“ทนายตั้ม” เปิดลุคใหม่! ติดหนวด-สวมสูทแดง ยื่นมหาดไทยสอบเงินบริจาค “กันจอมพลัง”

“ทนายตั้ม” เปิดลุคใหม่! ติดหนวด-สวมสูทแดง ยื่นมหาดไทยสอบเงินบริจาค “กันจอมพลัง”

“ทนายตั้ม” เปิดลุคใหม่! ติดหนวด-สวมสูทแดง ยื่นมหาดไทยสอบเงินบริจาค “กันจอมพลัง” ลั่นขอใช้ชื่อ “ตั้ม จอมพลัง”

(4 ก.ย. 69) เปิดฉากอีกยก สำหรับทนายตั้ม ษิทรา เบี้ยบังเกิด หลังเดินทางมายื่นหนังสือต่อกระทรวงมหาดไทย ขอให้ตรวจสอบการดำเนินงานของมูลนิธิกันจอมพลังช่วยสู้แต่ครั้งนี้มาในลุคที่เรียกเสียงฮือฮาไม่น้อย เพราะทนายตั้มสวมสูทสีแดงเลือดหมู พร้อมติดหนวด และประกาศกลางวงแถลงข่าวว่า จากนี้ขอให้เรียกตัวเองว่า “ตั้ม จอมพลัง” เจ้าตัวยังพูดติดตลว่าไม่มีเงินจ้างบอดี้การ์ด พร้อมระบุเลขบัญชีธนาคารกสิกรไทย 888 ท่ามกลางบรรยากาศการแถลงข่าวที่ค่อนข้างผ่อนคลาย ก่อนเข้าสู่ประเด็นหลักที่นำมายื่นหนังสือ

ทนายตั้มระบุว่า มีประชาชนส่งข้อมูลและข้อสงสัยเกี่ยวกับการบริหารงานของมูลนิธิมาให้ตรวจสอบ จึงต้องการให้หน่วยงานรัฐเข้าไปตรวจสอบตั้งแต่เงินบริจาคที่รับเข้ามา การเบิกจ่าย การจัดซื้อจัดจ้าง ไปจนถึงการนำสิ่งของหรือเงินไปใช้ในภารกิจช่วยเหลือประชาชน เบื้องต้นทราบว่ามูลนิธิย้ายสถานที่ตั้งไปอยู่ในจังหวัดสมุทรปราการ จึงต้องเข้าสู่กระบวนการของกระทรวงมหาดไทยในการประสานจังหวัดให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง

นอกจากนี้ ทนายตั้มยังอ้างว่าได้รับข้อมูลจากบุคคลที่อ้างว่าใกล้ชิดกับ “กันจอมพลัง” เกี่ยวกับกระบวนการจัดซื้อสิ่งของเพื่อนำไปบริจาค โดยมีข้อสงสัยเรื่องส่วนต่างของราคา พร้อมยืนยันว่าข้อมูลดังกล่าวควรให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นผู้ตรวจสอบข้อเท็จจริง

ส่วนกระแสข่าวเรื่องบ้านหรูมูลค่าประมาณ 250 ล้านบาท ทนายตั้มระบุว่า ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อมูลด้วยตัวเอง และมองว่าราคาตัวบ้านอาจไม่ถึงตัวเลขดังกล่าว แต่อาจมีค่าใช้จ่ายจากการตกแต่งเพิ่มเติม พร้อมเรียกร้องให้ตรวจสอบที่มาของทรัพย์สินเช่นกัน

เจ้าตัวยังประกาศว่าสัปดาห์หน้าเตรียมยื่นเรื่องต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อขอให้ตรวจสอบประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน โดยยืนยันว่าการเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่ได้มีใครอยู่เบื้องหลัง และไม่ได้ทำเพื่อช่วยเหลือฝ่ายใด

ส่วนประเด็นความขัดแย้งกับหนุ่ม กรรชัย ทนายตั้มยืนยันว่าไม่ได้ออกมาเคลื่อนไหวเพื่อช่วยหนุ่ม กรรชัย พร้อมพูดถึงความสัมพันธ์ในอดีตว่าเคยมีปัญหากันมาก่อน แต่สามารถพูดคุยและเคลียร์ใจกันได้

ขณะที่ประเด็นกลุ่มไลน์ 12 คน ซึ่งถูกกล่าวถึงว่าอาจเกี่ยวข้องกับการตั้งพรรคการเมือง ทนายตั้มตั้งข้อสังเกตถึงความเชื่อมโยงของบุคคลในกลุ่ม พร้อมย้ำว่า หากมีการปฏิเสธความเกี่ยวข้องทั้งหมด ก็ควรให้ข้อเท็จจริงปรากฏอย่างชัดเจน

ด้านนายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ผู้รับหนังสือ ระบุว่า หลังจากนี้จะเข้าสู่ขั้นตอนการตรวจสอบตามอำนาจหน้าที่ โดยจะพิจารณาสถานที่ตั้งของมูลนิธิ หากอยู่ในกรุงเทพมหานครจะให้หน่วยงานทะเบียนดำเนินการ แต่หากอยู่ต่างจังหวัด จะประสานผู้ว่าราชการจังหวัดให้ตรวจสอบ โดยประเด็นที่จะตรวจสอบครอบคลุมทั้งการจัดซื้อจัดจ้าง การรับ-จ่ายเงิน และการดำเนินงานต่าง ๆ ของมูลนิธิ เพื่อให้ข้อเท็จจริงปรากฏต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง