จ่อถอนประกันตัว 3.1 ล้านบาท 15 ลูกเรือหนีคดี 'เรือน้ำมันเถื่อน'

AdminNews
"บิ๊กต่าย" ลั่นสั่งสอบฟันไม่เลี้ยงใครทำ 'เรือน้ำมันเถื่อน 3 ลำหาย'

ตำรวจ บก.ปอศ. เรียกผู้ต้องหาคดีเรือน้ำมันเถื่อนรายงานตัว ยืนยันไม่ใช่บุคคลที่หลบหนีไปกับเรือน้ำมัน 3 ลำ เตรียมถอนประกันผู้หลบหนีดำเนินคดีฐานลักเรือของกลาง

"บิ๊กต่าย" ลั่นสั่งสอบฟันไม่เลี้ยงใครทำ 'เรือน้ำมันเถื่อน 3 ลำหาย'

วันนี้(17 มิ.ย.67) ลูกเรือ 11 คนที่ตกเป็นผู้ต้องหาในคดีจับเรือน้ำมันเถื่อนเมื่อวันที่ 19 มีนาคม ที่ผ่านมา ได้เดินทางมาพร้อมทนายความเข้าพบพนักงานสอบสวนกองกำกับการ 2 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ หรือ บก.ปอศ. เพื่อรายงานตัวว่าไม่ได้อยู่ใน 'กลุ่มที่หลบหนี' จากกรณีเรือนำมันเถื่อน 3 ใน 5 ลำ หนีไปจากการควบคุมของตำรวจน้ำในพื้นที่อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี โดยลูกเรือที่เดินทางเข้าพบตำรวจในวันนี้ปฏิเสธที่จะให้ข้อมูลกับสื่อมวลชน

จ่อถอนประกันตัว 3.1 ล้านบาท 15 ลูกเรือหนีคดี 'เรือน้ำมันเถื่อน'

พันตำรวจเอกชัชวาล ชูชัยเจริญ ผู้กำกับการ 2 กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ) เปิดเผยว่า การดำเนินคดีถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ส่วนเเรกเป็นกลุ่มผู้ต้องหาในคดีที่รับผิดชอบของ บก.ปอศ. เรื่องการจับเรือนำมันเถื่อน ส่วนที่ 2 เป็นเรื่องของการติดตามเรือที่หลบหนีไป 3 ลำ อยู่ในความรับผิดชอบของกองบังคับการปราบปรามและกองบังคับการตำรวจน้ำ 

ผู้ต้องหาในคดีขายน้ำมันเถื่อนมีจำนวนทั้งหมด 28 คน ทุกคนได้รับการประกันตัวออกไปจำนวน 3.1 ล้านบาทไปก่อนหน้านี้ เนื่องจากเรือลำที่บรรทุกน้ำมันชำรุดต้องสูบน้ำออกตลอดเวลา หากจะต้องใช้บุคลากรอื่นมาดูแลจะไม่ครอบคลุมจึงพิจารณาให้ประกันเพื่อดูแลเรือ โดยมีทนายความเป็นนายประกันว่าจะไม่หลบหนี 

ซึ่งวันนี้เดินทางมารายงานตัวแล้ว 11 คน อีก 2 คนอยู่ระหว่างประสานเข้ามารายงานหลังทราบว่ายังอาศัยอยู่ในเรือที่ถูกยึดไว้ที่ท่าเรือตำรวจน้ำสัตหีบ ส่วนคนที่หลบหนีไปพร้อมกับเรือ 3 ลำ จำนวน 15 คน จะถูกถอนการประกันตัวและออกหมายจับเนื่องจากมีพฤติกรรมหลบหนี โดยไม่มีการสอบปากคำเพิ่มเติมเนื่องจากจุดจับเป็นพื้นที่เขตเศรฐกิจจำเพราะทางทะเลจึงเป็นคดีนอกราชอาณาจักร ทำให้ตำรวจต้องสอบปากคำร่วมกับอัยการ แต่ลูกเรือทั้ง 11 คน จะถูกพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามเชิญตัวไปสอบปากคำในคดีลักเรือว่ามีส่วนรู้เห็นหรือไม่และขยายผลเพิ่มเติม หากมีพยานหลักฐานเชื่อมโยงก็จะถูกดำเนินคดีในส่วนนี้ไปด้วย

สำหรัยนายทุน จ. เชื่อว่าทางผู้กระทำความผิดเป็นผู้อิทธิพล ยืนยันว่ามีตำรวจมีหลักฐานเชื่อมโยงไปถึงและเป็นผู้จัดหาทนายความให้กับลูกเรือทั้งหมด โดยไม่แสดงตัวว่าเป็นใคร แต่ขอให้เชื่อในกระบวนการยุติธรรมซึ่งทั้งผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลางและอัยการสูงสุดทำอย่างเต็มที่ร่วมกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง   

ข่าวที่เกี่ยวข้อง :

หากย้อนไปในการดำเนินคดีแรกเริ่ม ทางศูนย์ปราบปรามน้ำมันเถื่อน (ศ.ปนม.ตร.) ได้สั่งการให้ตำรวจน้ำ และเจ้าหน้าที่อีกหลายส่วนโดยใช้เรือของตำรวจน้ำเข้าจับกุม ในพื้นที่เขตเศรษฐกิจจำเพาะทางทะเล ห่างจากเส้นฐาน 200 ไมล์ทะเล เทียบหรือเทียบเป็นกว่า 100 กิโลเมตรจากชายฝั่ง จึงดำเนินการในคดีนอกราชอาณาจักร ส่วนเขตราชอาณาจักรไทยอยู่ที่ประมาณ 12 ไมล์ทะเล  

เมื่อจับได้จึงควบคุมเรือเข้ามาเทียบท่าที่ถ้าเทียบเรือตำรวจน้ำสัตหีบจังหวัดชลบุรีและส่งไปดำเนินคดีที่กองกำกับการ 2 บก.ปอศ. เพราะมีการร้องทุกข์กล่าวโทษเกี่ยวกับการลักลอบนำเข้าและเกี่ยวข้องกับภาษีศุลกากรเป็นหลัก เชื่อว่ากลุ่มนี้มีผู้ให้คำแนะนำในการลักลอบทำผิดกฎหมายเป็นอย่างดี คือ ให้โยกย้ายขนถ่ายน้ำมันในพื้นที่เขนเศรษฐกิจจำเพาะเพื่อเลี่ยงข้อกฎหมายและเป็นข้อต่อสู้ในชั้นศาล

ทำให้การลงครั้งนี้ต้องมีการปรึกษากับทางอัยการอย่างรอบคอบเพื่อทำสำนวนให้มีความละเอียดรัดกุมมากที่สุด เบื้องต้นผู้กล่าวหามองว่าน่าจะนำน้ำมันมาจำหน่ายในประเทศไทยและมีพยานหลักฐานประกอบในสำนวนซึ่งจะต้องสรุปสำนวนภายใน 6 เดือน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

จ่อถอนประกันตัว 3.1 ล้านบาท 15 ลูกเรือหนีคดี 'เรือน้ำมันเถื่อน' | Workpoint News