รวบมือปืนยิงเจ้าหนี้ยานรกดับ แค้นถูกยิงบ้านทวงค่ายาบ้า

กองปราบฯ รวบมือปืนยิงเจ้าหนี้ยานรกดับ แค้นถูกยิงบ้านทวงค่ายาบ้า ผตห.ยังปากแข็งให้การภาคเสธ ขณะที่ตำรวจมั่นใจในพยานและหลักฐาน
เมื่อวันที่ 2 มิ.ย.67 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตำรวจกองปราบปราม นำโดย พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน ผบก.ป. นำกำลังตำรวจชุดปฏิบัติการ กก.6 บก.ป. และ กก.สส.ภ.จว.ตรัง ร่วมจับกุมนายณรงค์เดช (สงวนนามสกุล) อายุ 35 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดตรังที่ 190/2567 ลงวันที่ 30 พ.ค.67 สามารถจับกุมได้ในพื้นที่ ม.2 ต.นาพละ อ.เมืองตรัง จ.ตรัง ในฐานความผิด
- ร่วมกันฆ่าผู้อื่น
- ร่วมกันมีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต
- พาอาวุธปีนไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่มีเหตุอันควร
- มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทเอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย
- เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทเอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมาย
- มีอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต
- มียุทธภัณฑ์ (ท่อลดเสียง) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย
ส่วนของกลาง ประกอบด้วย
- ยาบ้าจำนวน 43 เม็ด
- อาวุธปืนยาว ไทยประดิษฐ์จำนวน 1 กระบอก
- เครื่องกระสุนปืนขนาด เบอร์ 20 จำนวน 1 นัด
- กระบอกท่อลดเสียง ความยาว 22.5 ชม.จำนวน 1 กระบอก

การจับกุมครั้งนี้ สืบเนื่องจากช่วงต้นเดือนเมษายน 67 นายณรงค์เดช พร้อมพวก ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงอริเป็นชายจนเสียชีวิต (สงวนนาม เนื่องจากผู้ตายมีพฤติกรรมเกี่ยวกับยาเสพติด และกำลังเร่งขยายผลกวาดล้างขบวนการ) เหตุเกิดบริเวณริมถนนภายในหมู่บ้าน ม.1 ต.บางหมาก อ.กันตัง จ.ตรัง ปมเหตุสังหารเกี่ยวกับค้างชำระเงินค่ายาเสพติด ก่อนเกิดเหตุนายณรงค์เดช สั่งซื้อยาเสพติดกับผู้ตาย และส่งเงินไม่ครบ
ต่อมา ผู้เสียชีวิตจึงได้ทวงถามเงินค่ายาเสพติด ที่นายณรงค์เดชติดค้าง แต่นายณรงค์เดช ยังไม่มีเงินจ่ายให้ จากนั้นไม่นานบ้านของนายณรงค์เดช โดนยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบชนิด จึงคิดว่าเป็นฝีมือของผู้ตายและเกิดความโกรธแค้น ก่อนจะขี่รถจักรยานยนต์พร้อมพวก ไปหาผู้ตายที่บ้านและใช้ปืนยิงจนเสียชีวิตแล้วหลบหนีไป
ต่อมาพนักงานสอบสวน สภ.กันตัง ได้รวบรวมพยานหลักฐานพร้อมขอศาลออกหมายจับ จนสืบทราบว่าผู้ต้องหาหนีมากบดานอยู่ในพื้นที่ ม.2 ต.นาพละ อ.เมืองตรัง จ.ตรัง จึงลงพื้นที่ไปตรวจสอบและเข้าจับกุมไว้ได้ดังกล่าว
จากการสอบสวนผู้ต้องหาเบื้องต้น ยังคงให้การปฎิเสธว่าไม่ได้ร่วมฆ่าผู้ตาย แต่รับว่ายาเสพติดและยุทธภัณฑ์ท่อลดเสียงเป็นของตน อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจมั่นใจในพยานและหลักฐาน ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.กันตัง จ.ตรัง ดำเนินคดีต่อไป





