"ศุภชัย"เปิดหลักกฎหมายป้องกันตัว

"ศุภชัย"เปิดหลักกฎหมายป้องกันตัว ม.68 ชี้ 4 หลักการสิทธิป้องกันตัว
(12ส.ค.69) นายศุภชัย ใจสมุทร สส.พรรคภูมิใจไทย โพสต์ข้อความระบุว่า
“การป้องกันตัว” — หลักกฎหมายที่ยอมรับกันทั่วไปว่า บุคคลไม่จำต้องยอมเป็นเหยื่อของการประทุษร้าย
การป้องกันตนเองและผู้อื่นจากภยันตรายที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เป็นหลักการพื้นฐานที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในกฎหมายอาญาของนานาประเทศ
หลักสำคัญคือ เมื่อบุคคลกำลังเผชิญกับการประทุษร้ายที่ผิดกฎหมายและภยันตรายนั้นกำลังเกิดขึ้นหรือใกล้จะถึง กฎหมายย่อมรับรองสิทธิที่จะกระทำการ เท่าที่จำเป็นและเหมาะสมเพื่อหยุดยั้งภยันตรายนั้น
ในกฎหมายไทย หลักดังกล่าวปรากฏอย่างชัดเจนใน มาตรา 68 แห่งประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งบัญญัติว่า
“ผู้ใดจำต้องกระทำการใดเพื่อป้องกันสิทธิของตนหรือของผู้อื่น ให้พ้นภยันตรายซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมาย และเป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึง ถ้าได้กระทำพอสมควรแก่เหตุ การกระทำนั้นเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย ผู้นั้นไม่มีความผิด”
หัวใจของมาตรา 68 จึงอยู่ที่หลักสำคัญ 4 ประการ
หนึ่ง — ต้องมีการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมาย
ผู้ป้องกันต้องกำลังเผชิญภยันตรายที่เกิดจากการกระทำอันไม่ชอบด้วยกฎหมาย
สอง — ภยันตรายนั้นต้อง “ใกล้จะถึง”
กฎหมายไม่ได้บังคับให้เราต้องรอจนถูกแทง ถูกยิง หรือถูกทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บเสียก่อน หากจากพฤติการณ์เห็นได้ว่าภยันตรายกำลังจะเกิดขึ้นอย่างกระชั้นชิด ก็อาจใช้สิทธิป้องกันได้แล้ว
สาม — ป้องกันได้ทั้งสิทธิของตนเองและสิทธิของผู้อื่น
จึงไม่ใช่เพียงเรื่อง “ป้องกันตัว” แต่รวมถึงการเข้าช่วยเหลือผู้อื่นให้พ้นจากภยันตรายที่ผิดกฎหมายด้วย
สี่ — ต้องกระทำ “พอสมควรแก่เหตุ”
นี่คือเส้นแบ่งที่สำคัญที่สุด การป้องกันมีวัตถุประสงค์เพื่อ หยุดยั้งภยันตราย ไม่ใช่เพื่อแก้แค้นหรือลงโทษผู้ก่อเหตุ
การพิจารณาว่า “พอสมควรแก่เหตุ” หรือไม่ จึงต้องดูพฤติการณ์ในขณะเกิดเหตุทั้งหมด เช่น ลักษณะและความร้ายแรงของอันตราย อาวุธที่ใช้ จำนวนผู้ก่อเหตุ สภาพร่างกายและกำลังของคู่กรณี ตลอดจนความจำเป็นในการกระทำเพื่อให้พ้นจากภยันตราย
ประเด็นสำคัญอีกประการคือ สิทธิในการป้องกันมีอยู่ตราบเท่าที่ภยันตรายยังดำรงอยู่
เมื่อภยันตรายสิ้นสุดลง การกลับไปทำร้าย การไล่ตามเพื่อเอาคืน หรือการนำอาวุธกลับมาแก้แค้น ย่อมไม่ใช่ “การป้องกัน” ตามความหมายของมาตรา 68 อีกต่อไป
หากมีสิทธิป้องกัน แต่กระทำ เกินสมควรแก่เหตุ ก็ยังต้องพิจารณาตาม มาตรา 69 ซึ่งเปิดโอกาสให้ศาลลงโทษน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนด และหากการกระทำนั้นเกิดจากความตื่นเต้น ความตกใจ หรือความกลัว ศาลอาจไม่ลงโทษก็ได้ตามเงื่อนไขของกฎหมาย
ดังนั้น หลักการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมายจึงตั้งอยู่บนความสมดุลระหว่าง “สิทธิในการปกป้องตนเอง” กับ “การจำกัดมิให้ใช้ความรุนแรงเกินความจำเป็น”
จำง่าย ๆ ว่า
ภัยใกล้จะถึง — ป้องกันได้
ภัยยังดำรงอยู่ — ป้องกันได้
ภัยสิ้นสุดแล้ว — ตามไปเอาคืนไม่ใช่การป้องกัน
และแม้มีสิทธิป้องกัน — ก็ต้องพอสมควรแก่เหตุ
กฎหมายไม่ได้บังคับให้ประชาชนต้องยืนรอให้ตนเองหรือผู้อื่นถูกทำร้ายเสียก่อนจึงจะป้องกันได้ แต่กฎหมายก็ไม่ได้ให้สิทธิใครใช้คำว่า “ป้องกันตัว” เป็นข้ออ้างในการแก้แค้น
นี่คือสาระสำคัญของ มาตรา 68 ประมวลกฎหมายอาญา และเป็นหลักคิดพื้นฐานของกฎหมายว่าด้วยการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมายที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในระบบกฎหมายสมัยใหม่
ที่มา : เฟซบุ๊ก : Suphachai Jaismut




