พ่อแม่ “น้องเมย” ร่ำไห้หลังศาลให้รอลงอาญา 'รุ่นพี่' ทำลูกตาย ชี้ลูกก็มีคุณค่าต่อชาติได้เหมือนกัน

AdminNews
พ่อแม่ “น้องเมย” ร่ำไห้หลังศาลให้รอลงอาญา 'รุ่นพี่' ทำลูกตาย ชี้ลูกก็มีคุณค่าต่อชาติได้เหมือนกัน

พ่อแม่ร่ำไห้ผิดหวังอย่างรุนแรงหลังศาลฯพิพากษา 'รุ่นพี่' ทำร้ายร่างกาย "น้องเมย" เสียชีวิต 'ให้รอลงอาญา 2 ปี' เพราะจำเลยสามารถทำคุณประโยชน์ต่อบ้านเมืองได้

คดี “น้องเมย” สะท้อนความรู้สึกปวดร้าวของครอบครัวผู้สูญเสียที่ต่อสู้ทวงคืนความเป็นธรรมมานานกว่า 8 ปี แต่สุดท้ายกลับต้องเผชิญกับคำพิพากษาที่พวกเขารู้สึกว่า “ไม่ยุติธรรม” พ่อแม่ของน้องเมย—นายพิเชษฐ์ และนางสุกัญญา—ถึงกับกอดคอกันร้องไห้ เมื่อศาลพิพากษาจำคุกจำเลยเพียง 4 เดือน 16 วัน และให้รอลงอาญา 2 ปี ด้วยเหตุผลว่า “จำเลยสามารถทำประโยชน์ให้ประเทศชาติได้”

ข่าวที่เกี่ยวข้อง :

คุก 4 เดือน 16 วัน รุ่นพี่ซ้อม “น้องเมย” ดับ - รอลงอาญา 2 ปี

พ่อแม่ “น้องเมย” ร่ำไห้หลังศาลให้รอลงอาญา 'รุ่นพี่' ทำลูกตาย ชี้ลูกก็มีคุณค่าต่อชาติได้เหมือนกัน

22 ก.ค.68 เมื่อเวลา 08.30 น. ที่ศาล มทบ.12 ทหารพิพากษาคดี " น้องเมย " นักเรียนเตรียมทหารเสียชีวิต หลังจากถูก รุ่นพี่โรงเรียนเตรียมทหารธำรงวินัย เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อปี 2560 

ล่าสุดวันนี้นางสุกัญญา ตัญกาญจน์ แม่ของน้องเมย และนายพิเชษฐ์ ตัญกาญจ์ พ่อของน้องเมยได้มาฟังคำพิพากษาของศาลทหาร ที่จังหวัดปราจีนบุรี เช่นเดียวกับคู่กรณี ซึ่งเมื่อ 8 ปีที่แล้ว เป็นรุ่นพี่ โรงเรียนเตรียมทหาร ปัจจุบันรับราชการเป็นเจ้าหน้าที่ตำรว(จำเลย) เดินทางมาฟังคำพิพากษาของศาลในวันนี้ โดยต่างฝ่ายต่างไม่ได้พูดคุยกัน โดยสังเกตว่าจำเลย พยายามหลีกเลี่ยงที่จะพบสื่อ โดยไม่เดินผ่าน ที่บริเวณประตูหน้าทางเข้า ของศาล และหลังจากขึ้นศาลเสร็จ ก็แอบเดินทางกลับทันที

โดยช่วงเวลาประมาณ 10.30 น. ที่ศาลอ่านคำพิพากษาเสร็จสิ้นถือเป็นที่สิ้นสุด มีคำสั่งจำคุกจำเลย ที่ปัจจุบันรับราชการเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นเวลา 4 เดือน 16 วัน โดยให้รอลงอาญา 2 ปี และให้กลับมารับราชการเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ 

โดยแม่และพ่อของน้องเมย ถึงกับ กอดคอกันร้องไห้ พร้อมเปิดใจกับทีมข่าวว่าหลังได้ฟังคำสั่งศาลถึงกับอึ้ง เหมือนที่ผ่านมาพยายามต่อสู้ มา 8 ปี ไม่ได้อะไรเลย ผู้กระทำความผิด มีโทษจริง แต่รอลงอาญา และยังสามารถที่จะกลับมาปฏิบัติหน้าที่ต่ออีกได้ ทั้งที่สั่งธำรงวินัยลูกชายแม่จนถึงแก่ความตาย ขณะที่แม่ก็รู้สึกสงสัยและอยากถามกลับเช่นกันว่า หากลูกแม่ไม่เสียชีวิต แล้วเรียนจบนักเรียนเตรียมทหารก็จะสามารถสร้างคุณประโยชน์ให้กับประเทศชาติได้เหมือนกันไหม? จึงรู้สึกว่าไม่ได้รับความยุติธรรมในเรื่องนี้เลย จึงขอฝากเรื่องนี้ ไปยังผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ให้ช่วยพิจารณาว่า จำเลย ที่เคยเป็นรุ่นพี่เตรียมทหาร เคยธำรงวินัย รุ่นน้องจนถึงแก่ความตาย และมีคดีอาญา ถึงขั้นถูกสั่งจำคุกควรแก่การเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่เป็นที่พึ่งพาของประชาชนจริงหรือ

พ่อแม่ “น้องเมย” ร่ำไห้หลังศาลให้รอลงอาญา 'รุ่นพี่' ทำลูกตาย ชี้ลูกก็มีคุณค่าต่อชาติได้เหมือนกัน

ด้านนายพิเชษฐ์ ตัญกาญจ์ พ่อของน้องเมยก็เปิดใจอีกว่า ฝากที่พี่สื่อมวลชน ช่วยติดตาม ถึงกรณี สน. พญาไท เจ้าหน้าที่ร้อยเวรว่า ทำไมถึงไม่สามารถเรียกแพทย์ที่ผ่าพิสูจน์ศพของน้องเมย์ม่สอบสวนได้ แล้วเหตุใดอวัยวะของน้องถึงได้หายไปจนถึงปัจจุบัน ทั้งครอบครัว ก็ยังไม่ได้รับอวัยวะ บางส่วนของน้อง

สุดท้ายแล้ว พยานหลักฐานต่างต่างที่ทั้งครอบครัวได้รับมา ยังคงไม่ได้รับความเป็นธรรม ทั้งภาพจากกล้องวงจรปิด ทั้งข้อมูลจากโรงพยาบาลแรกที่รับร่าง น้องเมย แล้วทำการปั๊มหัวใจตามที่พ่อเห็น ทั้งที่น้องไม่มีชีพจรมาแล้วหรือเรียกได้ว่าเสียชีวิตแล้วก่อนหน้านี้ ไหนจะเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจบางคนที่ต้องยอมพูดกับพ่อว่า ลูกเขายังเล็กไม่สามารถ ทำอะไรได้มากกว่านี้ และการให้การของคนที่เกี่ยวข้องที่มาให้การในชั้นศาล ก็ยังกล่าวหาคนตาย ว่าร่างกายอ่อนแอ ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งรุ่นพี่

พี่สาวโพสต์ “ถึงน้องเมย” ล้างมลทินให้สำเร็จ พร้อมฝากถึงระบบยุติธรรม ขอให้แยกศาลทหารออกจากคดีอาญาทั่วไป

ขณะคุณเมี่ยง พี่สาวของน้องเมย ซึ่งตอนนี้อยู่ต่างประเทศ ได้ติดตามผลคำพิพากษา จากครอบครัวอยู่ตลอด หลังจากผลคำพิพากษาออก เธอก็ได้โพสต์ข้อความ ลงในเฟซบุ๊กส่วนตัวทันทีระบุข้อความว่า

"บันทึกจากพี่สาว..ถึง น้องชาย พร้อมเปิดเอกสารไต่สวนการตาย ทวงคืนศักดิ์ศรี ยืนยันน้องชายไม่ได้โกหก จนถูกธำรงวินัย 

โดย เอกสารฉบับที่ 1 เป็นคำให้การของนักเรียนบังคับบัญชาที่พาน้องเมยเดินลงมาด้วยกัน และมีการอนุญาตให้ใช้บันไดเจ้าปัญหาแล้ว เอกสารฉบับที่ 2 เป็นคำให้การของจำเลย ซึ่งเป็นนักเรียนบังคับบัญชาเช่นกันโปรดตั้งใจอ่านแล้วจะเห็นจุดขัดแย้ง ส่วนที่ 3 ความรู้สึกของพวกเราสามคน ในฐานะ พ่อ แม่ และพี่สาว ของเด็กชายคนนึงเราทั้งสามคนต้องนั่งฟังคำให้การวนเวียนไปซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพราะว่าน้องเมยโกหกถึงได้รับผลเช่นนี้ ทุกปากที่มาขึ้นศาลหรือให้การกับตำรวจล้วนแล้วแต่ปรักปำให้เด็กชายเป็นคนผิด ไม่ใช่แค่จากนักเรียนด้วยกัน แต่จากปากผู้ปกครองของเด็กอื่นๆก็ด้วย “ไอ้ขี้โกหก” ทำให้ทุกคนต้องมาเสียชื่อเสียง โรงเรียนได้รับผลกระทบ ทำไมครอบครัวไม่ยอมทำใจยอมรับมันซะละเพราะลูกแกนะมันเป็น “ไอ้ขี้โกหก” 

วันนี้คุณทุกคนลองอ่านทุกตัวหนังสือเสียใหม่นะว่าเรื่องต่างๆ เกิดขึ้นยังไง แล้วใครกันที่โกหก

พ่อแม่ “น้องเมย” ร่ำไห้หลังศาลให้รอลงอาญา 'รุ่นพี่' ทำลูกตาย ชี้ลูกก็มีคุณค่าต่อชาติได้เหมือนกัน

และยังทิ้งท้ายไว้อีกว่า "วันนี้เดินทางมาสุดสายปลายทางของคดีแรกแล้ว พวกเราทำสำเร็จแล้วนะเมย แต่ถึงมันจะไม่ได้รู้สึกว่ายุติธรรมมากพอแต่มันก็สำเร็จแล้ว ฉันล้างมลทินทุกอย่างเกี่ยวกับเรื่องนี้ให้นายแล้ว ขอบคุณพ่อกับแม่ที่หัวใจแหลกสลายแค่ไหนแต่ก็แข็งแกร่งมากพอที่จะอยู่และทนรับความเจ็บปวดนี้ไว้ 

สุดท้ายนี้ ฉันอยากให้มีการเปลี่ยนแปลงระบบการพิจารณาความ อะไรที่เป็นอาญาทหารก็ให้ไปขึ้นศาลทหาร เหตุอะไรที่เกิดในกฎหมายอื่นก็อยากให้ไปขึ้นศาลพลเรือน เพราะการพิจารณาคดีมันแตกต่างกันจริงๆ 

พ่อแม่ “น้องเมย” ร่ำไห้หลังศาลให้รอลงอาญา 'รุ่นพี่' ทำลูกตาย ชี้ลูกก็มีคุณค่าต่อชาติได้เหมือนกัน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง