ่มสื่อใส่ร้าย และมีการยื่นหนังสือคุ้มครองสวัสดิภาพเด็ก
ล่าสุดนางอภิญญา ชมภูมาศ อธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน ได้มีการออกมาพูดคุยเกี่ยวกับความคืบหน้าของเรื่องดังกล่าว หลังมีการพูดคุยกันนานประมาณ 1 ชั่วโมง โดยระบุว่า ในวันนี้พ่อและแม่ของน้องไนซ์ได้นำหนังสือมายื่นต่อเจ้าหน้าที่ เพื่อให้ตรวจสอบการทำงานของเจ้าหน้าที่ พม. จ.สุราษฎ์ธานี
สืบเนื่องจาก ที่มีเจ้าหน้าที่เข้าไปที่บ้านของอาจารย์น้องไนซ์ และเข้าสู่กระบวนการคัดกรอง ส่วนรายละเอียดอยู่ในเอกสาร ซึ่งจากการพูดคุยได้มีคำสั่งให้พ่อแม่ยุติการนำลูกไปแสวงหากำไร ให้คำนึงถึงสิทธิและเสรีภาพของเด็กเป็นหลัก ซึ่งทางพ่อแม่รับปากว่าจะดูแลเด็กเป็นอย่างดี
ทั้งนี้จากการพูดคุยพ่อแม่และน้องไนซ์ ก็ดูปกติดี ไม่มีปัญหาอะไร บรรยากาศเป็นไปด้วยความผ่อนคลาย หลังจากนี้จะตั้งคณะกรรมการสอบสวนในการตรวจสอบข้อเท็จจริง
ขณะที่ ทาง พม. ได้ติดตามเรื่อง กรณีที่พ่อแม่ของน้องไนซ์ ได้ยื่นขอให้ไต่สวนการทำงานของเจ้าหน้าที่ พม. จ.สุราษ กรณีฉุกเฉินนั้น แต่ปรากฏว่าศาลได้ตอบกลับมาว่าจะไต่สวนเป็นกรณีปกติ ขณะนี้ทาง พม. อยู่ระหว่างรวบรวมเอกสาร เพื่อไปยื่นต่อศาลในวันไต่สวนวันที่ 17 มิถุนายนนี้
ส่วนเรื่องที่จะดูแลเด็กอย่างไรนั้น จะต้องมีตรวจสอบหลังจากนี้ เนื่องจากวันนี้ พ่อแม่ได้ยื่นเอกสารเพียงเรื่องเดียวเท่านั้น
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าทางครอบครัวได้เครียดกับกระแสข่าวที่เกิดขึ้นหรือไม่นั้น หรือมีแน้วโน้มความเครียดถึงขั้นทำร้ายตัวเองหรือไม่ นางอภิญญา กล่าวว่า จากการสังเกต ก็ดูว่าครอบครัวของเขาอบอุ่นดี ไม่น่าจะมีปัญหาเรื่องนี้ พร้อมกับย้ำว่า จะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าขณะที่ นางอภิญญา ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนอยู่นั้น พ่อ แม่ น้องไนซ์และทนายธรรมราช ได้ขึ้นรถรถตู้ออกไปจาก กรมการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ทันที สร้างความมึนงงให้กับผู้สื่อข่าวเนื่องจากก่อนหน้านี้ ครอบครัวของน้องไนซ์ ประสงค์ที่จะออกมาแถลงข่าวชี้แจงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น เพราะเชื่อว่า อาจารย์น้องไนซ์ และครอบครัวถูกใส่ร้าย จากสื่อและกลุ่มบุคคลที่ไม่หวังดี ใส่ร้ายว่าเป็นลัทธิ ทำให้ได้รับความเสียหาย ทำให้อับอาย อันเป็นการลดทอนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์




