บุกจับ อส.ตร. ขายยาบ้าคาป้อมตำรวจ

ฝ่ายปกครองจังหวัดสุพรรณบุรี ร่วม กอ.รมน. บุกจับ อส.ตร. ขายยาบ้าคาป้อมตำรวจ
(31 ก.ค.67) นายธรรศ ศรีดุษฎี ผู้ช่วยป้องกันจังหวัดสุพรรณบุรี นำกำลังชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครองจังหวัดสุพรรณบุรี ร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหารกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดสุพรรณบุรี บุกเข้าจับกุมนายนเรศ ฉายาเรศ โคกคราม อายุ 59 ปี ได้ที่ป้อมยามตำรวจหน่วยบริการประชาชนตำบลจระเข้ใหญ่ พร้อมของกลางยาบ้าจำนวน 109 เม็ด ปืนลูกซองยาว 1 กระบอกพร้อมกระสุนปืนลูกซองเบอร์ 12 จำนวน 3 นัดโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง
นายธรรศ ศรีดุษฎี ผู้ช่วยป้องกันจังหวัดสุพรรณบุรี กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองจังหวัดสุพรรณบุรีได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านว่านายนเรศ มีพฤติกรรมลักลอบจำหน่ายยาเสพติด โดยอาศัยป้อมยามตำรวจหน่วยบริการประชาชนตำบลจระเข้ใหญ่ เป็นสถานที่จำหน่ายยาเสพติดให้กับลูกค้า ซึ่งมีทั้งกลุ่มวัยรุ่นและผู้ใช้แรงงานมานานอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย จนชาวบ้านสุดทนจึงแจ้งเจ้าหน้าที่ฝ่ายครองเข้าตรวจสอบ
ขณะที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองบุกเข้าจับกุมนายนเรศกำลังนอนหลับอยู่ในห้องภายในป้อมยามตำรวจ เมื่อได้ยินเสียงก็สะดุ้งตื่นหาผ้าเช็ดตัวมานุ่ง แต่ยังไม่ยอมเปิดประตูให้เจ้าหน้าที่เข้าไปภายใน ระหว่างนั้นนายนเรศได้ให้ผู้หญิงคนหนึ่งที่อยู่ในห้องด้วยกันนำยาบ้าไปทิ้งในโถส้วม แล้วราดน้ำให้ยาบ้าลงไปอยู่ในบ่อเกรอะ พร้อมกับล็อกประตูไม่ให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ
เจ้าหน้าที่จึงกระชากประตูด้านหน้ารีบเข้าไปสกัด โดยถีบประตูห้องน้ำเพื่อเปิดเข้าไปดูพบ ผู้หญิงคนดังกล่าวมีสีหน้าตื่นตกใจ บอกกับเจ้าหน้าที่ว่าเข้ามาฉี่ แต่ผู้หญิงคนดังกล่าวซึ่งแต่งตัวนุ่งกางเกงยีนขายาว สวมเสื้อโปโลแขนสั้น กลับไม่ได้ถอดเสื้อผ้าและยังตักน้ำราดลงไปในโถส้วม เจ้าหน้าที่จึงนำตัวไปค้นในห้องนอน พบปืนลูกซองยาว 1 กระบอกกระสุนปืนลูกซองเบอร์ 12 จำนวน 3นัด
จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้เดินไปที่ด้านหลังป้อมตำรวจ พบว่าบ่อเกรอะไม่มีฝาปิดเมื่อส่องไฟดูก็พบถุงพลาสติกใสลอยอยู่ จึงใช้ไม่เขี่ยขึ้นมาดู พบว่าเป็นไอซ์จำนวนหนึ่ง
เจ้าหน้าที่จึงเข้าไปราดน้ำใส่โถส้วมอีกปรากฎว่ามีซองบุหรี่ และซองพลาสติกใสภายในมียาบ้าหลุดออกมาอีกหลายซอง จึงนำขึ้นมาแล้วให้วัยรุ่นชายที่มานั่งรอนายนเรศตื่น เพื่อเอาลำโพงบลูทูธมาแลกยาบ้า ทำความสะอาด
เจ้าหน้าที่ได้ถามวัยรุ่นคนที่ล้างยาบ้าว่าได้กลิ่นไหม ชายวัยรุ่นตอบว่าเหม็นแต่เหม็นขี้ จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงคุมตัวนายนเรศ พร้อมของกลางไปสอบสวนขยายผลต่อที่กองร้อยบังคับการและบริการ กองบังคับการกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดสุพรรณบุรี
จากการสอบสวนนายนเรศ ให้การว่าตนเป็นอาสมัครตำรวจชุมชน ประจำป้อมยามตำรวจหน่วยบริการประชาชนตำบลจระเข้ใหญ่ สังกัด สภ.บางปลาม้า ได้ประมาณปีกว่า ทำหน้าที่คอยดูแลทำความสะอาด ป้อมยาม ซึ่งมีนายตำรวจยศร้อยตำรวจเอก เป็นหัวหน้า
ก่อนที่จะมาเป็นอาสมัครตำรวจชุมชน ตนเคยเสพยาบ้ามาก่อน หลังจากเป็นอาสมัครตำรวจชุมชน ตนก็ยังเสพโดยสั่งซื้อมาเสพครั้งละจำนวนมากแล้วแบ่งขายกินกำไร ซึ่งหัวหน้าป้อมยามตำรวจก็รู้ และตนเคยถูกจับข้อหาเสพยาเสพติดมาแล้วประมาณ 3 ครั้งล่าสุด เมื่อไม่นานก็ถูกจับครอบครองยาบ้า จำนวน 800 เม็ด เขตพื้นที่เมืองสุพรรณบุรี และหัวหน้าป้อมยามก็ไปช่วยเคลียร์ให้
ตนจึงไม่ติดคุกแต่สุดท้ายก็ไม่รอด มาถูกเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครองจังหวัดและเจ้าหน้าที่ทหารกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดสุพรรณบุรี บุกเข้าจับกุมดังกล่าว ซึ่งตนก็คงต้องทำใจ
ส่วนผู้หญิงที่อยู่ในห้องด้วยกันนั้นเป็นกิ๊กของตนเองมาหาตนเพื่อจะฉลองวันเกิด แต่ยังไม่ทันได้แฮปปี้เบิร์ธเดย์ ก็มาถูกจับเสียก่อน หลังจากสอบสวนอย่างละเอียดแล้วพบว่าผู้หญิงกิ๊กของนายนเรศ และชายวัยรุ่น ที่เอาลำโพงบลูทูธมารอแลกยาบ้าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องจึงถ่ายภาพทำประวัติก่อนปล่อยตัวไป
ส่วนนายนเรศ เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหา นายนเรศ ในข้อหาครอบครองยาเสพติดให้โทษประเภท 1(ยาบ้า)ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต และ มีอาวุธปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้อนุญาต พกพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้านทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.บางปลาม้า ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป




