ร้องสื่อผ่อนบ้าน 1.7 ล้าน สุดท้ายโอนไม่ได้แถมโดนยึด

สองแม่ลูกร้องสื่อ ผ่อนบ้านทาวน์เฮาส์มือ 2 มา 7 ปี รวมยอดที่ผ่อนไปแล้ว 1.7 ล้านบาท อยากขอโปะปิดยอดกลับถูกบริษัทโยกโย้ อ้างโฉนดหาย ยังโอนกรรมสิทธิ์ไม่ได้ สุดท้ายมีหมายศาลจากกรมบังคับคดีแปะหน้าบ้าน
(2 มิ.ย. 69) ผู้สื่อข่าวได้รับเรื่องร้องเรียนจากสองแม่ลูกผู้เสียหาย ซึ่งตกเป็นเหยื่อของการซื้อขายบ้านมือสองผ่านบริษัทดัง โดยระบุว่าผ่อนชำระเงินมาอย่างถูกต้องนานถึง 7 ปี รวมเป็นเงินกว่า 1.7 ล้านบาท แต่ท้ายที่สุดกลับไม่สามารถโอนกรรมสิทธิ์ได้ แถมบ้านกำลังจะถูกนำไปขายทอดตลาด
.
น.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 50 ปี คุณแม่ซึ่งเป็นผู้เสียหายเล่าว่า เหตุการณ์เริ่มขึ้นเมื่อ 7 ปีก่อน ตนเองได้เห็นป้ายประกาศขายทาวน์เฮาส์มือสองในหมู่บ้านเสนาวิลล่า 8 ย่านพระยาสุเรนทร์ กรุงเทพมหานคร ซึ่งอยู่ใกล้กับบ้านของมารดา โดยบริษัทคู่กรณีอ้างว่า ได้บ้านหลังนี้มาจากการประมูลและนำมาขายต่อ
.
เมื่อเข้าไปติดต่อและดูสถานที่จริง พบว่ามีการจัดทำสัญญาซื้อขายอย่างเป็นทางการ มีเอกสารครบถ้วน และให้ชำระเงินเข้าบัญชีบริษัทโดยตรง จึงเกิดความเชื่อมั่นและตกลงทำสัญญาซื้อทาวน์เฮาส์ในราคา 2.5 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 6 ต่อปี กำหนดผ่อนชำระ 10 ปี (เดือนละ 10,860 บาท) ซึ่งในสัญญาระบุชัดเจนว่าหากผ่อนครบตามเงื่อนไขจะดำเนินการโอนกรรมสิทธิ์ให้ทันที
.
กระทั่งเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ผู้เสียหายผ่อนเงินไปแล้วกว่า 1.7 ล้านบาท จึงติดต่อขอปิดยอดทั้งหมด เพื่อโอนบ้านให้จบสิ้น แต่ทางบริษัทกลับบ่ายเบี่ยงและเลื่อนนัดหลายครั้ง โดยอ้างว่าหาโฉนดที่ดินไม่เจอ
ไม่นานหลังจากนั้นก็หนังสือจากศาลมาติดประกาศที่หน้าบ้าน ระบุว่าทรัพย์สินดังกล่าวอยู่ระหว่างกระบวนการบังคับคดีและเตรียมนำออกขายทอดตลาด ทำให้ผู้เสียหายทราบทันทีว่า บ้านหลังนี้มีภาระผูกพันทางกฎหมายมาตั้งแต่ต้น และบริษัทฯ ไม่มีสิทธิ์นำมาโอนให้ตนเองได้
.
“บ้านคือความฝันของคนจำนวนมาก ไม่อยากให้ใครต้องเผชิญชะตากรรมแบบนี้ ต้องสูญเสียทั้งเงิน เวลา และความรู้สึก จากการที่เราเชื่อมั่นในระบบที่คิดว่าจะคุ้มครองผู้บริโภคได้” คุณแม่ผู้เสียหายกล่าวด้วยความอัดอั้น
.
หลังทราบเรื่อง ผู้เสียหายได้เดินทางเข้าร้องเรียนต่อหลายหน่วยงาน ทั้งสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.), สน.บางเขน และกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับผู้บริโภค (บก.ปคบ.) แต่คดีเงียบหายไปนานกว่า 3 เดือน จนเกิดความกังวล
.
ล่าสุด น.ส.เอ ผู้เสียหายจึงตัดสินใจปรึกษาทนายความเพื่อยื่นคำร้องต่อศาลเป็นการฉุกเฉิน เพื่อขอคุ้มครองสิทธิ์ในบ้านหลังดังกล่าว เนื่องจากจ่ายเงินไปเกือบทั้งหมดและไม่มีที่อยู่อาศัยอื่นรองรับ ซึ่งศาลได้มีคำสั่งให้ระงับการขายทอดตลาดบ้านหลังนี้ไว้ก่อนโดยไม่มีกำหนด จนกว่าข้อพิพาททางกฎหมายจะได้รับการพิจารณาเสร็จสิ้น ซึ่งช่วยบรรเทาความเดือดร้อนได้ในระดับหนึ่ง
.
จากการตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกพบว่า บริษัทเอกชนรายนี้มีพฤติกรรมถูกร้องเรียนในลักษณะ “ทำสัญญาไม่เป็นธรรมและนำบ้านติดจำนองมาขายโดยไม่ไถ่ถอน” มาอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2564 จนล่าสุดช่วงเดือน พ.ค. 2568 นายแทนคุณ จิตต์อิสระ ประธานชมรมสันติประชาธรรม ก็เคยพากลุ่มผู้เสียหายกว่า 100 ครอบครัวเข้าร้องเรียนที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) หลังถูกบริษัทนี้หลอกซื้อขายบ้าน แต่บริษัทนี้กลับยังดำเนินธุรกิจได้ตามปกติ
.
น.ส.เอ ผู้เสียหายได้ฝากเตือนประชาชนทั่วไปว่า ก่อนตัดสินใจซื้อบ้านมือสองผ่านบริษัทเอกชน ควรตรวจสอบข้อมูลทางกฎหมายอย่างละเอียด ทั้งสถานะกรรมสิทธิ์ ภาระหนี้สินคงค้าง และประวัติของบริษัท โดยควรนำเอกสารไปตรวจสอบกับสำนักงานที่ดินโดยตรงก่อนเซ็นสัญญา เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อรายต่อไป
.
หลังร้องเรียนสื่อมวลชน จ่าคิงส์ พาสองแม่ลูกเข้าพบ พงส.กก.1 บก.ปคบ.อีกครั้ง ซึ่งได้รับการอำนวยความสะดวก ติดต่อประสานไปยัง ผบก.น.2 ที่รับผิดชอบพื้นที่ สน.บางเขน เพื่อเร่งรัดคดีที่ไม่คืบหน้านานกว่า 2 เดือนทันที




