ผวา! พบศพชายผูกคอบนเสาไฟฟ้ากลางเมือง

ผวา! พบศพชายนิรนาม ผูกคอบนเสาไฟฟ้ากลางเมืองโคราช พบซองใส่บัตรในตัวแต่ไม่มีบัตรระบุตัวตน เขียนเพียงชื่อบุคคล 2 ชื่อหน้าซอง ไม่ชัดเป็นชื่อเจ้าตัว-ญาติหรือไม่
วันที่ 10 กรกฎาคม 2567 เมื่อเวลาประมาณ 07.40 น. เจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิสว่างเมตตาธรรมสถาน ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า พบชายผูกคอตาย อยู่ด้านหน้าร้านสะดวกซื้อ ริมถนนสืบสิริ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา ทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยฯ จึงได้นำเจ้าหน้าที่รุดไปตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุ พบร่างผู้เสียชีวิต อยู่บนเสาไฟฟ้า ด้านหน้าร้านสะดวกซื้อ สูงขึ้นไปกว่า 10 เมตร สามารถมองเห็นได้ในระยะไกล ซึ่งสร้างความตกใจให้กับชาวบ้านในพื้นที่ และประชาชนที่เดินทางผ่านบริเวณถนนสืบสิริเป็นอย่างมาก และจุดที่ผูกคอ อยู่ใกล้กับหม้อแปลงไฟฟ้าแรงสูง ทำให้เจ้าหน้าที่การไฟฟ้า ต้องนำรถกระเช้าเข้าตัดกระแสไฟฟ้า เพื่อให้ทางเจ้าหน้าที่นิติเวช รพ.มหาราชนครราชสีมา ได้ขึ้นไปถ่ายรูป เก็บหลักฐาน พบว่า สายเบิลที่ใช้ผูกคอนั้น มัดเอาไว้กับหม้อแปลงไฟฟ้าด้วย ก่อนที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยฯ 2 คน จะนำร่างผู้เสียชีวิตลงมา ใช้เวลาประมาณ 20 นาที
ตำรวจ สภ.เมืองนครราชสีมา เข้าร่วมชันสูตรและตรวจสอบเบื้องต้น พบภายในกระเป๋ากางเกงของผู้เสียชีวิต มีเงินจำนวน 309 บาท เป็นธนบัตรใบละร้อย 3 ใบ และเหรียญบาทอีก 9 เหรียญ และยังพบธนบัตรปลอมจำนวน 1 ใบ และเหรียญอีก 1 เหรียญ ซึ่งเป็นเหรียญหลวงพ่อจรูญ ซึ่งไม่ทราบเป็นว่าเหรียญของพระพื้นที่ไหน เนื่องจาก ตัวหนังสือเลือนราง และยังพบซองใส่บัตรสีเขียว ภายในไม่มีบัตรประชาชน หรือเอกสารอื่นๆที่ระบุตัวบุคคล แต่พบตัวหนังสือที่เขียนไว้ด้านหน้าซอง เป็นลักษณะของชื่อคน ซึ่งเขียนว่า "ธวัตน์ เสารสุรินท" และอีกชื่อก็คือ "ยุพิน ซ่อนพา" ซึ่งทั้ง 2 ชื่อนั้น ยังไม่ทราบว่า มีความเกี่ยวข้องอย่างไรกับผู้ตายหรือไม่
หลังจากชันสูตรในเบื้องต้นแล้ว ทราบจากทางเจ้าหน้าที่นิติเวชว่า สาเหตุการตายนั้นเกิดมาจากการขาดอากาศหายใจจากการผูกคอ ด้วยสายเคเบิลและเสียชีวิตมาไม่ต่ำกว่า 4 ชั่วโมง อย่างไรก็ตาม ได้นำร่างผู้เสียชีวิตไปชันสูตรที่ รพ.มหาราช เพื่อหาตัวตนของผู้เสียชีวิตและสาเหตุการตายที่แท้จริงต่อไป

จากการสอบถาม คุณเอ๋ แม่ค้าขายของอยู่ใกล้พื้นที่เกิดเหตุ และพบศพเป็นคนแรกๆ ให้ข้อมูลว่า ตนเห็นผู้เสียชีวิตตั้งแต่เมื่อวานนี้ ยังคงเห็นเดินไปเดินมาและนั่งอยู่บริเวณร้านสะดวกซื้อ ก่อนที่จะพบอีกครั้งกลายเป็นศพไปแล้ว โดยมีลุงคนหนึ่ง ซึ่งเห็นเป็นแรกที่พบศพ ได้มาชวนตนออกมาดูเวลาประมาณ 06.00 น. ตอนแรกที่เห็น ตนคิดว่าหุ่น แต่พอเห็นเสื้อผ้าปลิวตามลม จึงมั่นใจว่าเป็นคนแน่นอน สำหรับผู้ตายนั้น เป็นเหมือนคนเร่ร่อนที่เดินไปเดินมาอยู่ในบริเวณนี้ ซึ่งตนไม่ทราบว่ามาจากไหน หรือมีญาติพี่น้องหรือไม่




